ห้องหอรอรัก(3)
หญิงสาวไม่เคยนึกฝันว่าการแนบชิดที่เจ็บปวดเจียนขาดใจในคราแรกจะสร้างความสุขสมได้ถึงเพียงนี้ ร่างกายที่เคยคิดว่าซื่อสัตย์กับตนอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟเพียงได้แนบชิดกับเขา หนำซ้ำยังเรียกร้องให้เขาทำตามใจโดยไม่เกี่ยงงอน ความรู้สึกยามเป็นหนึ่งเดียวกันย้ำเตือนว่าเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เธอเป็นของเขาแล้ว รอยตราประทับตามร่างเป็นเสมือนพันธสัญญาว่าจะจงรักและภักดีต่อกัน
ความรู้สึกเสียดร้อนกลางกายปลุกเธอจากภวังค์ความคิด นี่เขายัง...ไม่ออกไป ใบหน้าคล้ามที่ซุกซบลำคอขาวผ่องผงกขึ้นมาจูบหน้าผากเนียนอย่างอ่อนโยน ก่อนค่อยๆ ล่าถอย
“นอนนิ่งๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่มา” ชายหนุ่มถือผ้าชุบน้ำอุ่นมานั่งข้างเธอ
“ขอโทษนะคะ เจ็บมากหรือเปล่า ขอพี่ดูหน่อย” นลินกระดากอายเกินจะมองจึงเบือนหน้าหนี เขาทำความสะอาดอย่างแผ่วเบา คอยเช็ดไล้ตามเนื้อตัวให้เธอผ่อนคลาย
“ง่วงยังคะ” ร่างแกร่งดึงเธอมากกกอดอย่างหวงแหน กลิ่นอายการร่วมรักยังคงตลบอบอวลอยู่ทั่วทั้งห้อง มือใหญ่เฝ้าลูบหลังกล่อมเธอหลับ
“นอนกันนะคะคนดี” สองร่างที่เหน็ดเหนื่อยจากศึกรักเข้าสู่นิทรารมณ์พร้อมๆ กัน
....................................................................................................
คนในอ้อมกอดรู้สึกตัวในตอนสาย อาการแสบร้อนกลางกายยามก้าวลงจากเตียงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
“พี่อุ้มนะคะ”
พลันลำแขนแข็งแรงของคนบนเตียงก็รวบเอวบางไว้ ก่อนจะช้อนร่างเธอก้าวฉับๆ ไปที่ห้องน้ำ ครั้นนึกได้ว่าตนตัวเปล่าและกำลังยืนเปลือยกายต่อหน้าเขากลางวันแสกๆ จึงรีบใช้มือบัง แต่ยังช้ากว่าสายตาเร่าร้อนที่กำลังจ้องมองร่างขาวนวลพลางพิจารณารอยจ้ำสีแดงที่กระจายทั่วตัว ซึ่งอีกไม่นานคงกลายเป็นรอยช้ำ
“ไม่ต้องปิดหรอกค่ะ พี่เห็นมาหมดแล้ว มะ ลงมาแช่น้ำอุ่นก่อนนะคะ”
ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้แล้วจึงก้าวลงอ่างตามมานั่งซ้อนหลัง ส่วนมือไม้ก็ไม่อยู่สุข คอยลูบไล้ฟองสบู่ทั่วร่างเล็ก ความตั้งใจเดิมที่จะถนอมเธอเป็นอันพังทลายเมื่อกลิ่นสบู่ผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวปลุกให้เขาพลุ่งพล่านอีกครา จมูกโด่งฝังลงบนเรือนผมเงางามหวังทุเลาความปั่นป่วน แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด ลมหายใจร้อนลวกปัดเป่าท้ายทอยเธอพานให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน ท้องน้อยหดเกร็งตอบสนอง รอคอยสัมผัสวาบหวามจากเขา
มือใหญ่ไม่รอช้า ลูบไล้อย่างหลงใหล ขอให้เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปพร้อมกับเขา ร่างเล็กสั่นสะท้าน ความเสียวซ่านก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมเกินจะทานทน
“มะ ไม่ไหวแล้วค่ะพี่ภีม” เสียงหวานกรีดร้องระงมเมื่อเขาจับจูงเธอไปจนสุดทาง ร่างกายสิ้นเรี่ยวแรงทิ้งร่างพิงคนตัวโต ความเงียบเข้าปกคลุมเหลือเพียงเสียงหอบหายใจ ชายหนุ่มปล่อยเธอพักสักครู่จึงพาไปล้างตัวใต้ฝักบัว
“มาค่ะ” หญิงสาวเดินกระมิดกระเมี้ยนไปหาพลันสังเกตเห็นรอยที่เธอฝากไว้ตามไหล่ ต้นแขนและหลังของเขา
“พี่ภีมเจ็บไหมคะ” มือบางลูบต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างหวาดๆ ไม่คิดว่าพายุสวาทจะเปลี่ยนให้เธอเป็นคนรุนแรงขนาดนี้
“บัวขา ไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เจ็บสักนิด” ใบหน้าแดงก่ำพยักตอบด้วยความกระดากอาย ปล่อยให้เขารั้งไปกอดและกดจูบหนักๆ ที่หน้าผาก
.................................................................................................
ภาพสามีภรรยาหมาดๆ จูงมือกันเดินลงบันไดมาปรากฏแก่สายตาผู้สูงวัยทั้งคู่ คุณภูวนาทและคุณหญิงกัลยากำลังนั่งยิ้มกริ่มรอรับประทานมื้อเที่ยงกับลูกชายและลูกสะใภ้
“ขอโทษที่ตื่นสายค่ะ คุณพ่อคุณแม่” นลินหน้าแดงเรื่อรีบยกมือไหว้ น่าอายจัง มานอนบ้านเขาคืนแรกก็ดูไม่งามเสียแล้ว
“ไม่เป็นไรจ้ะ อย่ากังวลไปเลยลูก” คุณหญิงกัลยาตอบอย่างเข้าใจ แต่งงานคืนแรกมีหรือพ่อลูกชายตัวดีจะนอนกุมมือเฉยๆ แววตาอิดโรยของหญิงสาวยิ่งทำให้นางเอ็นดู ตรงข้ามกับพ่อลูกชายที่ดูอิ่มอกอิ่มใจจนน่าหมั่นไส้
“ภีมพาน้องไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดสิลูก จะได้เป็นสิริมงคลแก่การเริ่มต้นชีวิตคู่ ไหนๆ วันนี้ก็ตักบาตรไม่ทันแล้ว” ประมุขของบ้านเอ่ยเย้าตามประสาคนอาบน้ำร้อนมาก่อน มองตาเดียวก็รู้ว่าลูกชายตนคงจับเมียกลืนลงท้องไม่เหลือแม้แต่กระดูก รังแกเขาทั้งคืนจนไม่ได้นอนละสิท่า ถึงได้พากันตื่นเกือบเที่ยง
“ครับพ่อ” ชายหนุ่มตอบรับ
“แล้ววันนี้มีแผนจะทำอะไรบ้างล่ะลูก” ผู้เป็นแม่ถาม
“ก็ว่าจะพาน้องบัวไปเก็บของที่บ้านมาไว้คอนโดฯ ภีมฮะ”
คู่ข้าวใหม่ปลามันยึดตามธรรมเนียมปฏิบัติทางบ้านฝ่ายชาย คืนเข้าหอจึงมานอนค้างบ้านใหญ่ จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีการค่อยย้ายไปใช้ชีวิตที่คอนโดฯ หรูของชายหนุ่ม
“ดูแลน้องด้วยนะลูก” บิดาเขากล่าว ก่อนจะพากันลงมือรับประทานอาหาร
