Chapter 10 เส้นขนานไม่มีวันบรรจบ
Chapter 10
เส้นขนานไม่มีวันบรรจบ
‘ฮัลโหล ทำอะไรอยู่ครับที่รัก?’
เมื่อเสียงจากปลายสายกรอกตอบกลับมา คนที่รับโทรศัพท์อยู่ มือแกร่งสั่นเทา จังหวะหัวใจเต้นระรัวเร็ว ใบหน้าหล่อผิดปกติเรียบนิ่งตอนนี้ฉายแววความกังวลกัดฟันเอาไว้แน่น
‘เฮ้ เงียบไปเลยอิง แค่แกล้งเล่นเอง’
คำว่าแกล้งเล่นทำให้จังหวะหัวใจเริ่มพยายามแปรผันกลับมาเต้นในจังหวะดังเดิม แต่เลือดยังคงสูบฉีดขึ้นบนใบหน้า เขากดวางที่ปุ่มสีแดงในทันทีไม่ปล่อยให้ปลายสายได้พูดอะไรต่อ
ทางด้านของน้ำอิงเอง หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็เดินออกมา สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นของเขาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่กำลังเช็ดเรียวผมสวย เธอยืนจ้องหน้าเอวากรณ์ที่นั่งอยู่บนโซฟา
“มีอะไรหรือเปล่าคะ เป็นอะไรไปคะคุณเอ็มทำไมทำหน้าแบบนั้น?” คนตัวเล็กถามด้วยความไม่รู้เรื่อง
“เปล่า ไม่มีอะไร... เธอก็เข้านอนได้แล้ว ไม่ต้องเล่นโทรศัพท์แล้ว”
“เอ๋ แต่นี่เพิ่งจะทุ่มกว่าเองนะคะ” ใบหน้าสวยเอียงคอสงสัย เพิ่งจะเป็นเวลาทุ่มกว่า ปกติวัยรุ่นวัยเรียนอย่างเธอกว่าจะนอนก็คงจะเกือบเที่ยงคืนนู่น รวมถึงเอวากรณ์ที่ทั้งเรียนทั้งทำงาน บางวันนอนตีสองตีสามก็มี
“ไม่ต้องถาม ไปนอน แล้วก็อย่าให้เห็นนะว่าเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น”
“โอเคค่ะ นอนก็นอน” คนตัวเล็กรวบผ้าขนหนูที่เช็ดผมมาถือในมือเดียวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่โต๊ะกระจกด้านหน้า
“งั้นฝันดีนะคะ หนูขอตัวนอนก่อน”
“อืม..” เขาไม่บอกฝันดีกลับ ทำเพียงครางตอบไปในลำคอก่อนที่ร่างเล็กจะเดินจากไป เธอรู้งานว่าจะต้องเข้าไปนอนในห้องนอนด้านข้างเพราะรอบที่แล้วก็นอนห้องนี้
ท้ายที่สุดแล้วทั้งวิน เวย์ ไกล ก็ไม่ได้รับการตอบรับกับจากเพื่อนอีกเลย ได้คุยกันอีกทีก็คือเช้าวันถัดมา เพื่อนสาวบอกกับพวกเขาว่าต้องดูแลคุณเอ็มเมอร์และต้องนอนตั้งแต่หัวค่ำจึงไม่ได้ตอบแชทใครเลย
หลายวันต่อมา
ผับหน้ามหาวิทยาลัย
ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำผ่านท่ามกลางฝูงผู้คนฝ่าเข้ามาจนถึงโต๊ะที่เพื่อนๆ นั่งอยู่
“ไงไอ้คุณชาย กว่าจะลากมึงออกมาได้..”
เดวาพูดพร้อมยิ้มเยาะ พลางยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันชูขึ้น สีหน้าเบื่อหน่ายของเอ็มเมอร์ทำเอาเทย์เลอร์เองก็อดทักขึ้นไม่ได้
“อะไรมึงวะ ทำหน้าซังกะตาย” เทย์เลอร์นั่งโอบไหล่เดมี่แฟนสาวสุดรัก น้องสาวของเดวา
“เปล่า...” ตอบเสียงเรียบพร้อมเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาหนังตัวสีดำ ด้านหน้าเป็นโต๊ะกระจกสีดำวางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เขานั่งลงข้างลีออน ฉายาเสือนิ่งประจำกลุ่ม ใบหน้าหล่อคมคายของหนุ่มลูกครึ่งเรียกสายตาจากสาว ๆ โต๊ะอื่นได้เป็นอย่างดี ทั้งเทย์เลอร์และลีออน
“ลากตัวออกมายากจริงนะมึง เรียนใกล้จบแล้วมาฉลองกับเพื่อนบ้างจะเป็นไรไป” เทย์เลอร์พูดพร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ ปกติมักทำหน้าโหด ดูเหี้ยมกว่าใคร แต่เมื่ออยู่กับเพื่อน ๆ ก็เป็นคนอารมณ์ดีคนหนึ่ง
“ช่วงนี้งานกูเยอะ”
เพราะโปรเจครีโนเวทรีสอร์ตเก่าทำเอาล้าไปทั้งตัว แล้วยิ่งหลัง ๆ มานี้รู้สึกว่าตัวเองอารมณ์แปรปรวนอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำอิง
ร่างแกร่งพิงตัวลงบนโซฟา ยกมือขึ้นกอดอก ทอดสายตามองไปรอบ ๆ ชั้นวีไอพี โต๊ะที่เขานั่งจัดอยู่ในโซนนี้ ชั้นที่สอง ส่วนชั้นล่างจะเป็นสำหรับลูกค้าทั่วไป ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแอชตันเจเค
“งานมึงนี่รัดตัวจริงๆ สมแล้วที่ต้องมีน้ำอิงข้างกาย”
เดวาแซว เขาไม่ได้คิดอะไรกับคนของเพื่อน เพียงแต่เห็นเป็นเหมือนน้องเหมือนนุ่ง คนตัวเล็กรุ่นเดียวกับเดมี่น้องสาวของเขาเลย
“หึ..” ร่างแกร่งแค่นขำในลำคอ นั่งพิงตัวอย่างสบายใจรับแก้วสีอำพันที่ถูกชงจากเทย์เลอร์
“สวัสดีค่ะ...นั่งด้วยได้ไหมคะลีออน?” ผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาสะสวย หุ่นอวบอัดในชุดรัดรูปสีดำเดินเข้ามาที่โต๊ะ ลีออนเชยสายตามองอย่างนิ่งเฉยไม่ตอบ
“ลีออน อย่าเสียมารยาทดิมึง” เทย์เลอร์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามยิ้มแซว ส่วนเดวาเองยังคงดูสุภาพ เดมี่มองแฟนสุดที่รักตาขวางอย่างหึงหวง ตัดมาที่เอ็มเมอร์ดูไม่แยแสอะไรรอบโต๊ะเลยแม้แต่นิด
ส่วนสาวเจ้าก็ยืนแก้เก้อ เมื่อไม่ได้รับคำเชื้อเชิญให้นั่งลงข้าง ๆ ได้ เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปพร้อมความอาย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อยพร้อมพึมพำ
“คนอะไร หล่อแต่หยิ่งชะมัด..”
ว่าแล้วก็จากไป ลีออนทำท่าไม่สน ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเกมส์
“อย่างหล่อครับเพื่อนกู..” เดวาหัวเราะ ยกมือขึ้นตีกับเทย์เลอร์ดังแป๊ะ!
“พี่ลีออนน่ารักแบบนี้ ถ้ามีแฟนคงรักแฟนมาก หล่อก็หล่อแถมไม่เจ้าชู้” เดมี่ได้ทีเอ่ยปากชมทำเอาลิอนแค่นยิ้ม ส่วนเทย์เลอร์ก็โวยวาย
“ต่อหน้าทำหยิ่ง ลับหลังแอบกินไม่รู้กี่คน” ได้ทีเทย์เลอร์ก็แขวะ ข้อหาที่เดมี่ชมลีออน
ส่วนเอ็มเมอร์ยังคงนิ่งไม่สนใจ เขาเองก็ได้รับสายตาหวานเยิ้มจากสาว ๆ ทั่วรอบสารทิศ
แต่แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาละม้ายคล้ายคนรู้จัก เธออยู่ที่ชั้นหนึ่งโซนลูกค้าทั่วไป
“น้ำอิง..” เอ็มเมอร์พึมพำเบา ๆ เมื่อเห็นว่าสาวใข้ส่วนตัวที่เขาตั้งธงไปเองว่า เธอเป็นผู้หญิงของเขา ตอนนี้สาวเจ้ากำลังยืนยิ้มระริกระรี้กับเพื่อนผู้ชายกว่าสามคน ทั้งในมือยังถือแก้วน้ำสีอำพัน ดูจากไกล ๆ ยังรู้ว่ามันคือน้ำเมา
มือแกร่งกำแน่นอยู่บนตัก คิ้วคู่สวยรับได้รูปขมวดเข้าหากัน ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ความเคลือบแคลงใจไม่จางไปแม้จ้องอยู่นานนับสิบนาที
“เป็นไรไปวะไอ้เอ็ม ทำหน้าเหมือนปวดขี้”
เดวาที่ปกติสุภาพ มีมารยาทมากพอจะไม่พูดเรื่องขี้บนโต๊ะอาหาร แต่เห็นเพื่อนทำหน้าแบบนั้นแล้วอดคิดไม่ได้จริง ๆ
ทั้งโต๊ะจ้องไปทางที่เอ็มเมอร์กำลังจ้องอยู่ แล้วก็เจอสาเหตุแล้วว่าทำไมเพื่อนถึงมีสีหน้าแบบนั้น
“อ๋อ น้ำอิง..” เทย์เลอร์พึมพำ
“หวงเขา...ก็เดินไปหาดิ” ลีออนที่ปกติมักเงียบยังพูดขึ้น ใครบ้างจะดูอาการเพื่อนไม่ออก อาการมันหนักขึ้นทุกวัน เหมือนหมาหวงเจ้าของ
“เปล่า” คุณชายเอวากรณ์กล่าวเสียงเรียบพร้อมยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันมากระดกเข้าปากอึก ๆ ราวกับคนอกหักที่กำลังหักย้อมใจตัวเอง
เดวาแค่นยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อใจดีเกลี้ยงเกลาของหนุ่มตี๋ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องเป็นอันหลงรัก
“เพื่อนผู้ชายเยอะจัง สวยขนาดนั้นคิดแค่เพื่อนจริงดิ?” หากจะเรียกว่านี่เป็นการเสี้ยมก็คงไม่ผิดนัก
ทั้งกลุ่มไม่มีใครดูอาการของเอ็มเมอร์ไม่ออกว่าคิดยังไงกับสาวรุ่นน้อง น้ำอิงดูแลเขามาตลอด ยิ่งได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกันก็ยิ่งใกล้ชิด
“เสือก” เอวากรณ์ว่าเข้าให้ ทำเอาเทย์เลอร์กับเดวาฮาครืนหันมองหน้ากัน ส่วนลีออนไม่สนใจขอตัวเดินหนีไปสูบบุหรี่
แต่ท่าทางกระซิกกระซี้นั่นโคตรกวนใจเขาเลยล่ะ เห็นแล้วรู้สึกกลางทรวงอกมันเต้นตุ๊บ ๆ เป็นจังหวะที่ระรัวรุนแรงเกินกว่าปกติ
ท้ายที่สุดความอดทนอดกลั้นที่มีมาร่วมนับหลายสิบนาทีก็เป็นอันขาดสะบั้นลงเมื่อเห็นเพื่อนชายที่ชื่อว่า วิน เริ่มถึงเนื้อถึงตัวน้ำอิงจนเกินพอดี
“กูกลับก่อน”
ว่าเสียงเรียบ พยายามเก็บสีหน้า หยิบแบงค์สีเทาออกมาวางไว้กับโต๊ะก่อนจะเดินจากออกมา
“อะไรของมัน..” เทย์เลอร์มองหน้าเดวา
“หมาหวงก้าง” เดวาพูด ใบหน้าหล่อตี๋ใจดียิ้มมุมปาก
ทางด้านของน้ำอิง
