บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

บทที่ 4

ยามบ่ายคล้อย ท้องฟ้าหม่นราวถูกหมึกดำแต้มแต่ง ลมหนาวพัดแรงขึ้นอีกครา


พัดเอากลิ่นชื้นของหิมะละลายลอยปะปนในอากาศ จวนอ๋องเงียบงันดังเดิม

แต่ความเงียบในวันนี้…ไม่เหมือนเดิมมันหนัก


และกดดันราวกับกำลังรอให้บางสิ่งปะทุ หลี่อี้ถงเดินผ่านระเบียงยาว ปลายชายอาภรณ์พัดไหวเบา ๆ ตามแรงลม

นางเพิ่งกลับจากศาลาบุปผา


โดยมิได้ให้ผู้ใดติดตามมากนัก

“พระชายา”

เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหน้า หลี่อี้ถงหยุดฝีเท้า บุรุษในชุดหรูหราผู้หนึ่งยืนขวางทาง


ใบหน้าคมคาย แต่แฝงรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ

“ข้าน้อย หลี่เหยียน ขุนนางฝ่ายพิธีการ”

เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย ทว่าดวงตากลับกวาดมองนางอย่างไม่ปิดบัง “ได้ยินชื่อพระชายามานาน วันนี้เพิ่งได้พบตัวจริง”

หลี่อี้ถงมองเขานิ่ง

“มีธุระใด” น้ำเสียงนางสุภาพ


แต่ตัดบท

หลี่เหยียนยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นดูสุภาพ ทว่าซ่อนคมบางอย่างไว้ลึกยิ่งนัก

“เพียงอยากทักทาย” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ระยะห่างแคบลงอย่างจงใจ “และอยากเตือนว่า…ในจวนนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่ได้ยาวนาน”

คำพูดนั้นแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นราวหยดพิษที่ซึมช้า ๆ ลงสู่กระแสเลือด

หลี่อี้ถงยืนนิ่ง ดวงตาไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย


นางย่อมรู้ดีในแคว้นแห่งนี้ ผู้คนมากมายต่างจับจ้องอ๋องมู่หรงชิงอี้

ใครเล่าจะไม่หวังอำนาจ ใครเล่าจะไม่อยากผูกสัมพันธ์กับเขา

และการที่เขาเลือกตระกูลของนางก็เพราะตระกูลหลี่กำลังตกต่ำ ไร้อำนาจ ไร้ที่พึ่งพิง เมื่อแต่งเข้าสู่จวนอ๋องตระกูลของนางย่อมไม่มีสิ่งใดเหลือพอจะต่อรอง ไม่มีสิ่งใดพอจะยืนหยัดและยิ่งไม่มีทางต้านอำนาจของมู่หรงชิงอี้ได้

เรื่องนี้…นางรู้ตั้งแต่แรก

ตั้งแต่วันที่บิดาคุกเข่าขอร้องให้นางยอมแต่ง เพื่อรักษาทุกคนเอาไว้

หลี่อี้ถงไม่ถอย แม้เพียงครึ่งก้าว

นางเงยหน้าขึ้น สายตาสงบนิ่งดังผืนน้ำไร้คลื่น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอบใจสำหรับคำเตือนแต่ข้าไม่เคยตั้งใจจะอยู่ยาว”

หลี่เหยียนชะงักเล็กน้อย


ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “โอ้?”

เขาโน้มตัวเข้าใกล้อีกนิดใกล้เกินกว่ามารยาท

“เช่นนั้น…ข้าคงต้องรีบทำความรู้จักให้มากขึ้น ก่อนที่พระชายาจะหายไป”

คำพูดนั้น…ชัดเจนว่าล้ำเส้น หลี่อี้ถงหรี่ตาลงเล็กน้อยยังไม่ทันเอ่ยคำ มือของหลี่เหยียนก็ยื่นออกมาเหมือนจะสัมผัสปลายแขนเสื้อของนางและในวินาทีนั้น

“อย่าแตะ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นเย็นจัดราวกับมีดบางคมกริบวางบนลำคอทุกอย่างหยุดนิ่งหลี่เหยียนชะงักค้างมือหยุดกลางอากาศ

มู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ไม่ไกลไม่รู้ว่าเขามาตั้งแต่เมื่อใดแต่บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนแทบหายใจไม่ออกเขาเดินเข้ามา ช้า ๆ แต่ทุกก้าว…เหมือนเสียงคำพิพากษา

“มือของเจ้า…” เสียงเขาเรียบ “คิดจะทำสิ่งใด”

หลี่เหยียนรีบถอยหนึ่งก้าว


สีหน้าซีดลงทันที

“ท่านอ๋อง กระหม่อมเพียง”

“เพียงอะไร”

มู่หรงชิงอี้หยุดตรงหน้าเขาสายตาคมกริบกวาดมองมือที่ยังค้างอยู่

“อยากรู้ว่าของข้า…สัมผัสแล้วเป็นเช่นไร?”คำว่าของข้าถูกกดเน้นหนักจนแทบได้ยินเสียงกระแทก หลี่เหยียนทรุดลงคุกเข่าแทบจะทันที

“กระหม่อมมิบังอาจ!”

เงียบลมพัดผ่านระเบียง


แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ มู่หรงชิงอี้ไม่พูดอะไรในทันทีเพียงมอง มองนิ่ง…นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ยื่นมือออกมา”

หลี่เหยียนตัวสั่น เขาคิดว่าพระชายาคนนี้ไร้คนหนุนหลัง เขาจึงกล้าที่จะดูมิ่นนาง “ท่านอ๋อง…โปรดเมตตา”

“ยื่น” เสียงนั้นไม่ดังแต่ไม่มีทางปฏิเสธหลี่เหยียนค่อย ๆ ยื่นมือออกมา สั่นเทา ในวินาทีนั้นหลี่อี้ถงเอ่ยขึ้น

“ท่านอ๋อง”เสียงนางแผ่ว


แต่ชัด

มู่หรงชิงอี้ชะงักเล็กน้อยหันมามองนางหลี่อี้ถงสบตาเขา

“เขายังไม่ได้แตะหม่อมฉัน”

คำพูดนั้น…เหมือนการหยุดชั่วขณะหนึ่ง


บรรยากาศเปลี่ยนไป มู่หรงชิงอี้จ้องนางแววตาลึก…อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ

“แต่เขาคิดจะทำ การดูหมิ่นเจ้าจะต่างอะไรกับดูหมิ่นข้า”

หลี่อี้ถงไม่หลบ “ความคิด…ยังไม่ใช่ความผิด”

เงียบ…เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ มู่หรงชิงอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย

“เจ้ากำลังขอชีวิตให้เขา?”

หลี่อี้ถงส่ายหน้า “ไม่” นางตอบ “หม่อมฉันเพียงไม่อยากให้มือของท่านอ๋อง…ต้องเปื้อนโดยไม่จำเป็น”

คำพูดนั้นอ่อนโยนกว่าที่เคยแต่ซ่อนความหมายลึก มู่หรงชิงอี้นิ่ง เพียงครู่เดียวก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าคิดว่าข้าจะสกปรก?”

หลี่อี้ถงยิ้มจาง “หม่อมฉันคิดว่า…มือของท่านอ๋องควรใช้กับสิ่งที่มีค่า”

มู่หรงชิงอี้ก็หัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นต่ำ…แต่ต่างจากทุกครั้ง ไม่ใช่ความเย็นชาแต่เป็นบางอย่างที่…คลายลงเล็กน้อยเขาหันกลับไปมองหลี่เหยียน

“โชคดีของเจ้า” เสียงเขากลับมาเรียบอีกครั้ง “เพราะนางพูด”

หลี่เหยียนรีบก้มศีรษะ “ขอบพระทัยพระชายา! ขอบพระทัยท่านอ๋อง!”

“ไสหัวไป”

“ขอรับ!” เขารีบลุกแล้วถอยหนีไปทันที


แทบจะวิ่ง

เมื่อเหลือเพียงสองคนความเงียบก็กลับมา

แต่ครานี้ไม่เหมือนเดิมมู่หรงชิงอี้หันมามองนาง

“เหตุใดต้องห้ามข้า”

หลี่อี้ถงตอบโดยไม่ลังเล “เพราะมันไม่คุ้ม”

“ไม่คุ้ม?” เขาทวน

“คนเช่นนั้น…ไม่คู่ควรให้ท่านอ๋องลงมือเอง”

คำตอบนั้นเรียบแต่มู่หรงชิงอี้จ้องนางนิ่งนานก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ “แล้วผู้ใด…คู่ควร” เสียงเขาต่ำลง

หลี่อี้ถงสบตาเขา “ผู้ที่ทำร้ายหม่อมฉันจริง ๆ”

มู่หรงชิงอี้ยื่นมือออกมาครานี้…แตะปลายผมของนางเบา ๆ การกระทำนั้นไม่รุนแรงแต่ทำให้อากาศรอบตัวเปลี่ยนไป

“ถ้ามีวันนั้น…” เขาเอ่ยช้า ๆ “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าพูดคำว่า ‘พอ’ ด้วยซ้ำ”

หลี่อี้ถงนิ่งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย

“ท่านอ๋องมั่นใจเกินไป”

มู่หรงชิงอี้ยิ้มบาง

“ข้าไม่มั่นใจ” เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย


เสียงต่ำจนเกือบเป็นกระซิบ “แต่ข้าแน่ใจ”

คำพูดนั้นไม่ใช่คำขู่แต่เป็นคำสาบาน ผู้ใดแตะของ ๆ เขา เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไป แม้จะมีคนมาคุกเข่าของร้องแทนก็ตาม

หลี่อี้ถงมองเขานานกว่าทุกครั้งก่อนจะยิ้มจาง

“เช่นนั้น…หม่อมฉันคงต้องระวังตัว”

มู่หรงชิงอี้เลิกคิ้ว “ระวังสิ่งใด”

หลี่อี้ถงเอ่ยเบา ๆ “ระวังไม่ให้เผลอเชื่อใจท่านอ๋อง”

มู่หรงชิงอี้ก็หัวเราะออกมา เสียงนั้นก้องแผ่วในระเบียงยาว

“สายไปแล้ว”เขาพึมพำ

หลี่อี้ถงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่าอย่างไร”

มู่หรงชิงอี้มองนางแววตาลึก…และชัดเจนกว่าทุกครั้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel