บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ซ่งจวินหนิงยอบกาย “ลูกทราบเจ้าค่ะว่าทำผิด...” นางเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “แต่ก็ไม่อาจไม่ยอมรับ...หากไม่ทำเช่นนี้ปัญหาก็ไม่ถูกแก้ไขอยู่ดี สมรสพระราชทานไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลซ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้”

หากไม่ทำแบบนี้ตระกูลเสี้ยวก็จะไม่ยอมเปลี่ยนเจ้าสาว นางเองก็ไม่มีวันยอมถูกบีบบังคับให้แต่งกับสวะไร้ค่าผู้นั้นแน่นอน

ตระกูลเสี้ยวเป็นคนขอพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ ทว่าในราชโองการก็ไม่ได้ระบุนาม ระบุเพียงบุตรสาวของใต้เท้าเจ้ากรมโยธา เพียงเพราะนางเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกคนปัจจุบัน ผู้คนจึงมั่นใจว่าตระกูลเสี้ยวสู่ขอนาง ตระกูลเสี้ยวเองก็นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเลยเถิด

ตอนนี้เปลี่ยนเป็นบุตรสาวอีกคนที่ก็มีฐานะเท่าเทียม แม้เป็นบุตรสาวที่เป็นของฮูหยินเอกคนก่อน แต่ก็ยังนับว่าฐานะไม่ได้ด้อยกว่ากัน เรื่องนี้นับว่าสามารถแก้ปัญหาได้แล้ว

ถามว่า...เพราะอะไรต้องแก้ปัญหาเช่นนี้??

ตอบ... “พี่รอง” นางก้มลงมองคนที่ยังก้มหน้าคุกเข่าสะอื้นเสียงเบา “ข้าได้แต่หวังว่าชีวิตท่านหลังจากนี้...จะเป็นดังที่ท่านปรารถนา”

เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของซ่งเหรินเซียงหลั่งริน อวี่ซื่อเดินเข้าไปประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน “เอาละๆ ในเมื่อแก้ปัญหาได้แล้วเจ้าก็อย่าร้องไห้อีกเลย มาๆ ดูเจ้าสิ ร่างกายก็เป็นเช่นนี้แล้ว ยังมัวเอาแต่คุกเข่าอยู่อีก ตอนนี้ที่ต้องทำคือระวังสุขภาพ...”

“อีกสามเดือน...” ซ่งเทียนมองบุตรสาวคนรอง “ข้าคิดว่าคงต้องเร่งให้เร็วกว่านั้น หาไม่...” ครรภ์โตขึ้นมาจนเป็นที่สังเกตเห็น ถึงตอนนั้นได้ขายหน้าไปทั่ว “เขาไม่ได้พูดออกมาเพราะบุตรสาวคนรองร้องไห้อีกแล้ว

อวี่ซื่อถลึงตาให้เขาจากนั้นซ่งเทียนจึงได้แต่บอกให้ฮูหยินพาบุตรสาวคนรองกลับเรือนไปพักผ่อน ในห้องยังมีซ่งเหวินที่เป็นบุตรชายคนโต ซ่งหลี่บุตรชายคนที่สาม ซ่งผิงที่เป็นฝาแฝดกับซ่งจวินหนิง

ในบรรดาบุตรสาวบุตรชายของเขา ซ่งเหรินเซียงหัวอ่อนว่าง่ายที่สุด แต่นึกไม่ถึงว่าการประคบประหงมดูแลอย่างดี กลับทำให้ถูกหลอกล่อได้ง่าย ได้ออกนอกจวนไปร่วมงานเลี้ยงเพียงไม่กี่ครั้ง กลับถูกเสี้ยวตงเผิงล่อลวงล่วงเกินจนตั้งครรภ์เสียนี่

ที่น่าโมโหไปกว่านั้นคือตระกูลเสี้ยวกลับทูลขอสมรสพระราชทาน เสี้ยวตงเผิงที่น่าตายไม่รู้ไปพบเจอบุตรสาวคนที่สี่ของเขาที่ใด ยังกล้าเจาะจงจะแต่งนางเข้าจวน โดยเสนอว่าจะรับซ่งเหรินเซียงเป็นอนุที่มีฐานะเท่าเทียมอีก!!!

ซ่งเทียนเดิมทีก็เห็นดีกับการแต่งงานครั้งนี้ ผูกไมตรีสองจวน ฐานะเองก็ไม่ด้อยกว่ากันทั้งสองจวน แน่นอนเขาย่อมมองว่าไม่มีสิ่งใดเสียเปรียบ หากไม่ใช่เห็นถึงความผิดปกติของบุตรสาวคนรองเข้า

ตระกูลเสี้ยวยื่นข้อเสนอที่น่าโมโห ทั้งยังไม่ยอมเปลี่ยนตัวเจ้าสาว ได้คืบจะเอาศอก ได้หนึ่งจะเอาถึงสอง ยังดีที่บุตรสาวคนที่สี่ของเขานั้น...ฉลาดหลักแหลม

มองซ่งจวินหนิง...คนเป็นบิดาเช่นเขาได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้เพราะอะไรเขามักคิดว่าบุตรสาวคนนี้นิสัยไม่เหมือนใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลซ่ง หรือคนตระกูลอวี่จากฝั่งมารดา

นับตั้งแต่เด็กซ่งจวินหนิงมักแสดงท่าทีเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กทั่วไปที่อายุเท่ากัน เทียบกับบุตรชายของเขาที่เป็นฝาแฝดกับนางก็ยิ่งเห็นชัด

บางคราเงียบขรึมทว่าก็เฉลียวฉลาด รู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนไม่รู้ พูดในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนไม่พูดและนึกไม่ถึง อีกทั้งยังทำแบบเดียวกับนางไม่ได้ นางรู้จักจังหวะ รู้ว่าอะไรควรทำและต้องทำตอนไหน รู้ว่าอะไรที่ไม่ควรทำและไม่ควรเสี่ยง นาง...รู้มากเกินไป รู้ความจนเขาประหลาดใจ

อายุสี่ขวบเขียนอักษร อายุห้าขวบอ่านตำราประมวลกฎหมาย อายุหกขวบอยากเรียนวรยุทธ์ ทั้งนางยังมักจะเรียกติดปากว่าศิลปะการป้องกันตัว

อายุเจ็ดขวบจดจำตำราที่ผ่านตาได้อย่างแม่นยำ อายุเก้าขวบนางเคยช่วยพี่ชายที่เพิ่งเข้าทำงานในกรมอาญาจนได้เบาะแสสืบคดี อายุสิบสองเริ่มแต่งตัวเป็นบุรุษออกไปเดินสำรวจรอบเมืองหลวง

จนถึงตอนนี้ซ่งจวินหนิงกลับเป็นบุตรสาวที่เขาไม่อาจมองให้ทะลุปรุโปร่ง ไม่เข้าใจ และไม่รู้เลยว่าในใจของบุตรสาวผู้นี้กำลังคิดและวางแผนทำอะไร...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel