บท
ตั้งค่า

6# ผู้ปกครองแสนร้าย (1)

“คุณหญิงคะอุ้มขออนุญาตไปค้างพัทยากับเพื่อนคืนวันศุกร์นี้ได้ไหมคะ” เพียงขวัญเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังบีบนวดให้คุณหญิงตามปกติก่อนที่ท่านจะเข้านอน

“ไปเที่ยวหรือไปเรื่องเรียนล่ะ แล้วไปกับใครบ้าง ที่ฉันถามไม่ใช่จะไม่อนุญาต เพียงแต่เป็นห่วงอุ้มเพราะเราเป็นผู้หญิง” คุณหญิงอารสถานการณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

“ไปกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยค่ะ พอดีมีโปรเจคงานส่งอาจารย์ที่จะต้องไปถ่ายทำคลิปวิดีโอเรื่องสั้นค่ะ”

“ไปเถอะฉันไม่ห้ามหรอก ขออย่างเดียวให้ระวังตัวอย่าไปดื่มจนเมา เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้มาก”

“ค่ะคุณหญิง อุ้มจะระวังค่ะ”

“แล้วจองที่พักกันแล้วรึ” คุณหญิงเอ่ยถามต่อด้วยความเป็นห่วง

“จองเรียบร้อยแล้วค่ะ” เพียงขวัญยังไม่ทันจะได้เล่าให้คุณหญิงฟังว่าใครเป็นคนจองแล้วจองที่ไหนก็มีเสียงทุ้มดังขึ้นมาจากทางประตูห้อง

“ใครจะไปไหน ทำไมต้องจองห้องพัก” เสียงทุ้มตั้งคำถามในขณะที่เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวในห้องนอนคุณหญิง

เพียงขวัญได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าหันกลับไปมองที่มาของน้ำเสียงที่ฟังดูออกไปทางฉุนเฉียวและไม่ค่อยพอใจ

“อุ้มเขามีงานของมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปค้างกับเพื่อนๆ ที่พัทยา แม่ก็เลยถามดูว่าได้ที่พักกันหรือยัง”

“ไปกับใคร ไปกี่วัน แล้วไปกับเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย”

ธาวิณณ์ยิงคำถามใส่เพียงขวัญเสียยาวเหยียด จนเพียงขวัญต้องลอบถอนหายใจเบาๆ เพราะกลัวว่าคุณหญิงอารดาจะสังเกตเห็นว่าเธอแสดงท่าทางเอือมระอาลูกชายคนเดียวของท่าน เพราะถึงอย่างไรธาวิณณ์ก็ถือว่าเป็นผู้ปกครองของเธอคนหนึ่งรองจากคุณหญิง

“ไปกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยค่ะ มีทั้งเพื่อนผู้หญิงและผู้ชายค่ะ” เพียงขวัญตอบคำถามเขาทว่ายังคงก้มหน้าก้มตาตั้งใจบีบนวดให้คุณหญิงโดยไม่ได้หันกลับไปมองคนที่เธอให้คำตอบ

“แค่กรุงเทพ พัทยาไปกลับก็ได้ไม่เห็นต้องไปค้าง”

เขายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจออกไปทางหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ

“น้องต้องไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ บูมไม่ต้องห่วงน้องขนาดนั้นหรอก อุ้มเขาดูแลตัวเองได้ ตอนที่บูมไม่อยู่อุ้มก็ไปค้างกับเพื่อนหลายต่อหลายครั้ง”

คุณหญิงพยายามช่วยอธิบายให้ลูกชายของท่านที่ดูท่าทางจะไม่ค่อยพอใจที่เธอต้องไปค้างที่พัทยากับเพื่อนเพราะเข้าใจว่าที่เขาพูดแบบนั้นเป็นเพราะเป็นห่วงเธอ แต่ความจริงเขาคงไม่ได้เป็นห่วงเธอหรอก ก็คงแค่คิดว่าหากเธอไม่อยู่จะไม่มีคนขึ้นไปให้เขารังแกเสียมากกว่า

“ที่พัทยาผับบาร์เยอะแยะ” เสียงเขาพูดเปรยๆ ขึ้นมา ทำให้เพียงขวัญรู้สึกหมั่นไส้เขามากขึ้นกว่าเดิมอีก

“อุ้มไม่ได้ไปเที่ยวค่ะ อุ้มไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ ถ้าคุณบูมไม่เชื่อจะตามไปดูก็ได้นะคะ” เพียงขวัญรู้สึกหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ จึงพลั้งปากท้าทายเขาออกไป

