บทที่ 3
บทที่ 3
ยามสายของวันนั้นหิมะเริ่มละลาย หยาดน้ำหยดลงจากชายคาทีละหยด…ทีละหยด ราวกับนับเวลาของบางสิ่งที่กำลังก่อตัว
จวนอ๋องยังคงเงียบเช่นเดิมแต่ความเงียบนั้น…มิใช่ความสงบ
หากเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ทุกมุมหลี่อี้ถงนั่งอยู่ในศาลาริมสระ น้ำในสระยังจับตัวเป็นน้ำแข็งบางส่วนสะท้อนเงาของนางอย่างเลือนราง
นางกำลังอ่านตำราเล่มหนึ่งปลายนิ้วพลิกหน้ากระดาษอย่างแผ่วเบา ท่าทางสงบนิ่ง ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกทำให้นางหวั่นไหวได้
“พระชายาหลี่อี้ถง” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
หลี่อี้ถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยบุรุษในชุดขุนนางยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสุภาพ อ่อนโยนกว่าคนในจวนส่วนใหญ่
“ข้าน้อย ซ่งอวี้ รับหน้าที่ดูแลคลังตำราในจวน” เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย “ได้ยินว่าพระชายาชื่นชอบการอ่าน จึงนำตำราหายากมาถวาย”
หลี่อี้ถงมองเขาเพียงครู่ก่อนจะปิดตำราในมือ
“ขอบใจ”
น้ำเสียงเรียบ…แต่ไม่เย็นชา
ซ่งอวี้ยิ้มบาง “หากพระชายาต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม สามารถบอกข้าน้อยได้”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ในจวนนี้…มิใช่ทุกคนจะเหมาะแก่การขอความช่วยเหลือ”
ประโยคนั้น…เหมือนคำเตือน
หลี่อี้ถงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าตนเองเหมาะ?”
ซ่งอวี้ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มเจื่อน “อย่างน้อย…ข้าน้อยก็ไม่ทำร้ายพระชายา”
คำพูดนั้นออกมาอย่างระมัดระวังแต่
“ใครบอกว่าเขาจะไม่ทำ”เสียงหนึ่งแทรกขึ้นเย็น…และหนักบรรยากาศในศาลาแข็งตัวในทันที
ซ่งอวี้หน้าซีดลงก่อนจะรีบหันไปคุกเข่า
“ท่านอ๋อง!”
มู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ไม่ไกลไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อใดสายตาคมกริบจับจ้องตรงมาที่ซ่งอวี้ไม่ใช่ความโกรธที่แสดงออกชัดเจนแต่เป็นบางอย่างที่ลึก…และอันตรายกว่า
“เจ้าเพิ่งกล่าวสิ่งใด”เสียงเขาเรียบซ่งอวี้ก้มหน้าลงทันที
“กระหม่อม…เพียงกล่าวว่า”
“ข้าได้ยินแล้ว”มู่หรงชิงอี้ตัดบทเขาก้าวเข้ามาช้า ๆแต่ทุกก้าวทำให้บรรยากาศหนักขึ้น “เจ้าบอกว่าสามารถช่วยนางได้?”
คำถามนั้นเหมือนธรรมดาแต่ไม่มีผู้ใดกล้าตอบ
ซ่งอวี้กลืนน้ำลาย “กระหม่อมมิกล้า…”
มู่หรงชิงอี้หยุดอยู่ตรงหน้าเขาก้มลงเล็กน้อย
“ชื่อของนาง…”เสียงเขาต่ำลง “ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเอ่ยได้ตามใจ”
หลี่อี้ถงมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบงันไม่แทรกไม่ห้าม เพียงเฝ้าดู
ซ่งอวี้ตัวสั่นเล็กน้อย “กระหม่อมสำนึกผิด…”
มู่หรงชิงอี้ไม่ตอบเพียงยืนมองเขาอยู่นาน นานจนความเงียบกลายเป็นแรงกดดันก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถอยไป”
คำสั้น ๆแต่เหมือนยกภูเขาออกจากอกซ่งอวี้
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง!”
เขารีบค้อมศีรษะแล้วถอยออกไปทันทีไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลัง
เมื่อเหลือเพียงสองคนความเงียบก็กลับมาอีกครั้งแต่ครานี้…ต่างออกไป หลี่อี้ถงวางตำราลง
“ท่านอ๋องดูจะอารมณ์ไม่ดี”นางเอ่ยเรียบ ๆ
มู่หรงชิงอี้หันมามองนาง “เจ้าเรียกสิ่งนั้นว่า ‘ไม่ดี’ หรือ”
หลี่อี้ถงเอียงศีรษะเล็กน้อย “หรือจะให้เรียกว่า ‘หึง’ ดีล่ะเจ้าคะ”
สิ้นคำบรรยากาศหยุดนิ่งแม้แต่ลมยังเหมือนจะหยุดพัด มู่หรงชิงอี้จ้องนางสายตาคมกริบยิ่งกว่าทุกครั้ง
“เจ้าว่าอะไร” เสียงเขาต่ำลง
หลี่อี้ถงไม่หลบเลี่ยง “หึง” นางตอบชัด “หรือหม่อมฉันเข้าใจผิด”
ความเงียบนานกว่าทุกครั้งก่อนที่มู่หรงชิงอี้จะหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้น…ไม่มีความขบขัน
“เจ้าคิดว่าข้า…จะหึง?” เขาก้าวเข้ามาใกล้ใกล้มาก “เพราะบุรุษเช่นนั้น?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน หลี่อี้ถงไม่ถอยกลับเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“หม่อมฉันมิได้พูดว่าเขามีค่า” นางเอ่ยช้า ๆ “แต่ท่านอ๋อง…ให้ค่ามากพอจะลงมาจัดการด้วยตนเอง”
คำพูดนั้น…ตรง และคม เพราะหากเขาไม่มีค่ามากพอให้วุ่นวาย มู่หรงชิงอี้จะยื่นมือลงมาทำไม หากนางรำคาญในส่ิงที่บุรุษผู้นั้นเอ่ย นางจะไล่เขาไปด้วยตนเองก็มิใช่เรื่องยาก
มู่หรงชิงอี้นิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่แววตาจะเข้มขึ้น “หลี่อี้ถง” เขาเอ่ยชื่อเต็มของนางเสียงต่ำ…กดลึก “อย่าทดสอบข้า”
หลี่อี้ถงยิ้มบาง “หม่อมฉันเพียงพูดความจริง”
มู่หรงชิงอี้จ้องนางนาน…นานจนเหมือนจะทะลุเข้าไปในความคิดก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
“ข้าไม่หึง” เขาย้ำ “ข้าเพียงไม่ชอบ…” เขาหยุด “ให้ของของข้า ถูกผู้อื่นแตะต้อง”
หลี่อี้ถงหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่ว…แต่ชัด
“ถ้าเช่นนั้น…” นางโน้มตัวเข้าใกล้เล็กน้อย “ท่านอ๋องคงต้องเหนื่อยไม่น้อย”
มู่หรงชิงอี้หรี่ตาลง “เหตุใด”
หลี่อี้ถงสบตาเขา “เพราะหม่อมฉัน…ไม่ใช่ของที่อยู่เฉย ๆ ให้ใครครอบครอง”
มู่หรงชิงอี้ก็ยื่นมือออกมาคว้าข้อมือของนางไม่แรง…แต่แน่น “งั้นหรือ” เสียงเขาต่ำลงใกล้จนแทบเป็นกระซิบ “แต่งมาเป็นพระชายาข้าแล้วทั้งร่างกายของเจ้าไม่มีส่วนใดที่ข้าไม่ได้เห็นไม่ได้สัมผัสแล้ว…ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นของข้าแล้ว เจ้าคิดจะเป็นของผู้ใดอีกได้หรือ”
หลี่อี้ถงไม่ดึงมือกลับเพียงมองเขานิ่ง “ของตัวเอง”
คำตอบนั้น…เด็ดขาด มู่หรงชิงอี้ชะงักเพียงชั่วครู่ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ
“ดี” เขาพึมพำ “เช่นนั้น…”เขาปล่อยมือของนางแต่สายตายังไม่ละ “ข้าจะเป็นคนที่ทำให้เจ้า…เลือกข้าเอง”
คำพูดนั้นไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่คำขู่แต่เป็นคำประกาศสงคราม เขาผ่านศึกในและนอกวังมามากมาย กะอิแค่ศึกคว้าใจภรรยา ทำไมเขาจะชนะไม่ได้
หลี่อี้ถงนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มจาง “หม่อมฉันจะรอดู”
ลมพัดผ่านศาลาอีกครั้ง น้ำแข็งในสระส่งเสียงแผ่วเบา บางสิ่งกำลังร้าว
