Chapter 7 สุขทุกข์ก็ผ่านมาด้วยกัน
Chapter 7
สุขทุกข์ก็ผ่านมาด้วยกัน
เช้าวันต่อมา
หลังจากรับอาหารเช้าที่ห้องอาหารของคฤหาสน์เรียบร้อยเอวากรณ์ก็เดินมาที่ลานจอดรถพร้อมกับยืนพิงรถซูเปอร์คาร์สีขาวคันหรู มือยกขึ้นมาดูนาฬิกาซึ่งบ่งบอกว่าตอนนี้เริ่มสายแล้ว
สร้างความแปลกใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก น้ำอิงไม่เคยสายเลยสักครั้ง แต่ทำไมตอนนี้แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็น
“คุณเอ็มเมอร์คะ รอน้ำอิงอยู่หรือเปล่าคะ?”
หัวหน้าสาวใช้ชื่อว่าป้าแจ่มรีบเดินเข้ามาหา เธอเป็นคนที่อยู่กับน้ำอิงและคอยดูแลมาตั้งแต่ยังเล็ก
“ใช่ป้าแจ่ม ยังไม่ตื่นอีกเหรอ ถ้างั้นผมจะไม่รอแล้ว”
เสียเวลา คิดในใจพร้อมกับเม้มปาก มือยกขึ้นกอดอกโดยที่ยังพิงรถคันหรูอยู่
“คุณเอ็มไปเรียนก่อนเถอะนะคะ ยัยอิงวันนี้น่าจะตื่นไม่ไหวหรอก ไม่สบายตัวร้อนจี๋ป้าเลยให้นอนพักอยู่ในห้อง”
“น้ำอิงไม่สบายงั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ คุณเอ็มเมอร์รีบไปเรียนนะคะเดี๋ยวจะสาย”
ป้าแจ่มว่าพร้อมกับคลี่ยิ้มแล้วเดินจากไปเพราะต้องไปเคลียร์งานบ้านในส่วนของตัวเอง ทั้งยังต้องไปคุมสาวใช้ที่ดูแลในส่วนต่างๆ ของคฤหาสน์อีก
ร่างแกร่งทำทีไม่สนใจ เหยียดยืนเต็มความสูงจับเข้าที่ประตูรถเตรียมจะเปิดพร้อมกับควงกุญแจรถไว้ในมืออีกข้าง แต่ขาแกร่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถก็ชะงักลง
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าโปรแกรมแชทแล้วพิมพ์บอกเพื่อนในกลุ่ม
4 B.B.A (สมาชิกสี่คน)
[เอ็มเมอร์ : วันนี้กูไม่เข้า]
ตั้งท่าว่าไม่สนใจ ไม่แคร์ แถมยังเสียเวลา แต่ตัวเองกลับเลือกที่จะพิมพ์แชทไปบอกเพื่อนว่าวันนี้จะโดดวิชาแรก
[ลีออน : มึงเนี่ยนะขาดเรียน?]
ลีออนพิมพ์ตอบกลับมาไม่อยากจะเชื่อ ถึงขนาดที่ว่าเสือนิ่งอย่างลีออนยังอดแปลกใจไม่ได้
[เอ็มเมอร์ : ติดธุระนิดหน่อย]
[เทย์เลอร์ : คงเป็นธุระสำคัญมาก คุณชายจอมเฮี้ยบถึงยอมขาดเรียน]
เทย์เลอร์หนุ่มหน้าดุประจำกลุ่มยังอดใจไม่ไหว
เขากดปิดโปรแกรมแชททันทีและไม่สนใจอะไรอีก หากแต่ขาเรียวยาวที่สูงกว่า 187 เซนติเมตรเลือกที่จะก้าวไปยังบ้านหลังเล็ก
เดินลัดผ่านมาทางสวนด้านหลังคฤหาสน์ หวังจะไปแอบเยี่ยมน้ำอิงที่ได้ข่าวว่ากำลังป่วย อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืนที่ผ่านมา
แต่ยังเดินไปไม่ทันถึง ระหว่างทางบริเวณสวนกุหลาบที่มีซุ้มดอกไม้และจัดม้านั่งไว้ให้นั่ง เขาสวนทางกับ ‘เอวากุล เอวาสกุล’ หรือ อาร์ต น้องชายต่างมารดา
“ไปไหนครับ ไม่ไปเรียนเหรอพี่เอ็ม?”
ร่างสูงของน้องชายที่หน้าตาละม้ายคล้ายตัวเองยืนจับจ้องมอง เอวากุลอยู่ในชุดนิสิตที่ถูกรีดจนเนี้ยบ
“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแกอาร์ต”
เอ็มเมอร์เปรยตามองพร้อมตอบเสียงเรียบแล้วเดินจากไป
พี่น้องคนละแม่ไม่กินเส้นกันไม่ใช่เรื่องแปลก อาร์ตได้แต่มองแผ่นหลังพี่ชายต่างมารดาเดินไปทางบ้านพักของใช้
ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มขึ้นมุมปาก ยกมือขึ้นเสยผมสีดำของตัวเองเบาๆ พลางคิดในใจ
เป็นถึงลูกชาติลูกตระกูล ได้เกิดจากท้องเมียหลวงดันอยากใฝ่ต่ำไปกินคนใช้ หากเป็นเขาจะไม่ยอมเอาตัวลงไปแปดเปื้อนเด็ดขาด ผู้ชายด้วยกันพอจะมองออกว่าพี่ชายคิดไม่ซื่อกับเด็กนั่นแน่ ๆ
“โง่จังนะ...เอ็มเมอร์” ยืนมองพี่ชายตัวเองพร้อมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินหันหลังจากไป มือควงกุญแจรถซูเปอร์คาร์คันสีแดง แม้จะเป็นลูกเมียรอง ไม่ได้อยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ของใช้และหลาย ๆ อย่างก็ทัดเทียมกับเอ็มเมอร์ เพราะยังไงเอวากุลก็เป็นลูกชายอีกคนนึง เป็นทายาทลำดับที่สองของเอวาสกุล
ร่างแกร่งเดินเข้ามาภายในบ้านหลังเล็กที่มีรั้วไม้ประดับประดา โชคดีที่กุญแจไม่ได้ล็อก พุ่งตรงมายังหน้าห้องที่ติดป้ายชื่อว่า ‘น้องน้ำอิง’
แล้วก็เป็นอย่างที่เคย... ห้องนี้ก็ไม่ได้ล็อกเช่นกัน
แอ๊ด เสียงประตูถูกเปิดออก บนเตียงนอนสีชมพูมีร่างเล็กนอนอยู่โดยที่ไม่ห่มผ้า กระโปรงชุดนอนถลกขึ้นมาจนเห็นเรียวขาอ่อนเกือบจะเห็นแพนตี้ตัวน้อย
เห็นแบบนั้นเอวากรณ์ก็เบือนหน้าหนี ใบหน้าหล่อขึ้นริ้วแดงก่ำ ทำไมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้แต่เช้าด้วยนะ...
“เธอนี่มัน... ไม่รู้จักระวังตัว”
ขายาวก้าวมาและนั่งลงบนเตียงสามจุดห้าฟุต มือแกร่งยกขึ้นหมายจะจับเข้าที่ไหล่เนียนแต่ก็ชะงักลงอย่างลังเล
อยากแตะต้องแต่ไม่อาจทำได้ ขืนทำแบบนั้นจะเจ็บกันทั้งสองฝ่าย สถานะระหว่างน้ำอิงและเอ็มเมอร์ไม่มีทางแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้นอกจากสาวใช้ กับคุณชายทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งเอวาสกุล
มีแต่จะทำให้เธอเสียใจ...ส่วนเขาก็จะมีจุดด่างพร้อยเป็นชนักอยู่ด้านหลัง
สำหรับเอวากรณ์แล้ว เขาถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ควรมีคู่ครองอันเหมาะสมอย่างเช่นลูกสาวไฮโซ ซึ่งสามารถสนับสนุนธุรกิจของตระกูลต่อไปได้...ไม่ใช่สาวใช้ที่ทำงานอยู่หลังบ้านอย่างเธอ
หากคิดแตะต้องน้ำอิงแม้แต่น้อย นั่นอาจเป็นความคิดที่เขลาที่สุดเท่าที่เอวากรณ์เคยได้ทำ
แต่ความใกล้ชิดอาจทำให้ใจดวงแกร่งสั่นคลอนได้
จะสุข จะทุกข์ ก็ผ่านมาด้วยกันกับผู้หญิงคนนี้
หลายปีก่อน
ร่างสูงของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี ยืนจ้องมองรูปหน้างานขาวดำของพ่อตัวเองที่ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวทั้งยังมีดอกไม้รูปหงษ์ตัวใหญ่ระย้าตั้งอยู่ด้านข้างอีกสองตัว งานถูกจัดอย่างใหญ่โตสมเกียรติคุณผู้ชายแห่งเอวาสกุล
“ฮึกๆ” คุณเขมกรณ์เมียรอง พร้อมกับ คุณหญิงอณิกาเมียหลวง นั่งร้องไห้อยู่ไม่ห่าง
“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับคุณหญิง คุณเขม”
แขกเหรื่อต่างแสดงความเสียใจให้กับภรรยาทั้งสองคน ส่วนเอวากรณ์ในวัยสิบห้าปีนิ่งงันซ่อนน้ำตาเอาไว้ภายใน แม้เขาจะไม่ได้สนิทกับพ่อมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่าพ่อจะจากไปเร็วเพียงนี้ ท่านจากไปด้วยโรคมะเร็ง แม้จะมีเงินสักเท่าใดก็ไม่อาจยื้อชีวิตท่านกลับมาได้
“คุณชายคะ ทานข้าวหน่อยนะคะ หนูเตรียมสำรับเอาไว้ให้แล้ว วันนี้คุณชายยังไม่ได้ทานอะไรเลย”
น้ำอิงในชุดนักเรียนคอซอง สาวน้อยอายุสิบสามปีเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด เธอเป็นเด็กเรียนเก่ง เป็นนักเรียนดีเด่น และเป็นเด็กในอุปการะของคุณหญิงอณิกา
“ไม่หิว..” ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ช่างเว้งว้างเหลือเกิน
“ทานให้มีแรงเถอะนะคะ คุณยังต้องเศร้าอีกหลายวัน ความเศร้าไม่หายไปแต่ชีวิตเรายังต้องใช้แรงในการดำเนินนะคะ”
น้ำอิงยิ้ม เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย ผิวพรรณดี แถมถ้าเทียบกับเด็กในวัยเดียวกันเธอดูโตกว่าใครทางด้านความคิด
“อืม..” ท้ายสุดก็ต้องยอมใจอ่อนให้สาวรุ่นน้องคนนี้
หลายวันต่อมา
“เอ็มต้องช่วยแม่นะลูก” คุณหญิงอณิกานั่งอยู่ในห้องรับแขกพร้อมกับเรียกลูกชายเพียงคนเดียวมาคุย ซึ่งผ่านงานศพไปเพียงไม่กี่วันแต่กิจการธุรกิจครอบครัวยังคงต้องดำเนินต่อไป
คุณหญิงอณิกาเป็นลูกสาวผู้รากมากดีจากทางภาคเหนือที่มาแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่นี่ เรียนจบทางด้านการออกแบบเสื้อผ้าดีไซเนอร์ มิได้มีความรู้เรื่องอสังหาริมทรัพย์และการบริหารธุรกิจสักเท่าใด
การจะรักษาอำนาจให้คงอยู่ และรักษาตำแหน่งของลูกชายคนโตให้เป็นทายาทลำดับที่หนึ่งของเอวาสกุลต่อไปได้จำจะต้องดันลูกให้เก่งและแข็งแกร่งที่สุด
การที่เอวากรณ์จะต้องแข็งแกร่งตั้งแต่อายุยังน้อยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ครับแม่” เด็กชายวัยสิบห้าปีก้มหัวลงให้แม่เล็กน้อย เขานั่งอยู่ตรงข้ามมารดา มือของหญิงวัยกลางคนส่งกระดาษเอสี่ในซองสีน้ำตาลมาให้
“เอาบทนี้ไปท่องนะลูก แม่ให้ลุงวิทย์ผู้ช่วยร่างเอาไว้ให้แล้ว เราจะเข้าพบคุณเลวิสกันบ่ายวันพรุ่งนี้”
“ครับแม่” เด็กชายรับถือไว้ในมือ
“จงเป็นธรรมชาติที่สุด อย่าให้ใครจับได้ว่านี่เป็นสคริปต์ที่ร่างเอาไว้”
“ครับ...”
“ถ้าไม่ไหวก็ให้น้ำอิงช่วย”
คุณหญิงอณิกาตอบเสียงเรียบก่อนจะยกยิ้มขึ้นมุมปากให้ลูกชาย เธอเอี้ยวตัวมาด้านหน้ายกมือช้อนคางหมดจดของเจ้าลูกชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายพ่อของเขาเหลือเกิน
“แม่รักลูกนะเอ็มเมอร์”
“ครับแม่..”
เวลาต่อมา
เอ็มเมอร์ในวัยสิบห้าปีอยู่ในชุดนักเรียนนานาชาติกางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้า เขามานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ภายในสวนขนาดใหญ่ของคฤหาสน์เอวาสกุล แผ่ตัวลงอย่างหมดสภาพพร้อมกับถือกระดาษสคริปต์ไว้ในมือ มือเสยผมไปด้านหลัง เม็ดเหงื่อน้อยๆ ผุดขึ้น
“โครงการเอวาวารีสวนน้ำขนาดใหญ่และบ้านพักตากอากาศสไตล์ยุโรป ผมเห็นควรว่าจะต้องหานักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์...แล้ว อะไรต่อ? เฮ้อ..”
เอ็มเมอร์มีสีหน้าเคร่งเครียด สคริปต์ที่แม่ร่างมาให้ยาวเสียยิ่งกว่าชีวิตที่เติบโตมาจวบจนอายุสิบห้าปี นอกจากสคริปต์อย่างเป็นทางการแล้วยังมีคำถามที่ทางฝั่งคณะกรรมการจะถามเพื่อปรึกษาหารือ แล้วยังมีแนวทางคำตอบส่งมาให้ซึ่งไม่รู้อีกว่าจะโดนถามอะไร แต่ที่แน่ ๆ เขาจะต้องตอบคำถามหน้างานให้ได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพว่าพร้อมจะขึ้นบริหารงานต่อจากพ่อ ไม่แพ้เอวากุลน้องชายต่างมารดา
“คุณเอ็มคะ ทำอะไรอยู่ทำหน้าเครียดเชียว ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะ”
เด็กสาวในชุดนักเรียนคอซองวัยมัธยมชั้นปีที่หนึ่งของโรงเรียนรัฐบาลเดินเข้ามาใกล้แล้วโน้มหน้าลงมองคุณชายของเธอที่ตอนนี้เหงื่อซ่กข้างใบหน้า ในมือถือกระดาษเอสี่แน่น
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เขาตอบปัด ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ตัวหนังสือ
“แต่หนูเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณนะคะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรหนูก็ต้องช่วยคุณเอ็ม มา เดี๋ยวหนูช่วยดูเอง”
คนตัวเล็กนั่งลงเคียงข้างหนุ่มรุ่นพี่ที่แก่กว่าถึงสองปีแล้วจ้องมองกระดาษเอสี่ที่ยาวแสนยาว
“ยาวขนาดนี้ ให้เด็กอย่างเราท่องเนี่ยนะ..”
มันเป็นคำพูดของพวกผู้ใหญ่แท้ ๆ ขืนพูดคำพูดพวกนี้ออกไปก็ดูโตเกินอายุ แต่คุณหญิงอณิกาคงต้องการให้เป็นแบบนั้น
“อือ..” เขาครางตอบเสียงเรียบในลำคออย่างไม่ใส่ใจ
“หนูช่วยดีกว่า จำแค่ส่วนที่ควรจะจำพอค่ะ ส่วนคำถามถ้าพวกผู้ใหญ่ถามมาหนูจะช่วยคุณเอ็มเอง”
“ยังไง?”
“หูฟังบลูทูธอันเล็กๆ ไงคะ แล้วก็จับไรผมยาว ๆ ของคุณมาปิดไว้แบบนี้..”
มือเรียวเล็กของสาววัยสิบสามจับเข้าที่เส้นผมสีดำดำขลับซึ่งยาวเป็นรากไทรมาปิดไว้ที่ใบหูขาว ๆ ของคุณชาย
“แค่นี้... ก็ไม่มีใครเห็นแล้วค่ะ”
“...” ความเงียบเข้าปกคลุมเด็กทั้งคู่ ลมเย็นๆ ไหวปลิวผ่านจนเสื้อผ้าปลิวเบา ๆ รวมไปถึงเส้นผมสีดำขลับ น้ำอิงที่ถักเปียสองข้างยิ้มร่าให้กับคุณชายของเธอ
และท้ายที่สุด...เขาก็ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีรวมถึงได้รับคำชมจากพวกคณะกรรมการในบริษัท และเห็นควรว่าในอนาคตเขาสมควรได้ขึ้นเป็นท่านประธานตามรอยคุณพ่อของตัวเอง
ตอนนี้เอวากรณ์ถูกวางตัวเป็นลำดับที่หนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ...
“ขอบคุณมากที่ช่วยฉัน”
ตอนนี้เขากลับมาเจอกับเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมต้นคนเดิมที่ใต้ต้นไม้ที่เดิม น้ำอิงยิ้มร่า
“หนูก็ต้องช่วยเอ็มอยู่แล้วค่ะ”
“..” กำลังจะคลี่ยิ้มพอใจ
“เพราะมันคือหน้าที่” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ทำเอาหนุ่มรุ่นพี่ที่แก่กว่าถึงกับชะงักเพราะคำนั้น...น้ำอิงที่อยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอดมันเป็นเพียงเพราะหน้าที่เท่านั้นเหรอ?
แต่หากมันจะเป็นเพียงหน้าที่เขาก็ยินดี ถ้าหากจะทำให้น้ำอิงอยู่เคียงข้างเขา เธอเป็นของเขา
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน
เขานั่งอยู่เคียงข้าง จ้องมองเด็กสาวที่นอนดิ้นไปมาเนื้อตัวร้อนฉ่า เรียวขาอ่อนเผยอโชว์เพราะชุดนอนแบบกระโปรงถลกขึ้น
“เธอเป็นของฉัน และไม่มีอะไรเปลี่ยนมันได้”
ที่พยายามผลักไสไม่ให้เธอมารับใช้ที่มหาวิทยาลัยเพราะไม่อยากให้เธอมาเจอกับแก๊งเพื่อนผู้ชาย ทั้งลีออน เทย์เลอร์ โดยเฉพาะไอ้เดวา ไม่อยากให้ใครมองเธอแบบด้อยค่าว่าเป็นเพียงสาวใช้
แต่ใครจะไปคิดว่าเธอกลับมีเพื่อนผู้ชายถึงสามคน ทำเอาเอ็มเมอร์ถึงกับหน้าตึงไปเลย
“หายไวๆ นะน้ำอิง..” เขากล่าวทิ้งท้ายหยิบผ้าห่มนวมสีชมพูของเธอขึ้นมาปกปิดเรียวขาอ่อนเอาไว้ เปรยตามองอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเดินจะออกไป
เธอเป็นของเขา...เป็นของเขามาโดยตลอด