“อย่าให้จับได้นะว่าแอบหนีไปเที่ยวผับ ไม่อย่างนั้นจะจับตีเสียให้เข็ด” ธาวิณณ์หันมาขู่เธอเสียงต่ำ แล้วลุกออกไปจากห้องนั้น เพียงขวัญได้แต่กัดฟันอยากจะทุบเขาเพราะคำพูดที่แสนร้ายกาจ

“อย่าไปถือสาคุณบูมเขาเลย เขาคงเป็นห่วงอุ้มนั่นแหละ” คุณหญิงอารดาบอกพร้อมรอยยิ้มจางๆ มองตามหลังลูกชายที่เดินออกไปจากห้อง

เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่ต้องแยกกันขับรถยนต์ส่วนตัวไปเอง เพียงขวัญและเพื่อนๆ ตกลงที่จะเช่าเหมารถตู้คันใหญ่เพื่อจะได้รวมตัวกันไปที่พัทยาพร้อมๆ กัน

เพียงขวัญสะพายเป้ที่ใส่เสื้อผ้าสำหรับไปค้างคืนออกมาจากห้อง ปิ่นยืนรอที่หน้าห้องนอนของเธอพร้อมยื่นถุงกระดาษแข็งสีแดงที่มีตราห้างสรรพสินค้าชื่อดังมาให้

“หืม อะไรจ๊ะปิ่น” เพียงขวัญยื่นมือออกไปรับถุงกระดาษนั้นมาพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย

“คุณบูมฝากให้ปิ่นเอามาให้คุณอุ้มค่ะ” ปิ่นบอกพร้อมรอยยิ้มแล้วเดินหันหลังจากไป

เพียงขวัญเปิดถุงกระดาษออกแล้วหยิบสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมาดู ครีมกันแดดยี่ห้อดังสำหรับทาผิวและหมวกผ้าปีกกว้างสีครีมใบใหญ่มากพอที่จะปกปิดใบหน้าจากความร้อนและแสงแดดได้

ถึงเขาจะปากร้ายและรังแกเธอเสมอ แม้การถูกรังแกจะทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจในบางครั้ง แต่ความผูกพันระหว่างเธอกับเขาก็เพิ่มขึ้นเพราะความมีน้ำใจของธาวิณณ์ที่มีต่อเธอจากความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นเขามักจะมีของขวัญมาวางไว้ในห้องนอนของเธอเสมอ

หลายวันก่อนมือถือของเธอพังเขาส่งข้อความมาให้ขึ้นไปหาที่ห้องทว่าแบตเตอรี่มือถือของเธอน่าจะเสื่อมเพราะผ่านการใช้งานมานาน เมื่อเขาเห็นว่าเธอไม่ยอมอ่านข้อความจึงลงมาหาเธอที่ห้องและได้รู้ว่ามือถือของเธอพัง วันต่อมาเขาก็ซื้อมือถือเครื่องใหม่มาวางไว้ให้ในห้องนอนของเธอ การเอาใจใส่แม้เรื่องเล็กๆ น้อยอย่างเรื่องครีมกันแดดและหมวกปีกกว้างเมื่อเขารู้ว่าต้องไปทะเลทำให้เพียงขวัญรู้สึกดีจนต้องยิ้มออกมา

ทันทีที่เพียงขวัญขึ้นมาบนรถตู้คันใหญ่ เกวลินเพื่อนสนิทของเธอก็กวักมือเรียกมาจากเบาะหลังสุดของรถตู้ทันที

“อุ้มทางนี้ๆ” เกวลินกวักมือเรียกพร้อมกับรับเป้ของเกวลินมาวางลงข้างๆ แล้วขยับเข้ามานั่งตรงกลางเบาะใกล้ๆ กับเพียงขวัญทันที

“พวกเราตกลงกันว่าเราจะรีบทำถ่ายทำคลิปให้เสร็จก่อนค่ำ คืนนี้เราจะไปผับกัน ใช่ไหมพวกเรา” เกวลินหันไปถามเพื่อนๆ ของเธอที่นั่งพร้อมหน้ากันในรถตู้คันใหญ่

“ไปเที่ยวผับเหรอ” เพียงขวัญนึกไปถึงใบหน้าที่แสนกวนประสาทของธาวิณณ์ในทันทีเมื่อสิ่งที่เขาค่อนขอดเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง

“ใช่จ้ะ” เกวลินพยักหน้าพร้อมสีหน้าท่าทางตื่นเต้น

“ว่าแต่อุ้มจะต้องรายงานคุณบูมก่อนไหม”

เกวลินโน้มตัวเข้ามากระซิบถาม เพราะคราวก่อนที่เพียงขวัญกับเธอชวนกันไปเที่ยวร้านเหล้าที่เป็นแหล่งสังสรรค์ของวัยรุ่น ทว่าพอไปถึงร้านได้เพียงไม่ทันไรธาวิณณ์ก็ตามไปรับเพียงขวัญกลับบ้าน

“คงไม่ต้องหรอกมั้ง อยู่ตั้งพัทยาเขาคงไม่รู้หรอกว่าอุ้มไปเที่ยว” เพียงขวัญบอกเพื่อนของเธอไปพลางนึกถึงคำขู่เมื่อคืนแล้วขนลุก

การทำงานถ่ายทำคลิปวิดีโอแนะนำการท่องเที่ยวทะเลไทยเริ่มขึ้นในยามบ่ายที่อากาศร้อนจัดบริเวณชายหาดส่วนตัวของโรงแรมชื่อดังในพัทยา

อากาศร้อนแสงแดดเจิดจ้ามองเห็นท้องน้ำสีฟ้าใสตัดกับขอบฟ้าสีฟ้าสุดลูกหูลูกตา เพียงขวัญหยิบครีมกันแดดที่ธาวิณณ์ฝากมาให้ขึ้นมาทาตามแขนขา นึกขอบคุณเขาที่เตรียมมาให้เพราะความร้อนจากแสงแดดกำลังเผาไหม้ผิวจนแสบร้อนบริเวณแขนขาที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา

หยิบหมวกผ้าปีกกว้างขึ้นมาสวมศีรษะแล้วเดินลงไปที่ชายหาดซึ่งมีหาดทรายสีขาวสะอาดตาตัดกับผิวน้ำสีฟ้า ฟองคลื่นสีขาวกำลังสาดซัดกระทบกับหาดทรายสีขาวเสียงดัง

“หมวกสวยจังเลยอุ้ม” เสียงเกวลินร้องทักทันทีที่เธอเดินลงมาถึงหาดทรายสีขาวซึ่งเพื่อนๆ กำลังทยอยเดินลงมาสมทบกันเพื่อทำงานให้เสร็จจะได้รีบขึ้นไปหลบแสงแดดร้อนจัดในยามบ่าย

“ขอบใจจ้ะ” เพียงขวัญตอบเกวลินพร้อมความเขินเล็กน้อยที่ถูกเพื่อนชม นึกไปถึงเจ้าของหมวกสวยพร้อมหัวใจดวงน้อยที่รู้สึกวูบไหวทันที

การถ่ายทำคลิปวิดีโอเพื่อส่งอาจารย์สำเร็จลงได้ด้วยดีหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง เพราะความร้อนจากแสงแดดทำให้แขนและขาของเพียงขวัญมีรอยแดงจางๆ ถึงแม้เธอจะทาครีมกันแดดไปแล้วก็ตาม

ค่ำคืนนั้นเพียงขวัญและเพื่อนๆ สนุกสนานกับการท่องราตรีอันยาวนานของค่ำคืนที่ไม่มีการหลับใหลของเมืองพัทยากว่าจะเข้านอนกันอีกทีก็เกือบรุ่งสาง

ครืด! ครืด!

เสียงสั่นของมือถือที่ดังมาจากบริเวณโซฟาทำให้เพียงขวัญหยัดกายลุกขึ้นจากเตียง เกวลินยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ เธอ

ทันทีที่หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อรับสายเพียงขวัญก็เกือบจะหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง

“คุณบูม!”

“ผมรออยู่หน้าโรงแรม ให้เวลาแต่งตัวสิบนาที” น้ำเสียงทุ้มบอกเพียงสั้นๆ แล้ววางสายไปทันทีโดยไม่ได้สนใจที่ฟังแม้เสียงตอบรับของเธอ

“……”

เพียงขวัญถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวกลับบ้านเพราะเขาคงจะตามมารับเธอกลับบ้านเหมือนเวลาที่เธอออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องกลับบ้านเองหรือให้เพื่อนของเธอไปส่งที่บ้าน

“ตามมาถึงนี่เลยนะ” เพียงขวัญพูดกับตัวเองพลางเก็บของใช้ลงกระเป๋าเป้เพื่อเตรียมตัวลงไปหาเขาที่หน้าโรงแรม

“อุ้มกลับก่อนนะเกว”

“หือ? แล้วอุ้มจะกลับยังไง” เกวลินถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ลืมตาขึ้นมองเพียงขวัญอย่างยากลำบาก

“คุณบูมมารออยู่ข้างล่างจ้ะ” เพียงขวัญบอกเพื่อนพร้อมกับสะพายเป้ขึ้นหลัง

“อ้อ! ผู้ปกครองมารับแล้วเหรอ” เกวลินบอกพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งด้วยความง่วง

เพียงขวัญเดินออกมาหน้าประตูทางเข้าของโรงแรม กวาดสายตามองหารถสปอร์ตคันหรูที่คุ้นเคย แล้วเดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันเล็กสีน้ำเงินเข้ม เปิดประตูหลังเพื่อวางเป้เสื้อผ้าแล้วเดินไปเปิดประตูหน้าเข้าไปนั่งลง

“คุณบูมมาทำอะไรที่พัทยาคะ” เพียงขวัญเอ่ยถามออกไปทันทีเมื่อรถสปอร์ตเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้า

“มารับอุ้ม” ธาวิณณ์ตอบสั้นๆ

“อุ้มมากับเพื่อน วันนี้ก็กลับแล้วค่ะ”

“มารับอุ้มไปเที่ยว”

เพียงขวัญหันไปมองใบหน้าที่เรียบเฉยกำลังมองตรงไปข้างหน้า

“ไปเที่ยวไหนคะ”

“มีที่อยากพาอุ้มไป” เขาบอกสั้นๆ ทำให้เพียงขวัญเลิกถาม เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขา

เพียงไม่นานมากนักรถสปอร์ตคันหรูก็ขับเข้ามาจอดหน้าโรงแรมสุดหรูที่มีรูปทรงการออกแบบแปลกตา ด้านหน้าเป็นท้องทะเลสีฟ้าจัดตัดกับสีขาวของเรือยอชต์นับร้อยลำจอดอยู่ กลิ่นอายความเค็มของทะเลพร้อมลมเย็นๆ ในยามบ่ายพัดโชยมาจนผมนุ่มยาวสลวยปลิวไปตามแรงลม มือน้อยรีบยกขึ้นจับรวบไว้

"เอายางรัดผมมา" มือหนาจับรวบผมหนานุ่มไว้เต็มมือ

"อุ้มมัดเองก็ได้ค่ะ"

"ส่งมา พี่ทำให้" น้ำเสียงที่อ่อนโยนปนหงุดหงิดนิดๆ ในแบบของเขาทำให้เพียงขวัญต้องกลั้นยิ้มในความน่ารักที่เขาทำให้

ถึงแม้ธาวิณณ์จะเป็นคนใจร้อนและปากไว แต่เวลาที่เขาจะน่ารักก็ทำให้เพียงขวัญแทบละลายไปกับความน่ารักของเขา

"ไปกันเถอะ" ทันทีที่ผมหนานุ่มในมือเขาถูกรวบมัดด้วยโดนัทผูกผมสีขาว มือน้อยก็ถูกมือหนากอบกุมแล้วเดินตามเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่เข้ามารอรับที่รถ เดินตรงไปตามทางเดินซีเมนต์มุ่งสู่ท้องทะเล

เพียงขวัญมองเรือยอชต์ซึ่งมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไปจอดเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณอ่าว บางลำกำลังจะออกสู่ท้องทะเล บางลำก็กำลังขับเข้าจอด

"ส่งมือมา"

ธาวิณณ์ลงไปยืนบนพื้นของเรือยอชต์สุดหรู แล้วยื่นมือมาให้เพียงขวัญจับเพื่อประคองเธอลงไปยืนบนพื้นเรืออย่างมั่นคง

เพียงขวัญเดินตามหลังธาวิณณ์เข้ามาภายในเรือซึ่งเป็นห้องรับรองหรูหรามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องนอนพร้อมเตียงนอนสุดหรู ห้องน้ำและโซฟาขนาดใหญ่พร้อมเครื่องดื่มทุกชนิด

"อุ้มไปเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวเราจะขึ้นไปข้างบนกัน" เสียงทุ้มบอกพร้อมกับส่งชุดบิกินี่สีขาวแบบทูพีชมาให้

"โป๊เชียว" เพียงขวัญบ่นอุบอิบในลำคอเมื่อเห็นชุดในมือ

"ความจริงพี่อยากเห็นอุ้มใส่แค่บิกินี่ท่อนล่าง" เสียงคนลามกกระซิบข้างหู

"คุณบูม!" เพียงขวัญหันไปทุบเขา แก้มแดงจัดถือชุดบิกินี่เข้าห้องไปทันที

"มานี่"

ธาวิณณ์สวมเพียงกางเกงขาสั้นเลยเข่าขึ้นมาเพียงเล็กน้อยนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เขาวางแก้วไวน์ในมือลงเมื่อเรือนร่างสุดแสนเย้ายวนที่เขาหวงแหนและหลงตั้งแต่เจอกันในคืนแรกก้าวออกมาจากห้องนอน

เพียงขวัญแก้มแดงจัดอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาคมเป็นประกายของคนหื่นห่ามกำลังมองมาที่เธอเหมือนจะกลืนกินเธอเสียอย่างนั้น

"คุณบูมตรงนี้ไม่ได้นะคะ มีคนอื่นอยู่ในเรือด้วย" เพียงขวัญผู้มีประสบการณ์กับคนหื่นมานานรีบพูดดักคอทันที

"เขาไม่ข้ามมายุ่งฝั่งของลูกค้าหรอก" เขาดึงร่างบางที่แทบจะเปลือยเปล่าเข้ามานั่งซ้อนบนตักพร้อมกดริมฝีปากร้อนลงบนหัวไหล่นวลเนียนและซอกคอขาว

"คุณบูมอย่านะคะ เรายังไม่ได้เห็นทะเลเลยค่ะ"

"พี่ยังไม่เอาอุ้มตอนนี้หรอกถึงจะอยากเอาแค่ไหนก็เถอะ"

เขาบอกพร้อมกับหยิบครีมกันแดดออกมาจากกระเป๋าผ้าที่เขาเตรียมมาด้วยขึ้นมาแล้วบีบเนื้อครีมสีขาวลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้ลงบนหัวไหล่ ไล่ลงไปตามท่อนแขนกลมกลึง

“พี่ให้ปิ่นเอาครีมกันแดดมาให้ ไม่ได้ทาเหรอ ทำไมแขนมีรอยไหม้”

“ทาแล้วค่ะ”

“มีที่อื่นอีกไหม” เขารั้งให้เพียงขวัญลุกขึ้นยืนแล้วสำรวจร่างกายของเธอเหมือนเวลาที่คุณพิมพ์ทองผู้อำนวยการมูลนิธิทำกับเธอเวลาที่เธอวิ่งเล่นแล้วหกล้มตอนเด็กๆ

“ตรงขาค่ะ” เพียงขวัญก้มลงแล้วชี้ให้เขาดูรอยไหม้ที่เป็นรอยแดงจางๆ บริเวณเหนือเข่า

“อุ้มทาไม่เป็น เดี๋ยวพี่ทาให้เอง” มือร้อนที่มีเนื้อครีมนุ่มลื่นบนฝ่ามือลูบไล้ไปบนซอกคอ ท้ายทอย แผ่นหลัง เนินอกและท่อนแขนสองข้าง บริเวณที่ฝ่ามือร้อนลากผ่านพร้อมเนื้อครีมลื่นผิวเหมือนไฟร้อนๆ ลากไล้ช้าๆ จนผิวกายของเพียงขวัญร้อนผ่าว ช่องท้องบิดม้วนเหมือนทุกครั้งที่เขาสัมผัส

"อื้อ! อุ้มทาเองก็ได้ค่ะ" เพียงขวัญได้ยินเสียงเขาหัวเราะเมื่อเธอกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่ไหว คนร้ายกาจแบบธาวิณณ์รู้ดีว่าจะต้องแกล้งสัมผัสร่างกายเธอแบบไหนที่จะทำให้เธอหลงใหลไปกับความยั่วยวน

"อุ้มทาไม่เป็น เดี๋ยวผิวก็ไหม้อีก พี่ไม่ชอบให้ผิวของอุ้มเป็นรอย" ฝ่ามือหนาที่มีเนื้อครีมนุ่มลื่นลูบไล้เนื้อครีมไปบนหน้าอกอวบอิ่มล้นเนื้อผ้าบิกีนี่สีขาวชิ้นเล็กออกมา มือหนาอีกข้างลูบไล้เนื้อครีมลงบนหน้าท้องแบนราบ กดปลายนิ้วไล้ไปตามขอบบิกีนี่ช้าๆ

เพียงขวัญรู้สึกเหมือนมือเขาเป็นดั่งไฟร้อนที่กำลังนาบผิวเนื้ออ่อนของเธอไปมาจนลมหายใจเธอเริ่มหอบ ภายในช่องท้องม้วนเกลียวเสียวซาบซ่านลงสู่กลางกายสาว

"ให้พี่เอาก่อนไหมอุ้ม" เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูเล็กพร้อมลมหายใจร้อนผะผ่าวราดรดลงบนต้นคอ ริมฝีปากร้อนจูบลงซอกคอขาวเนียนแล้วขบลงที่ติ่งหูเล็กเบาๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel