บทที่ 1.1
หอเซียงอวิ๋นบุรุษมากมายกำลังดื่มด่ำหาความสำราญท่ามกลางหญิงงามมากมายที่คอยปรนนิบัติเอาใจ ในห้องมิดชิดชั้นสองซึ่งเป็นห้องที่ต้องจ่ายเงินหลายสิบตำลึง บุรุษผู้หนึ่งกำลังกอดก่ายหญิงงามร่างเปลือยเปล่า เสียงหอบกระเส่าดังลอดออกมาเบาๆ ขณะที่เงาของคนอีกสองคนเดินไปยังประตูห้อง
เสียงดังสนั่นเมื่อประตูถูกกระแทกเปิด เสียงกรีดร้องด้วยความแตกตื่นดังขึ้นพร้อมเสียงสบถ “หน้าไหนมันกล้าขัดความสำราญของบิดา ข้า...คุณชายเสี้ยวผู้นี้!!”
“ข้าเอง” เสียงราบเรียบของอิสตรีพลันดังขึ้น
เสี้ยวตงเผิงได้ยินก็ชะงัก เขากระชากม่านหน้าเตียงเปิดออก มองสตรีอ่อนเยาว์ที่แต่งกายด้วยชุดบุรุษ ใบหน้าพริ้มเพราคงเค้าความงดงามตั้งแต่ยังไม่ปักปิ่น...
“จะ...จวินเอ๋อร์ ข้า...ข้าไม่ได้ทำอะไรนะ ไม่ใช่เช่นที่เจ้าคิด นะ...นาง เป็นนางที่ยั่วยวนข้า!” เขาคว้ากางเกงมาสวมลวกๆ อีกมือคว้าเสื้อ
“ใต้เท้าเหตุใดท่านกล่าวเช่นนี้!” สตรีบนเตียงละล่ำละลัก
“เมื่อวานราชโองการไปถึงหน้าจวนตระกูลซ่ง วันนี้ตอนเช้าเจ้าเจาะจงเลือกข้าเพื่อแต่งเข้าจวนตระกูลเสี้ยว ทว่ายังไม่ทันพ้นวันเจ้ากลับเข้ามาหาความสำราญในหอนางโลม เสี้ยวตงเผิงข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าข้า...ซ่งจวินหนิงผู้นี้ มิใช่สตรีที่เจ้าจะชี้นิ้วเลือกอย่างไรก็ได้!!”
สตรีแซ่ซ่ง นามจวินหนิง นางเพิ่งกล่าวจบก็กระชากแขนของบุรุษบนเตียงเหวี่ยงลงมาบนพื้น “อัดมัน!” นางสั่งคนของตัวเองจากนั้นแม้แต่ตัวนางเองก็เริ่มทุบตีเสี้ยวตงเผิงเช่นกัน
เสียงวุ่นวายดังขึ้นครู่ใหญ่ เสียงตะโกน เสียงด่าทอ กระทั่งร่างของเสี้ยวตงเผิงถูกลากออกมาจากหอนางโลมโยนลงไปที่กลางถนน
ภาพที่หลายคนต่างมุงดูก็คือคุณหนูสี่จวนตระกูลซ่งกับสาวใช้กำลังทุบตีคู่หมาย ว่ากันว่าตระกูลซ่งกับตระกูลเสี้ยวหวังใช้สมรสพระราชทานเพื่อกระชับสัมพันธ์ขุนนางสองจวน ยังไม่ทันได้สมหวังคุณหนูสี่กลับทุบตีคู่หมาย ท่ามกลางสายตาของผู้คน แถมยังเป็นที่...หน้าหอนางโลม!!!
ทว่า...สมรสพระราชทานอย่างไรก็ไม่อาจขัดขืน ไม่รู้ว่าเหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นอย่างไร สองตระกูลกลับเปลี่ยนเจ้าสาวกะทันหัน
จากคุณหนูสี่ตระกูลซ่งซึ่งเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกคนปัจจุบัน เปลี่ยนเป็นคุณหนูรองตระกูลซ่ง ซ่งเหรินเซียง บุตรสาวของใต้เท้าซ่งที่เกิดจากฮูหยินเอกคนก่อน ราชโองการไม่ได้เจาะจงนาม ดังนั้นพลิกแพลงสักหน่อยก็นับได้ว่าสองตระกูลไม่ได้ขัดราชโองการ...
ภายในห้องโถงจวนตระกูลซ่ง บ่าวไพร่ถูกกันออกไปจนสิ้น กลางห้องมีสตรีงดงามนางหนึ่งคุกเข่าร้องไห้ด้วยความทุกข์ทน รอบๆ ตัวของสตรีนางนั้นมีบุตรชายและบุตรสาวของซ่งเทียน ขุนนางขั้นสอง เจ้ากรมโยธา ยืนเงียบๆ
ซ่งเทียนถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่งมือยกขึ้นนวดขมับ “เอาละในเมื่อไม่อาจแก้ไขสิ่งใด ก็ให้ทำตามที่จวินเอ๋อร์เสนอ เจ้าก็...แต่งเข้าตระกูลเสี้ยวเถิด”
อวี่ซื่อมองบุตรสาวของตนอย่างจนใจ “แล้วข่าวลือนั่นเล่าเจ้าคะท่านพี่”
ด้านนอกลือกันทุกมุมถนนเรื่องที่บุตรสาวของนางไปก่อเรื่องทุบตีคู่หมายเข้า ตอนนี้ยังไม่ปักปิ่นชื่อเสียงก็ถูกผู้คนกล่าวถึงในทางที่ไม่ดีอย่างสนุกปาก นางให้ปวดศีรษะกับบุตรสาวยิ่งนัก
ซ่งเทียนหันไปมองบุตรสาวคนที่สี่ “จวินเอ๋อร์ รู้หรือไม่ว่าทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเรื่องที่เจ้าไปยังสถานที่เช่นนั้น กับเรื่องที่เจ้าทำอะไรโดยพลการ ทั้งเรื่องที่เจ้าไปทุบตีบุรุษ...” ยิ่งพูดก็ยิ่งปวดศีรษะ...