บทที่ 2
บทที่ 2
รุ่งเช้าแห่งวันถัดมา หิมะยังไม่ละลายแสงอรุณสีซีดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ตกกระทบพื้นห้องเป็นริ้วบาง
ภายในเรือนหอเงียบ
หลี่อี้ถงลืมตาขึ้นช้า ๆ สติกลับคืนมาอย่างระมัดระวัง นางไม่ขยับในทันที เพียงปล่อยให้สายตากวาดมองไปรอบห้อง
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
เรียบร้อย…สงบนิ่ง
ราวกับค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพฝันหากแต่ ความอุ่นข้างกายย้ำเตือนว่านางมิได้อยู่ลำพังหลี่อี้ถงหันหน้าไปเล็กน้อย มู่หรงชิงอี้ยังนอนอยู่ข้างนางดวงตาปิดสนิทใบหน้าคมคายสงบนิ่งจนเกือบดูอ่อนโยน หากไม่รู้จักเขา คงยากจะเชื่อว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ที่เพิ่งยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือดเมื่อคืน
นางจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะคิด…
คนเช่นนี้ ก็มีด้านที่ไร้พิษภัยได้หรือ
ทว่าเพียงเสี้ยววินาที
“มองพอหรือยัง”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นโดยที่ดวงตาของเขายังไม่ลืม หลี่อี้ถงชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตอบเรียบ
“ท่านอ๋องหน้าตาดีกว่าที่คิด”
คำตอบนั้น…ไม่หลบ ไม่เขิน มู่หรงชิงอี้ลืมตาขึ้นช้า ๆ สายตาคมกริบจับจ้องนางทันที
“โอ้?” มุมปากเขายกขึ้นบาง ๆ “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเดิมทีข้าเป็นเช่นไร”
หลี่อี้ถงครุ่นคิดเล็กน้อย “โหดเหี้ยม…และน่ากลัวกว่านี้”
คำตอบนั้นทำให้เขาหัวเราะในลำคอ
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
นางสบตาเขา “ก็ยังโหดเหี้ยมอยู่ดีเจ้าค่ะ”
เงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่มู่หรงชิงอี้จะพลิกตัวขึ้นนั่ง ผมดำยาวสยายตกลงบนบ่าแสงอรุณทำให้เงาของเขาดูยิ่งลึก
“เจ้านี่…” เขาพึมพำ “ไม่เคยพูดเอาใจใครเลยหรือ”
หลี่อี้ถงลุกขึ้นนั่งเช่นกัน จัดชายแขนเสื้ออย่างเรียบร้อย
“หม่อมฉันไม่คิดว่าท่านอ๋องต้องการสิ่งนั้น”
มู่หรงชิงอี้จ้องนางนิ่งก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “ถูกต้อง” เขาลุกขึ้นยืนคว้าอาภรณ์มาสวมอย่างไม่เร่งรีบ ตั้งแต่เขามาอยู่ในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ คำพูดเอาอกเอาใจปั้นยอ มีมากมายไม่เว้นแต่ละวัน
“ข้าไม่ต้องการคำหวาน” เขาหันมามองนางอีกครั้ง “แต่ข้าก็ไม่ชอบคำโกหก”
หลี่อี้ถงยิ้มจาง “เช่นนั้นเราคงเข้ากันได้ดี”
มู่หรงชิงอี้เลิกคิ้วเล็กน้อย “เหตุใด”
“เพราะหม่อมฉันก็ไม่ชอบโกหกเช่นกัน”
คำตอบนั้นเรียบง่ายแต่ทำให้สายตาของเขา…นิ่งไปชั่วครู่
จวนอ๋องในยามเช้า เต็มไปด้วยความเคร่งเครียบที่มองไม่เห็น บ่าวไพร่เดินอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าส่งเสียงเกินจำเป็น เพราะทุกคนรู้ว่าเมื่อคืน…มีการประหาร
และเช้านี้…อ๋องยังมีชีวิตอยู่นั่นหมายความว่าผู้ตาย…ไม่ใช่เขา ท่านอ๋องคิดอย่างไรจึงได้มีการประหารชีวิตคนในวันแต่งพระชายา ไม่มีพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยซ้ำ
หลี่อี้ถงก้าวออกจากเรือนหอโดยมีสาวใช้ติดตามด้านหลังนางยังไม่ทันเดินไปไกลเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“พระชายาใหม่หรือ”
บุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางมองนางด้วยสายตาประเมิน แฝงดูแคลน…อย่างไม่ปิดบังหลี่อี้ถงหยุดฝีเท้า หันไปสบตาเดาว่า ชายผู้นี้คงมาพบท่านอ๋อง นางไม่ได้แปลกใจ จวนของท่านอ๋องขุนนางเข้าออกมากกว่าวังหลวงเสียอีก
“ใช่เจ้าค่ะ”
น้ำเสียงนางสุภาพแต่ไม่อ่อนข้อขุนนางผู้นั้นแค่นหัวเราะ
“สตรีจากตระกูลที่ล่มสลาย…กลับได้ขึ้นมาเป็นพระชายาอ๋อง นับว่าโชคดีไม่น้อย”
คำพูดนั้น…ชัดเจนว่าเป็นการเหยียดหยามสาวใช้ข้างกายนางหน้าซีดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงแต่หลี่อี้ถงยังคงนิ่ง
“โชคดีหรือไม่…”นางเอ่ยช้า ๆ“คงต้องดูว่าผู้ใดอยู่รอดได้นานกว่า”
จางฮั่นสีหน้าแข็งขึ้นทันที“เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้า”
“แล้วนางควรพูดเช่นไร” เสียงหนึ่งแทรกขึ้นเย็น…และหนัก ทุกคนชะงักมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ไม่ไกลนักสายตาจับจ้องมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้บรรยากาศรอบตัวเขา…กดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง จางฮั่นหน้าซีดลงทันที
“ท่านอ๋อง…กระหม่อมเพียง”
“เพียงอะไร”
มู่หรงชิงอี้ก้าวเข้ามาช้า ๆ แต่ทุกก้าว…เหมือนเหยียบลงบนหัวใจคนฟังเขาหยุดข้างหลี่อี้ถงไม่มองนางแต่ยืน “ข้าง” นาง
“เพียง…ดูหมิ่นพระชายาของข้า?” น้ำเสียงยังเรียบแต่ทำให้เหงื่อของอีกฝ่ายไหลลงมาเป็นสาย
“กระหม่อมมิกล้า”
“ไม่กล้า?” มู่หรงชิงอี้หัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่ข้ายังได้ยินชัด”
ไม่มีผู้ใดกล้าพูดก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อ
“เจ้ารู้หรือไม่…ข้าไม่ชอบให้คนของข้าถูกดูถูก”
คำว่าคนของข้าถูกเน้นชัดหลี่อี้ถงชะงักเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มู่หรงชิงอี้หันมามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปมองขุนนางผู้นั้น
“ลงโทษ”
คำสั้น ๆแต่เหมือนคำพิพากษา
“ท่านอ๋อง! กระหม่อม”
“ตัดลิ้น”
สิ้นคำทุกอย่างก็จบลงเสียงร้องขอชีวิตถูกลากหายไปไกล เหลือเพียงความเงียบ
หลี่อี้ถงยืนนิ่ง ไม่หันไปมองเพราะนางรู้ดีว่านี่คือโลกของเขาและตอนนี้…นางยืนอยู่กลางมัน
หลังจากทุกอย่างสงบลงมู่หรงชิงอี้จึงเอ่ยขึ้น
“เหตุใดไม่ตอบโต้ให้หนักกว่านี้” เขาดูออกว่านางสู้คน และตอนนี้นางเป็นถึงพระชายาของมู่หรงชิงอี้ผู้ที่ทุกคนต้องก้มหัวให้
หลี่อี้ถงหันมามองเขา “หม่อมฉันกำลังจะทำ”นางตอบเรียบ “แต่ดูเหมือนท่านอ๋องจะเร็วกว่าหนึ่งก้าว”
มู่หรงชิงอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำเช่นไร”
หลี่อี้ถงยิ้มบาง “ทำให้เขาพูดคำเดิม…ต่อหน้าคนทั้งวัง”
“แล้ว?”
“จากนั้นค่อยให้เขาเสียใจที่เกิดมา”
คำตอบนั้น…นิ่ง และเย็นมู่หรงชิงอี้จ้องนางอยู่นานก่อนจะหัวเราะออกมา
“โหดไม่แพ้กัน”
หลี่อี้ถงไม่ปฏิเสธ “หม่อมฉันไม่ใช่คนดี”
มู่หรงชิงอี้ก้าวเข้ามาใกล้ใกล้กว่าที่ควร
“ดี”เขาพึมพำ“ข้าไม่ชอบคนดี”
เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อเสียงต่ำลงเล็กน้อย “เมื่อครู่…เจ้ากลัวหรือไม่”
คำถามนั้น…ไม่ใช่คำถามของอ๋องแต่เป็นของบุรุษคนหนึ่ง
หลี่อี้ถงสบตาเขา “ไม่เจ้าค่ะ”
“แม้ข้าจะฆ่าคนต่อหน้าเจ้า?”
“ท่านอ๋องฆ่าคนทุกวันเพื่อฝ่าบาทมิใช่หรือ”
คำตอบนั้นทำให้เขาชะงักเพียงชั่วขณะก่อนจะยิ้ม ยิ้มที่บาง…แต่ลึก เขาต้องจัดระเบียบราชสำนักใหม่เพื่อไม่ให้เหลือสิ่งใดเป็นภัยต่อหลานชายของเขา แต่จะมีใครเข้าใจสิ่งที่เขาทำ ว่าเขายอมโหดร้ายเพียงเพื่อเป็นเกราะให้ฮ่องเต้น้อย
“เจ้าช่าง…” เขาเว้นวรรค “น่าสนใจ”
หลี่อี้ถงไม่ตอบเพียงหันหน้ากลับไปมองลานกว้างหิมะยังคงขาวราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมู่หรงชิงอี้มองด้านข้างใบหน้าของนาง แววตา…เปลี่ยนไปเล็กน้อย
บางอย่างที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจแต่ชัดเจนว่าเขายกเว้นให้นางโดยไม่รู้ตัว
“หลี่อี้ถง” เขาเรียกชื่อเต็มของนางนางหันมา “เจ้าจำไว้” เสียงเขาต่ำและหนัก “ไม่ว่าผู้ใดคิดแตะต้องเจ้า”
เขาหยุดสายตาคมกริบ “ข้าจะเป็นคนลงมือเอง”
หลี่อี้ถงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“รวมถึงหม่อมฉันด้วยหรือไม่”
คำถามนั้น…แผ่ว
มู่หรงชิงอี้จ้องนางนานกว่าทุกครั้งก่อนจะตอบช้าและชัด“เจ้า…”เขาหยุดเล็กน้อยราวกับกำลังเลือกคำ “เป็นข้อยกเว้น”
ลมหนาวพัดผ่านอีกคราแต่ครานี้ไม่เย็นเท่าเดิม