ดนตรีอีดีเอ็มถูกเปิดอย่างสนุกสนานในช่วงใกล้เที่ยงคืน ในตอนแรกเธอกลับมาที่คฤหาสน์ หลังจากดูแลเอวากรณ์เสร็จตั้งใจจะเข้านอนเลยแต่ก็โดนรบเร้าจากวิน เวย์ ไกล สามเพื่อนสนิทของเธอให้มาเที่ยวร้านเหล้าหน้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน โดยให้เหตุผลว่าเรียนด้วยกันมาตั้งสองปีแล้วแทบไม่เคยออกมาฉลองดื่มด่ำแบบนักศึกษากลุ่มอื่นเลย น้ำอิงก็เป็นต้องใจอ่อน... ขออนุญาตป้าแจ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หญิงสาวเรือนผมสวยดำขลับในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นพร้อมกับรองเท้าผ้าใบ หน้าเรียวรีได้รูปยิ้มสวยพร้อมกับแก้มที่แดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แม้จะใส่ชุดไม่รัดรูปแต่ทรวดทรงองค์เอวก็คอดให้ได้เห็น
ร่างแกร่งกว่า 187 เซนติเมตรเมื่อเดินลงมาเห็นก็รู้สึกเลือดสูบฉีดขึ้นหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็น ใจจะเดินย่างเข้ามาหาแต่แล้วน้ำอิงที่ยืนโซซัดโซเซก็ขอตัวจากเพื่อน ๆ ไปเข้าห้องน้ำก่อน เขาจึงรีบหลบเบี่ยงตัวไม่ให้เธอเห็น
“อือ~ เดี๋ยวขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ..” น้ำอิงว่าเสียงแหบพร่า ไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้วที่เธอกระดกดื่มเข้าไปหลังจากได้ลองดื่มเป็นครั้งที่สอง
“ให้ไอ้วินไปเป็นเพื่อนเปล่า?” เวย์ถาม วินเองก็มองอย่างเป็นห่วง ส่วนไกลนั่งนิ่ง ๆ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
“ไม่เป็นไร ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว...”
คนตัวเล็กว่าไปอย่างนั้นก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกมาตัวคนเดียว รู้สึกเวียนหัวบอกไม่ถูก ช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน แล้วก็... เรื่องความใกล้ชิดที่มากขึ้นระหว่างเธอกับเอ็มเมอร์
คำพูดของคุณหญิงยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายไปไหน
ฝากด้วยนะจ๊ะน้ำอิง ไว้ใจเธอเพราะมั่นใจว่าเธอคงรู้สถานะตัวเองดี
รู้สถานะตัวเองดีงั้นเหรอ? เธอมันคงต่ำต้อยมากสินะหากเทียบกับลูกชายของคุณหญิงอณิกา
เป็นคนที่น้ำอิงไม่ควรแตะเอื้อมแม้แต่นิด
ไม่มีทางที่จะเอื้อมถึงกันได้เลย... เป็นเสมือนเส้นคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้
หากเขาเป็นไฟ เธอต้องเป็นน้ำ
หากเขาเป็นภูเขา เธอคงต้องเป็นทะเล
เป็นเพียงสิ่งตรงกันข้ามที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
แต่แล้ว ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ เดินเข้าห้องน้ำหญิง เธอกับถูกกระชากเข้าที่เรียวแขนเล็กให้เข้ามาที่ห้องน้ำห้องสุดท้าย โชคดีที่ภายในห้องน้ำตรงอ่างล้างหน้าไม่มีใครอยู่ ในห้องน้ำยังว่างอยู่ทุกห้อง
“กรี๊-” กำลังจะกรี๊ดแต่ก็โดนเอามือปิดปากซะก่อน ร่างเล็กถูกดันให้นั่งลงที่ชักโครก เมื่อเธอได้สบตาเข้ากับคนที่กระชากเธอเข้ามา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง
“ค คุณเอ็มเมอร์!!”
