Chapter 3 ครั้งแรกที่ใกล้ชิด
Chapter 3
ครั้งแรกที่ใกล้ชิด
วันเสาร์
“น้ำอิง วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า?” ป้าแจ่มผู้ดูแลเรือนหลังเล็กที่สาวใช้อาศัยกันอยู่เอ่ยถามเด็กสาวที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาสาวใช้
“ไม่ค่ะป้าแจ่ม เดี๋ยวคิดว่าสาย ๆ จะขึ้นไปดูแลคุณเอ็มเมอร์”
“อืม...วันนี้วันเสาร์ ขึ้นไปดูแลคุณเอ็มเมอร์เถอะ แล้วเรียนอยู่ตั้งปีสองแล้วไม่ต้องออกไปทำรายงานกับเพื่อนเลยเหรอ ป้าเห็นอิงอยู่แต่บ้าน”
“ไม่ค่ะ หนูเคลียร์เสร็จหมดแล้ว ยังไงเสาร์อาทิตย์ก็เป็นวันที่ต้องดูแลคุณเอ็มเมอร์เต็มวัน หายไปทำอย่างอื่นไม่ได้หรอก”
ต่อให้มีกิจกรรมที่จะต้องทำกับมหาวิทยาลัย น้ำอิงก็จะต้องเคลียร์ให้เสร็จหรือขอแลกกับเพื่อนเพื่อให้ตัวเองว่างในวันหยุด มันเป็นหน้าที่
“เฮ้อ อิงเอ๊ย ไม่มีสาวใช้คนไหนได้ใกล้ชิดคุณเอ็มเท่าอิงอีกแล้ว วาสนาเธอจริงๆ ได้เป็นคนโปรด อนาคตคุณหญิงก็คงจะให้เข้าทำงานในบริษัทด้วย ตั้งใจทำงานแล้วกันลูกเอ้ย ได้โอกาสดีกว่าใคร”
สาวใช้ที่แก่กว่าน้ำอิงอยู่สองสามปีก็มีอยู่ในเรือน แต่ไม่มีใครถูกส่งเสียเลี้ยงดูได้เรียนมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงเทียบเท่ากับลูกเจ้าขุนมูลนายหรอก
“จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนะคะป้า งั้นเดี๋ยวหนูไปที่บ้านใหญ่ก่อนนะ สายแล้วตอนนี้คุณเอ็มเมอร์น่าจะตื่นแล้วค่ะ”
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ด้านรอบนอกมีสวนดอกไม้และพืชพันธุ์นานาพรรณ รวมถึงยังมีลำธารจำลองไหลผ่าน มีโรงเรือนสำหรับการปลูกผักโดยเฉพาะ ทั้งยังมีสระว่ายน้ำและบ่อปลา กลางสวนมีซุ้มดอกไม้สำหรับนั่งจิบชายามบ่าย
ร่างเล็กในชุดเดรสดูเรียบร้อยแขนตุ๊กตาสีขาวยาวเลยเข่าพร้อมกับรองเท้าคัตชูสีเหลืองสดใส เรือนผมสวยสีดำ จมูกโด่ง ผิวขาวเนียนละเอียดทุกส่วนสัด ความอวบอัดที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเรียบร้อย ดวงแก้มสีชมพูสวยราวกับดอกพวงชมพู
เธอเดินเข้ามาภายในก็พบกับความโออ่าที่แสนคุ้นชิน
“พี่จุ๋มคะ คุณเอ็มเมอร์ตื่นหรือยัง อีกสองชั่วโมงเดี๋ยวจะต้องเข้าบริษัทแล้ว” เอ่ยถามสาวใช้รุ่นพี่ที่แก่กว่าถึงห้าปีอย่างพี่จุ๋ม
“ยังไม่เห็นลงมาเลย.... แปลกจัง”
“หือ ปกติคุณเอ็มไม่เคยตื่นสาย..” น้ำอิงยกนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่คุณหญิงอณิกาซื้อให้ขึ้นมาดูเวลา กว่าจะถึงบริษัทต้องเผื่อเวลารถติดอีก
คนตัวเล็กยืนรออยู่ราวสิบนาทีแต่ก็ยังไม่เห็นเจ้านายหนุ่มลงมา เธอเริ่มร้อนใจยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
[คุณเลขา : อีก 1 ชั่วโมงครึ่งการประชุมจะเริ่มต้นครับ]
“ตายจริง... ทำไมยังไม่ลงมาอีกนะ “คนตัวเล็กกระวนกระวายกับตัวเองรีบพิมพ์ตอบคุณเลขาที่คอยช่วยงานเอ็มเมอร์อยู่อีกทาง
[น้ำอิง : กำลังจะไปแล้วค่ะคุณกรณ์ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง]
น้ำอิงรีบพิมพ์ตอบกลับไป
ใจดวงน้อยคิดฟุ้งซ่าน ควรจะขึ้นไปตามเขาไหม? แต่นั่นจะเป็นการรุกล้ำเกินไป เจ้านายหนุ่มรักความเป็นส่วนตัว เอวากรณ์ไม่เคยให้ใครเข้าไปภายในห้อง มีเพียงสาวใช้สูงวัยเท่านั้นที่ได้เข้าไปทำความสะอาด เธอทำได้เพียงดูแลอยู่ภายนอกห่าง ๆ แต่หากไปไม่ทันประชุมในครั้งนี้ล่ะ?
ไม่ได้! น้ำอิงเป็นคนของเอ็มเมอร์ จะไม่ยอมให้เขาชวดตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งของเอวาสกุลเป็นอันขาด
เอาเถอะ! เป็นไงเป็นกันน้ำอิง ยังไงก็จะไปประชุมสายไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
คนตัวเล็กตั้งมั่นกับตัวเอง ว่าแล้วก็รีบก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เคาะประตูอยู่ราว ๆ ห้านาทีก็ยังไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน
“อะไรกัน...ปกติคุณเอ็มเมอร์ไม่เคยสาย หรือว่า...” ดวงตากลมโตเบิกโพลง กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเขา ว่าแล้วก็รีบบิดประตูเข้าไปในทันที ประตูไม้สักราคาแพงขนาดใหญ่กับลูกบิดแบบเรียวรีถูกเปิดออก ห้องไม่ได้ล็อค
“อ๊ะ! คุณเอ็ม!” คนตัวเล็กรีบวิ่งไปที่เตียง เห็นคนตัวโตกว่านอนซม ใบหน้าขาวขึ้นริ้วแดง เธอสาวเท้าเดินมาใกล้เตียงยกมือขึ้นอังเข้าที่ศีรษะคนตัวใหญ่
“โถ่ คุณเอ็ม...บอกแล้วไงคะว่าคุณทำงานหนักเกินไป” เธอบ่นเพราะตัวของเขาร้อนจี๋ เอวากรณ์แทบไม่ได้สติ
“หนาว... “เขาอุทานแผ่วเบายกมือคว้าหาผ้าห่มนวมพื้นหนาเนื้อผ้าราคาแพง คว้าไปคว้ามาดันคว้าเอาเอวคอดบางร่วงหล่นมาทับตัวเองซะอย่างนั้น
“ว้าย!” ดวงตากลมโตเบิกโพลง เจ้านายหนุ่มคว้าเอวเธอมานอนกกกอดอยู่บนเตียงอุ่น เตียงไม้สักราคาลิบลิ่วแพงกว่าค่าเทอมของเธอเสียอีก
มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกำยำออก หวังผละตัวออกจากอ้อมแขนของทายาทอันดับหนึ่งแห่งเอวาสกุล สาวใช้ตัวเล็กไม่คิดอาจเอื้อม
หากแต่แขนกำยำแข็งแรงกกกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนแน่น คนตัวเล็กเงยหน้าสวยขึ้นพินิจพิจารณาใบหน้าหล่อที่หลับตาพริ้ม ขาว เนียน จมูกโด่ง แม้เป็นชายแต่ผิวกลับนิ่มนวล สมเป็นทายาทตระกูลผู้ดี ต่างจากตัวเรายิ่งนักที่ทำงานหนักจนมือสากกว่าเขา...น้ำอิงคิดน้อยใจ ดวงหน้าหล่อผิวเนียนละเอียด ไร้รอยสิวซึ่งไม่มีสักเม็ด เทพบุตรเอวาสกุลหาความหล่อที่ไหนมาเปรียบก็ไม่ได้...หล่อเกินคน
“อื้อ หนาว..” น้ำเสียงแหบพร่าดูติดขัด ดวงหน้าสวยเขินจนหน้าแดงซาบซ่าน หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวเกินกว่าสภาวะปกติ
“คุณเอ็มคะ...ไม่สบายเหรอ หนูโทรไปเลื่อนนัดประชุมกับคุณกรณ์นะคะ”
แม้ไม่อยากทำแต่ก็จำต้องเลื่อน นัดสำคัญนี้หากเลื่อนไปอาจมีผลเสีย ทางบริษัทอาจเรียก ‘เอวากุณ’ หรือ ‘คุณอาร์ต’ ลูกชายของภรรยารองเข้าไปทำหน้าที่นี้แทน ซึ่งเป็นสิ่งที่เอวากรณ์จะขัดเคืองที่สุด เขาไม่ถูกชะตากับน้องชายต่างมารดา
“งาน...” เมื่อได้ยินคำว่าเลื่อนนัดเอวากรณ์ได้สติ เขาผละตัวผลักสาวใช้ออกจากอ้อมแขน
“เธอขึ้นมาทำอะไรบนเตียง นี่กี่โมงแล้ว..” เขายันตัวลุกขึ้น สนใจนาฬิกาที่ติดผนังมากกว่าเธอ เข็มสั้นชี้ไปที่เลขเก้า
“เก้าโมงกว่าค่ะ คุณไปประชุมไม่ไหวหรอก พักเถอะนะคะ” คนตัวเล็กว่าแกมขอร้อง ตอนนี้เธอหยัดยืนอยู่ข้างเตียง
“ไม่..นัดวันนี้สำคัญมาก” เพราะจิตใจหมกมุ่นสนใจอยู่กับงานและนัดดีลลูกค้า ขนาดถึงว่าหญิงรุ่นน้องมานอนกับตนบนเตียงยังไม่สนใจแลมอง
น้ำอิงทำเพียงจ้องมองแผ่นหลังกำยำที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร เขาหยิบชุดคลุมอาบน้ำแล้วเข้าไปในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ในตัวห้องนอนทันที
“อ่า ขอบคุณครับคุณกิตติ โครงการนี้ทางเอวาสกุลเองก็ยินดีมากเช่นกันที่ได้ร่วมงานกับคุณ”
เอวากรณ์ เอวาสกุล ยื่นมือจับเข้ากับนายทุนคนสำคัญที่กำลังร่วมลงทุนจัดทำโครงการบ้านจัดสรรย่านชานเมืองกรุงเทพมหานคร
“ครับ ดีใจเช่นกันได้ร่วมงานกับทายาทคนโตของเอวาสกุล หล่อและเก่งเหมือนคุณพ่อจริงๆ นะ” ชายวัยกลางคนในชุดสูทแสนเนี๊ยบยิ้ม น้ำอิงยืนอยู่ด้านหลังใกล้ชิดกับคุณกรณ์ เลขาคนสนิทที่ดูแลงานให้กับเอ็มเมอร์
“กลับบ้านเถอะนะคะวันนี้ คุณเอ็มต้องพัก”
หลังจากคุยงานเสร็จ น้ำอิงพูดกับเขา ยื้อให้คนตัวใหญ่กลับไปพักผ่อน
“ฉันปวดหัว ไม่อยากเถียงกับเธอ”
เขาตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อขมวดมุ่นมองจอคอมพิวเตอร์ ห้องทำงานชั้นสูงเสียดฟ้าที่มีกระจกเห็นวิวรอบทั่วกรุงเทพมหานครติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลไปพร้อมกับเรือสินค้าขนาดใหญ่
น้ำอิงทำได้เพียงนั่งช่วยเคลียร์เอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ในมุมหนึ่งของห้องทำงาน แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงครวญครางออกมาจากคุณชายของตระกูล
“อ่า~” หันไปมองก็พบว่าใบหน้าหล่อแดงแจ๋
“คุณเอ็ม!” รีบวิ่งทิ้งเอกสารกุลีกุจอเข้าช่วยเจ้านายหนุ่ม มือเรียวยกขึ้นอังหน้าผาก อุณหภูมิสูงปรี๊ดบ่งบอกว่าควรพอกับงานวันนี้
“พอแล้วค่ะ ถ้าฝืนไปมากกว่านี้คุณหญิงอณิกาเอาหนูตายแน่ ไปค่ะ เราจะกลับบ้านกัน”
เธอล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็คของเขา คุณชายเอวากรณ์ที่แก่กว่าเธอสองปีทำตาเบิกโต
“จะทำอะไรน้ำอิง!” เขาตกใจ ใช้ขายาวไถเก้าอี้หนังหวังเลี่ยงหลบ แต่มือเล็กยังควานเข้ากางเกงไม่หยุด หารู้ไม่ว่ามันเสี่ยงโดนตำแหน่งจุดอันตราย
“เจอแล้ว! กลับกันค่ะ ฉันจะขับรถพาคุณกลับเอง” ยิ้มกว้างด้วยใบหน้าสวยหวานพร้อมโชว์กุญแจรถซูเปอร์คาร์คันหรู
“ไม่ อ่า~ ปวดหัว..” เขาทำท่าจะดื้อ แต่มีหรือน้ำอิงจะยอม รีบดึงเขาลุกจับประคองพาลงมายังลานจอดรถชั้นใต้ดิน
“น้ำอิง ฉัน..ยังไม่อยากตาย” คุณชายที่ปกติมักไม่พูดเรื่องไร้สาระ แต่ครานี้หญิงสาวตั้งท่าจับพวงมาลัยรถมาดมั่น เขาไม่เคยให้น้ำอิงจับรถหรูของเขาเลยสักครั้ง
“เชื่อมือหนูเถอะค่ะ คุณหญิงส่งหนูไปเรียนขับรถมาแล้ว เอาไว้ใช้ในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้แหละ” คนสวยยิ้มกว้าง จับพวงมาลัยแล้วเหยียดขาตรง หลังจากนั้นก็... เหยียบให้มิดไมล์!!
“เฮ้ยย!!”
“กรี๊ด!!” หักหลบรถสิบล้อคันใหญ่ได้ทันควัน!
คุณชายในยามปกติมักหน้านิ่งขรึม แต่เจอสาวเจ้าเล่นจะบวกกับรถสิบล้อซึ่งๆ หน้าก็ทนเก็บทรงนิ่งไว้ไม่ไหว
“พอเลย ไม่ต้องกลับแล้วคฤหาสน์”
พูดเสียงเรียบพร้อมกับเก็บสีหน้าให้ดูไม่ตระหนกตกใจเกินเหตุ
“แต่...คุณเอ็มตัวร้อนมากนะคะ ต้องรีบกลับไปพักฟื้น...” คนตัวเล็กมือยังกำพวงมาลัยแน่น ใจดวงน้อยตอดตุ๊บตุ๊บ ดวงตากลมโตเบิกโพลงหันไปมองหน้าผู้เป็นเจ้านาย
“คอนโด” ขืนอดทนยอมให้น้ำอิงพาขับกลับบ้าน ชาตินี้คงจะได้กลับบ้านเก่าไม่ทันถึงคฤหาสน์เอวาสกุล
“เอ๋? หมายถึงยังไงนะคะ..”
ดวงหน้าสวยเอียงคอไม่เข้าใจ
“คอนโดของฉัน... มันอยู่ใกล้กว่าบ้าน”
เขาตอบพร้อมกับแผ่ตัวนั่ง มือแกร่งกำเข้าหากันแน่น หากไม่ติดว่าพิษไข้เข้าเล่นงานคงไม่มีทางให้สาวใช้ได้จับขับรถเป็นแน่
เอวากรณ์ไม่เคยไว้ใจให้ใครขับเคลื่อนยานพาหนะของเขา แม้กระทั่งคนขับรถของคฤหาสน์ก็ยังเลือกที่จะไม่นั่ง ชอบขับเองมากกว่า... น้ำอิงเป็นคนแรกที่ได้จับรถของเขา
ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น อยู่คอนโดสองต่อสองกับเอ็มเมอร์งั้นเหรอ? เป็นแบบนั้นเธอฟุ้งซ่านแน่ รับใช้คุณชายมาหลายปีก็จริงแต่ไม่เคยใกล้ชิดกันถึงขั้นอยู่ในห้องสองต่อสองเลย
คอนโดหรูส่วนตัวที่คุณหญิงอณิกาซื้อเอาไว้คุณเอ็ม เธอก็ไม่เคยขึ้นไป นี่จะเป็นครั้งแรกที่น้ำอิงจะได้ขึ้นไปบนนั้น
ครั้งแรกเลย...
