Chapter 11 หักห้ามอารมณ์
Chapter 11
หักห้ามอารมณ์
“ค คุณเอ็มเมอร์!!”
ร่างสูงของหนุ่มนักศึกษาปีที่สี่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ น้ำอิงนั่งลงที่ชักโครกพร้อมเงยหน้าจับจ้องมองเขา สายตาคมคายของคนที่มีอำนาจมากกว่ามองกดลงมาที่เธอ
“เธอมาที่นี่ได้ยังไงน้ำอิง”
“คือ ท ทำอะไรคะคุณเอ็ม... คุณมาได้ไง?” เลือกที่จะถามเขากลับด้วยความประหลาดใจ
“ถามว่ามาที่นี่ได้ไง?” ไม่ตอบแต่ถามกลับด้วยน้ำเสียงไล่ต้อน ไม่มีทางให้เธอได้หนี
“คือ... เพื่อนชวนมาค่ะ”
“เพื่อนผู้ชาย?”
“ใช่ค่ะ”
แม้จะรู้อยู่แล้วแต่พอได้ยินคำตอบจากปากของเธอก็ทำเอาคนตัวใหญ่สูดลมหายใจเข้าอย่างเต็มปอดพร้อมกับถอนออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“อยู่แค่ปีสองก็ทำตัวเหลวแหลกมาร้านเหล้ากับผู้ชายทั้งโขยง”
เอวากรณ์ฉายาคุณชายเย็นชา ปกติเขามักไม่ปากร้ายกับใคร กิริยาคำพูดก็ค่อนข้างจะเงียบสงบ แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ คำพูดร้าย ๆ พ่นออกมาราวกับกระทิงตัวโตที่พร้อมจะขวิดเธอทำเอาน้ำอิงแปลกใจ
“ไม่ใช่นะคะ มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น...”
เธอพยายามจะแก้สิ่งที่เขาเข้าใจผิด แต่ก็ดูเหมือนคนตัวสูงกว่าจะไม่คิดฟังเธอเลย มีแต่จะขยับตัวใกล้เข้ามา ก้มโน้มหน้าลง มือจับที่คางของเธอแล้วเชิดขึ้น
“คะ คุณเอ็ม... จะทำอะไรคะ”
คุณตัวเล็กที่นั่งอยู่บนชักโครกพยายามจะถอยแต่ก็ไม่สามารถถอยไปไหนได้ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำเอาใจสั่นระรัว
“ทำไม เธอกลัวอะไร?”
ถามเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าหล่อคมคายที่ยื่นเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น
สายตาของเอ็มเมอร์จับจ้องมองน้ำอิง รู้ว่าจำต้องหักห้ามใจ ไม่ควรทำอะไรเกินเลยไปกว่าคำว่าคุณชายกับสาวใช้ แต่มันทนไม่ไหวจริงๆ ที่เห็นเธออยู่กับเพื่อนชายแบบใกล้ชิดกัน ทุกสิ่งในเอวาสกุลต้องเป็นของเขา... รวมถึงน้ำอิงด้วยเช่นกัน
“ไม่ได้กลัวค่ะ แต่คุณ... เข้ามาใกล้เกินไป” มือเรียวเล็กยื่นไปดันเข้าที่ไหล่ของเขาแล้วผลักออกเบา ๆ
“รังเกียจ? ทีกับเพื่อนผู้ชายยังจับมือถือแขนกันได้”
“ก็นั่นเพื่อนนี่คะ...”
“แล้วฉันเป็นใคร ทำไมทำไม่ได้?”
คำถามที่ย้อนกลับมาของเขาทำเอาคนตัวเล็กอ้ำอึ้ง ดวงตาคู่สวยกรอกไปมา นัยน์ตาแฝงไปด้วยความรู้สึกสับสนมึนงง
“คุณเอ็มก็เป็น...เจ้านายของหนูไงล่ะคะ เป็นคุณชายของเอวาสกุล”
คำตอบที่แสนห่างเหินออกมาจากปากของสาวใช้รุ่นน้อง เอวากรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนที่จะจับแขนเธอกระชากขึ้นมาให้ยืนขึ้น
“คะ คุณเอม หนูเจ็บนะ... บีบแขนกันแรงเกินไปแล้ว”
“กลับบ้าน”
“อะไรนะคะ? แต่หนูยังไม่ได้บอกลาเพื่อน...”
“บอกว่ากลับบ้าน!”
เขาตวาดเป็นครั้งที่สองไม่ปล่อยให้เธอได้โต้เถียงอะไรออกมาอีก แขนกำยำกระชากลากถูน้ำอิงให้ออกมาจากห้องน้ำหญิง
ที่หน้ากระจกมีผู้หญิงสองสามคนกำลังยืนแต่งหน้ากันอยู่ตกใจสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายลากผู้หญิงออกมาจากห้องน้ำ
“ว๊าย!!”
แต่แน่นอนว่าเอ็มเมอร์ก็หาสนใจไม่ ยังคงดึงแขนน้ำอิงให้เดินตามเขามา ขาเล็กเดินวุ่นจนพันกันแทบจะล้ม แต่ก็ยังคงโดนลากต่อไปไร้ซึ่งความเห็นใจอยู่ดี
คฤหาสน์เอวาสกุล
ช่วงเวลากลางดึก
ร่างแกร่งกระชากลากถูคนตัวเล็กให้เดินตามกลับมา ลงมาจากรถได้ก็รีบดึงแขนเธอต่อในทันที น้ำอิงรู้สึกอยากจะร้องไห้ เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนาเขาถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้ขนาดนี้
สองหนุ่มสาวไม่รู้เลยว่าการกระทำของตัวเองตกอยู่ในสายตาของใครบางคน...
เอวากุลหรือคุณอาร์ต น้องชายต่างมารดานั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในสวน ดวงตาคมของเจ้าน้องชายจับจ้องมองคนสองคนที่กระชากลากถูทำลับๆ ล่อๆ กันเข้ามาภายในคฤหาสน์ เขานั่งอยู่ในสวน วางหนังสือที่กำลังอ่านลงพร้อมกับขยับแว่นตาแล้วมองไปที่ทางนั้น แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ขานั่งไขว่ห้าง รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นบนใบหน้า
“พี่ชายกูนี่ใฝ่ต่ำจริงๆ”
เพียงมองดูก็รู้ว่าพี่ชายตัวเองอยากกินยัยเด็กน้ำอิงอะไรนี่ขนาดหนัก แม้จะสวย น่ารัก ฉลาดเฉลียวสักเพียงใดแต่ก็ไม่พ้นข้อครหาที่ว่าเธอคนนี้ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไร้ซึ่งอำนาจที่จะต่อรองกับคุณหญิงอณิกาได้
ถึงจับยัยเด็กนี่ทำเมียได้จริงก็คงจะเก็บไว้เป็นเมียน้อยที่อยู่ในเรือน สักวันคุณหญิงอณิกาก็คงหาคู่ครองที่คู่ควรให้กับทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งเอวาสกุลได้ เด็กสาวที่ชื่อว่าน้ำอิงคนนี้ก็จะกลายเป็นแค่เมียน้อยเหมือนกับที่แม่เขาเป็น ช่างน่าเวทนา
“ทำอะไรอยู่อาร์ต เข้านอนได้แล้วลูก” คุณเขมกรณ์ ภรรยาคนรองเอ่ยถามลูกชายเพียงคนเดียวที่นั่งยิ้มพอใจอยู่กับอะไรสักอย่าง เธอเห็นว่านี่ก็ดึกแล้วแต่ลูกยังไม่ยอมเข้านอนจึงออกมาตาม
“เปล่าแม่ ก็แค่... “
เขายิ้มเยาะแล้วมองไปทางด้านนั้น น้ำอิงที่กำลังถูกกระชากลากถูโดยเอวากรณ์ ทั้งคู่ดูใกล้ชิดกันเกินกว่าที่ควรจะเป็น สถานะดูเกินกว่าคำว่าคุณชายกับสาวใช้
“นั่งดูหมามันผสมพันธุ์กัน”
“เอ๋..”
ดวงตาคู่หวานของสาวสูงวัยมองตามสายตาของลูกชาย แต่แล้วก็ต้องตกใจดวงตาเบิกโพลงโต รีบดุลูกชายที่กล่าวถึงพี่ชายตนเองแบบนั้น
“อาร์ต อย่าว่าพี่เขาแบบนั้นสิลูก แล้วนั่นน่ะน้ำอิง เด็กของคุณหญิงเขา”
เขมกรณ์ดุลูกชายทันที ในอดีตเธอเคยเป็นพยาบาลและตกหลุมรักกับคุณผู้ชายจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นภรรยารอง เวลาต่อมาก็ให้กำเนิดเอวากุลหรือว่าอาร์ต ลูกชายคนที่สองของคุณชาย
“หึ...” อาร์ตไม่ตอบอะไรแม่ ทำเพียงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วหยิบหนังสือมาถือไว้ในมือ
“ช่างมันเถอะ เข้าบ้านกันแม่”
เพราะรู้ว่าแม่เป็นคนดีเกินกว่าจะมานั่งนินทาใครจึงไม่อยากเอาเรื่องขุ่นข้องหมองใจมารบกวนแม่ตัวเอง
เรือนหลังเล็กของสาวใช้
เอวากรณ์กระชากลากถูคนตัวเล็กมาจนถึงที่นี่ แต่ก็พบว่าบ้านมืดสนิทคาดว่าวันนี้ป้าแจ่มที่อาศัยอยู่บ้านหลังเล็กแห่งนี้คงจะไปตระเวนนอนที่อื่นเพื่อเฝ้ายามเพราะต้องเวียนไปดูบ้านแต่ละหลัง ในอาณาเขตเอวาสกุลแห่งนี้มีเรือนคนใช้และเรือนเจ้านายอีกหลายหลัง
เขาพาเธอเข้ามาจนถึงห้องนอน ป้ายหน้าห้องเขียนว่า น้องน้ำอิง เขาเคยเข้ามาแล้วหนึ่งครั้ง เหวี่ยงแขนคนตัวเล็กจนล้มลงไปนอนกับเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต มีผ้าปูที่นอนสีชมพูหวาน
“โอ๊ย คะ คุณเอ็ม...ทำอะไรคะเนี่ย..”
คนตัวเล็กร้องครวญครางด้วยความเจ็บเมื่อถูกผลักลงบนเตียงอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งความเข้าใจว่าเจ้านายหนุ่มเป็นอะไรถึงต้องโมโหเพียงนี้
ใบหน้าหล่อจับจ้องมองเธอ จมูกโด่งรับกับคมหน้าเรียวรี ปากหยักสวยได้รูป ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสมเป็นคุณชายตระกูลผู้ดี
“ต่อไปนี้ห้ามออกไปเที่ยวกลางคืน”
เขาสั่งเสียงเรียบ มองคนตัวเล็กที่ล้มไปนอนอยู่บนเตียง เธอพยายามชันแขนลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงเอาไว้ นัยน์ตาสวยสีน้ำตาลอ่อนฉายแววไม่เข้าใจ
แต่แล้วก็ต้องตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเขาทิ้งตัวลงบนเตียงคลานเข้ามาหาเธอช้าๆ นั่งลงตรงหน้าของเธอ แล้วเชยคางขึ้นให้สบตากัน
ใจดวงน้อยสั่นระรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ คนสองคนต่างเพศกันนั่งอยู่บนเตียงด้วยกันในยามเที่ยงคืนกว่า ภายในบ้านไม่มีใครอยู่เลย...ใกล้ชิดกันเกินไปแล้ว น้ำอิงพยายามสั่งใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหวเกินไปกว่านี้
“คุณเอ็มจะทำอะไรคะ...”
มือเรียวเล็กยกขึ้นยันแผงอกกำยำเอาไว้ ไม่ให้ใบหน้าหล่อเข้ามาประชิดใกล้เกินไปกว่านี้
“ย้ำเตือนเธอไง”
“ย้ำเตือน? เรื่องอะไรคะ”
“เผื่อเธอจะลืมว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไร”
ถ้อยคำย้ำเตือนที่เขาว่าก็คือย้ำเตือนว่าเธอเป็นคนใช้นั่นเอง สำหรับน้ำอิงแล้วรู้สึกน้อยใจอยู่ไม่น้อยที่เขาขีดเส้นชัดเจนระหว่างสถานะตัวเองกับสถานะของสาวใช้ มันเป็นเรื่องปกติ ผิดที่เธอรู้สึกไปเองทั้งนั้น ไม่มีสิทธิ์คิดน้อยใจอะไรเจ้านายด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่อาจสั่งห้ามหัวสมองให้เลิกคิดได้
“หนูไม่เคยลืมค่ะ”
น้ำอิงไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นใคร และหน้าที่ของตัวเองคืออะไร
“แล้วที่ไปเที่ยวกับผู้ชายตอนกลางคืนคืออะไร?”
ถามกลับเสียงแหบ จากความโกรธกลายความเหนื่อย...เหนื่อยกับการหักห้ามใจตัวเองเหลือเกินสำหรับเอวากรณ์
“แค่เพื่อนค่ะ แค่เพื่อนจริงๆ ออกไปเที่ยว สังสรรค์กันธรรมดาไม่ได้มีอะไรเกินไปกว่านั้น”
ทั้งที่ความจริงหากเธอจะมีแฟนก็คงไม่ได้แปลกอะไร น้ำอิงเอาแต่คิดตำหนิตัวเองว่าทำอะไรบกพร่องในหน้าที่ไปหรือเปล่าจึงทำให้เจ้านายดุเธอแบบนี้
ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเพียงแค่เสี้ยวเดียว เอวากรณ์เหมือนกับหูดับไปชั่วขณะไม่อยากจะฟังอะไรที่เธอพูดสักนิด มีแต่ความหลงใหลตรงหน้า
กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ ใบหน้าสวยกลมกลึงได้รูปพร้อมกับเรียวแก้มนุ่มนิ่ม เขายกมือขึ้นจับเข้าที่แก้มนุ่มของเธอ นิ้วโป้งเกลี่ยไปมาเบา ๆ น้ำอิงสัมผัสได้ว่าใบหน้าของตัวเองร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
โหยหา ใกล้ชิด แต่สุดท้าย...เอวากรณ์ไม่กล้าสัมผัสไปมากกว่านั้น
คำว่าสถานะต่างกันมันค้ำคอกระแทกเข้าที่หน้า ใกล้เกินไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
สมองสั่งอย่าง หัวใจสั่งอย่าง ร่างกายก็ไปอีกอย่าง ปลายจมูกของเขาขยับเข้าไปชิดใกล้ผ่านแก้มนวลปาดเข้าที่แก้มนวลสวยซึ่งตอนนี้ขึ้นเป็นพวงสีแดงระเรื่อ
ค้างจมูกเอาไว้อย่างนั้น ใจดวงแกร่งเต้นระส่ำไม่หยุด
อยากจะย่ำยีเธอแทบตาย..แต่สุดท้ายก็ต้องหยุด
เขาผละแก้มออกจากใบหน้าของเธอ คลานลงจากเตียงแล้วยืนหยัดขึ้นเต็มความสูงก่อนที่จะหันหลังให้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมาจ้องเธอเพียงสามวินาทีก่อนที่จะเดินจากไป
น้ำอิงที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ ตากลมโตแฝงไปด้วยแววความสับสน ทำไมเอวากรณ์ถึงทำกับเธอแบบนี้
นี่คือสถานะของเจ้านายกับลูกน้องเพียงเท่านั้นจริงๆ เหรอ ไม่มีอะไรแอบแฝงอื่นใช่ไหม
หากไม่เข้าใจผิดคิดเข้าข้างตัวเองไป เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเมื่อครู่
เขาหอมแก้มเธอใช่หรือเปล่า? คนตัวเล็กเองก็ไม่แน่ใจ
