บทที่ 5
บทที่ 5
ยามเย็นคล้อยฟ้าครึ้มราวจะเกิดพายุลมหนาวพัดแรงจนกิ่งไม้เสียดสีกันดังครืดคราดกลิ่นฝนคละคลุ้งในอากาศ ทั้งที่ยังไม่ตก
ราวกับมีบางสิ่งแฝงอยู่ในเงามืด
หลี่อี้ถงออกจากเรือนในยามโพล้เพล้ นางไม่ได้พาสาวใช้ติดตามเพียงเดินลัดเลาะไปตามทางด้านหลังจวน สถานที่นั้นเงียบ และห่างไกลจากสายตาผู้คน เหมาะสำหรับ…การคิดหรือการดักรอ
ฝีเท้าของนางหยุดลงเพราะกลิ่นหนึ่งกลิ่นโลหะ…เลือด ยังไม่ทันที่นางจะหันกลับ
“จับตัว!”
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกันหลายทิศเงาดำพุ่งออกมาจากความมืดล้อมนางไว้ในพริบตา
หลี่อี้ถงถอยหนึ่งก้าว สายตานิ่งไม่แตกตื่น
“ใครส่งพวกเจ้ามา”นางถามเสียงเรียบไม่มีคำตอบมีเพียงแววตาเย็นเยียบของคนเหล่านั้นดาบถูกชักออกเสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่ว
หนึ่งในนั้นพุ่งเข้ามารวดเร็วถึงตาย
หลี่อี้ถงหลบอย่างฉับพลันปลายมีดเฉียดผ่านแขนเสื้อไปเพียงเส้นผม นางถอยอีกก้าวมือคว้าปิ่นปักผมออกมา คมแหลมสะท้อนแสงสลัว
“อยากได้ชีวิตข้า…” นางเอ่ยเบา ๆ “ก็ลองดู”
การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนางมิใช่สตรีอ่อนแอทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำ ปิ่นเล็ก ๆ ในมือกลายเป็นอาวุธ
โลหิตหยดแรก…มิใช่ของนาง
แต่จำนวนศัตรูมากเกินไป หนึ่งพลาดหนึ่งช้า ก็เพียงพอ
“อึก!”
คมดาบเฉือนผ่านไหล่นางเลือดซึมออกทันทีหลี่อี้ถงถอยหลังลมหายใจเริ่มถี่
แววตายังนิ่ง…แต่ร่างกายเริ่มไม่ไหว
“จบมัน”เสียงหนึ่งสั่งเงาดำสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันรวดเร็วและแน่นอน หลี่อี้ถงยกมือขึ้น
รู้ดีว่าหลบไม่พ้นในวินาทีนั้น
“ใคร…อนุญาตให้พวกเจ้ามาแตะต้องนาง”
เสียงหนึ่งดังขึ้นไม่ดังแต่ทำให้ทุกสิ่งหยุดนิ่งแม้แต่ลม…ยังเหมือนหยุดพัด เงาดำทั้งสองชะงักร่างแข็งค้างกลางอากาศ ความกลัว…แผ่ซ่านโดยไม่ต้องมอง
มู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ไม่ไกลอาภรณ์ดำปลิวตามแรงลม แววตา…มืดสนิทยิ่งกว่ารัตติกาลเขาไม่ได้มองศัตรู สายตาของเขาจับจ้องเพียงคนเดียว
หลี่อี้ถง
และเมื่อเห็นเลือดบางสิ่งในแววตานั้น…แตก
“ถอยไป”เสียงเขาแผ่วแต่ไม่มีผู้ใดกล้าขยับหนึ่งในมือสังหารกัดฟันพุ่งเข้าหาเขาแทนดาบฟาดลงเต็มแรง
ฉับ…ร่างนั้นล้มลงทันที
ไม่มีใครทันเห็นว่าเขาขยับอย่างไรมีเพียงผลลัพธ์ เลือดกระเซ็นชีวิตดับ แล้วนรกก็เปิดออก
มู่หรงชิงอี้ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวช้า…และมั่นคง แต่ทุกก้าวมีคนตาย
เสียงร้อง เสียงดาบ เสียงลมหายใจขาดห้วงทุกอย่างปะปนกัน เขาไม่พูด ไม่หยุด ไม่เมตตาดุจอสูรที่เพิ่งถูกปลุก เพียงไม่กี่อึดใจทุกอย่างก็จบ ศพนอนเกลื่อนเลือดนองพื้นเหลือเพียงความเงียบ…และกลิ่นคาวเข้มข้น
มู่หรงชิงอี้ยืนอยู่กลางกองศพ ดาบในมือหยดเลือดลงพื้นช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหันมามองนาง
หลี่อี้ถงยังยืนอยู่แต่สีหน้าซีดลงเล็กน้อยเลือดที่ไหลจากไหล่…ยังไม่หยุด มู่หรงชิงอี้เดินเข้ามาเร็วขึ้น จนหยุดอยู่ตรงหน้านาง สายตากวาดมองบาดแผลแล้วมือของเขาก็ยกขึ้นจับแขนของนางแรง
“ใครทำ”เสียงเขาต่ำและสั่น…เล็กน้อย ชีวิตของขาแขวนอยู่บนความตายมานานแล้ว การที่มีผู้บุกรุกเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่คนที่บังอาจทำร้ายพระชายาของเขา..
หลี่อี้ถงมองเขา “ไม่สำคัญแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้แววตาเขาเข้มขึ้นทันที “สำคัญ” เขากดเสียง “สำหรับข้า…ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าสำคัญ!”
…ตั้งแต่เมื่อไหรล่ะที่นางสำคัญ เพราะนางเป็นพระชายาของเขางั้นหรือ ก็คงใช่
หลี่อี้ถงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย
“หม่อมฉันยังไม่ตาย”
มู่หรงชิงอี้ชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงใกล้มาก
“แต่เจ้าเลือดออก”
เสียงนั้นไม่ใช่ความโกรธแต่เป็นบางอย่างที่…อันตรายกว่า ความกลัวที่เขาไม่ยอมรับ
หลี่อี้ถงสบตาเขา “บาดแผลเล็กน้อย”
“เล็กน้อย?” มู่หรงชิงอี้หัวเราะในลำคอ เสียงนั้น…เย็น
“ถ้าเจ้าไม่หลบ…”เขาหยุด “มันจะไม่ใช่แค่เล็กน้อย”
แล้วเขาก็ยื่นมือออกมาดึงนางเข้ามาใกล้แน่นเกินกว่าปกติ
“ต่อไปนี้” เสียงเขาต่ำลงชัดทุกคำ “ห้ามไปที่ใดโดยไม่มีคนของข้า”
หลี่อี้ถงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หม่อมฉันไม่ใช่นักโทษ”
มู่หรงชิงอี้จ้องนางใกล้…จนแทบไม่มีช่องว่าง “ข้าไม่ได้ขอความเห็นเจ้า”
คำพูดนั้นชัดเจน หลี่อี้ถงนิ่ง แววตาเย็นลงเล็กน้อย
“ท่านกำลังล้ำเส้น”
มู่หรงชิงอี้มองนางนานก่อนจะเอ่ยช้า…และหนัก “เส้นนั้น…” เขากดเสียง “ข้าเป็นคนขีด”
ลมพัดแรงขึ้นเสื้อผ้าของทั้งสองปลิวไหวหลี่อี้ถงจ้องเขาไม่ยอมถอย
“แล้วถ้าหม่อมฉันไม่ยอม”
มู่หรงชิงอี้เงียบเพียงครู่เดียวก่อนจะเอ่ย
“ข้าจะทำให้เจ้าต้องยอมอยู่ในเส้นนั้นเอง”
คำพูดนั้นไม่ใช่คำขู่แต่เป็นความจริงที่เขาสามารถทำได้
หลี่อี้ถงยิ้มจางแม้เลือดจะยังไหล
“ท่านอ๋อง…” นางเอ่ยเบา ๆ “กลัวว่าข้าจะเป็นตัวแปรทำให้คนพวกนั้นต่อรองได้งั้นหรือ”
มู่หรงชิงอี้จ้องนางก่อนจะตอบเสียงต่ำ…และชัด
“ใช่”
ไม่มีการปฏิเสธ ไม่มีการปิดบัง
“ไม่ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพราะสิ่งใด แต่เจ้าที่มีตำแหน่งพระชายาของข้า พวกนั่นย่อมจับจ้องอยู่แล้ว”
“หม่อมฉันรู้ดีว่าแต่งเข้ามาคงหาความสงบในชีวิตอย่างที่อยากมีไม่ได้แล้ว”
“เจ้าก็ยังเลือกที่จะอยู่ตามลำพัง” หากเขามาไม่ทำจะเกิดสิ่งใด หากเมื่อครู่นางไม่ยื้อเวลาเอาไว้ นางมิถูกพวกมันจับไปหรือ
“หม่อมฉันไม่คิดว่าจวนของบุรุษที่คนทั้งใต้หล้าหวาดกลัวจะมีคนกล้าบุกเข้ามา”
“หึ ที่เดียวที่เจ้าจะปลอดภัยคือบนเตียงนอนเดียวกับข้าเท่านั้นล่ะพระชายารัก”
ลมหนาวพัดผ่านอีกครั้งแต่ครานี้ไม่มีสิ่งใดเย็นเท่าความจริงที่ถูกเอ่ยออกมาเขา…
