ห้องหอรอรัก(2)
“ให้รางวัลคนเก่งไงคะ นวดสบายจนพี่เกือบหลับ คราวนี้ตาพี่ดูแลน้องบัวบ้าง” นิ้วเรียวทัดผมให้เธออย่างแผ่วเบา ค่อยๆ ผละมาเชยคางสวยได้รูป ลำแขนแกร่งอีกข้างรั้งคนในอ้อมกอดไว้ไม่ให้ขยับหนี ก่อนประทับริมฝีปากร้อนบนลำคอระหง ขบเม้มหยอกเย้า เป่ารดลมหายใจอุ่นจัด ปลายลิ้นไล้เล็มขึ้นมาชิมกลีบปากอิ่มสีแดงฉ่ำ
คนมากประสบการณ์ใช้ความช่ำชองหลอกล่อดูดดึงกลีบปากล่างพร้อมกับเลื่อนมือมาประคองท้ายทอยให้เธอรับจุมพิตเขาอย่างถนัดถนี่ ลิ้นร้ายดุนดันเข้าไปชิมโพรงปากหวาน ควานหาเรียวลิ้นเล็ก เกี่ยวกระหวัดด้วยจังหวะนุ่มนวล เฝ้าปลุกเร้าแกมปลอบโยนคนไม่ประสา
“บัวจ๋า หายใจด้วยค่ะ” เสียงพร่าดึงสติหญิงสาวให้กลับมา
“ทำไมทั้งหอมทั้งหวานขนาดนี้ล่ะคะ พี่จะไม่ไหวแล้วคนดี” ว่าพลางซุกไซ้ซอกคอสูดดมความหอมหวานอีกระลอก
“พะ พี่ภีมคะ”
“รู้สึกยังไง บอกพี่บ้างสิคะ”
“บะ บัวอายค่ะ” น้ำเสียงอู้อี้ตอบมา
“อายอย่างเดียวเหรอคะ” สองมือไม่อยู่นิ่งอีกต่อไป ช้อนร่างแน่งน้อยทอดนอนบนเตียง จัดการลอกคราบหญิงสาวก่อนฝังใบหน้าคลุกเคล้าทรวงอิ่ม
“สวยเหลือเกิน บัวขา”
“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่ภีม” เข้าใจว่าตนผลักศีรษะเขาออก แต่นิ้วบางกลับทำได้เพียงสางเรือนผมดกดำเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอเพิ่งเคยรู้จัก คนตัวเล็กไร้ทางสู้ พยายามพลิกหนี มีหรือจะรอดพ้นกรงเล็บราชสีห์
“คราวหลังไม่ต้องใส่บราเข้านอนแล้วนะคะ อึดอัดแย่เลย”
“ดีไหมคะ บัวขา” สัมผัสแปลกใหม่ปลุกเร้ากายสาวให้เตลิด
“ปะ ปิดไฟก่อนนะคะ พี่ภีม” เศษเสี้ยวสติที่หลงเหลืออยู่ร้องขอ
“ปิดทำไมคะ พี่อยากเห็นน้องบัวชัดๆ บัวจ๋า ฟังนะคะ เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ คืนนี้พี่อยากให้เรามีความสุขร่วมกันนะคะ” เขากดจูบหนักๆ ที่ขมับให้กำลังใจ ริมฝีปากร้อนและเล็มบัวตูมสีหวาน
มือสากผละมาลูบไล้สะโพกกลมกลึง เรื่อยมาจนถึงต้นขาด้านใน สร้างความปั่นป่วนกลางใจร่างสาวราวกับมีผีเสื้อพันตัวบินอยู่ในท้อง นลินบิดเร่าด้วยความทรมาน เสียวซ่านไม่อาจเก็บเสียงคราง
เมื่อสัมผัสได้ถึงความพร้อม ชายหนุ่มจึงหยัดกายขึ้นมา นลินงุนงงไปชั่วขณะก่อนเข่าสองข้างจะถูกกดแนบข้างลำตัว เปิดเปลือยทุกอณูต่อสายเขา
“ว้าย” มือเล็กผวามาปิดไว้
“ไม่ต้องอายค่ะ” ชายหนุ่มก้มลงไปจูบมือเธอแผ่วเบา
คนนอนระทดระทวยสิ้นกำลังขัดขืน สายตาคมปลาบวาวโรจน์เมื่อได้เชยชมความงามตรงหน้า
“ครั้งแรกอาจจะเจ็บบ้าง อดทนนะคะ พี่จะทำเบาที่สุด”
ชายหนุ่มจัดการปลดเปลื้องสิ่งกีดขวาง หญิงสาวหลับตาปี๋ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก เกิดมาไม่เคยเห็นผู้ชายโตเต็มวัยล่อนจ้อน แต่กับเขา...ที่เป็นสามีเธอ
“บัวขา มองพี่สิคะ” ใบหน้าชื้นเหงื่อที่ยังคงหายใจหอบบังคับสายตาให้อยู่บริเวณแผงอกเขา
“ดีไหมคะ ชอบไหม”
หญิงสาวเสหลบตา ไม่รู้จะตอบอย่างไร คนตัวโตจึงโน้มกายเธอลงนอน เป็นสัญญาณว่าบทเพลงรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ให้พี่นะคะคนดี”
เขาร่ายมนตร์ใส่เธอหรือไร ร่างกายจึงทรยศ ยอมโอนอ่อนทอดกายให้เขาตักตวง เรียวขาเสลาตั้งชัน แยกออกจากกันคล้ายยั่วยวน
เขาเข้าครอบครองเธออย่างนุ่มนวล ตรงข้ามกับความปรารถนาที่ทะยานถึงขีดสุด
“อย่าเกร็งนะคะ เจ็บมากไหมคนดี” การสอดประสานชะงักพลันเพราะห่วงคนใต้ร่าง หญิงสาวน้ำตารื้นพยักหน้าตอบ
“ถ้าเจ็บมากให้กัดไหล่หรือข่วนหลังพี่นะคะ” เส้นทางคับแคบสร้างความทุลักทุเลไม่น้อย แต่ให้หยุดตอนนี้ฆ่าเขาเสียดีกว่า ริมฝีปากร้อนเฝ้าคลอเคลียปลอบประโลมไม่ห่าง กระทั่งเธอยอมรับตัวตนทั้งหมดของเขา เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม เขายังคงแช่นิ่งรอให้เธอปรับตัว หลังและไหล่เขารองรับเล็บมือแม่กระต่ายน้อยจนชาไปหมด
“บัวขา ไหวไหมคะ” สะโพกหนาเริ่มขยับเชื่องช้า ด้วยกลัวเธอจะบอบช้ำไปมากกว่านี้ เขาถูกบีบรัดจวนเจียนจะถึงฝั่งฝัน ไฟสวาทลามเลียสติสัมปชัญญะจนสิ้น กายแกร่งรุกล้ำหนักแน่นลึกซึ้ง พร่ำบอกว่าเธอเป็นภรรยาเขา เป็นคนของเขาแล้ว ความรู้สึกหวงแหนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผุดขึ้นมาในใจ
ภีมรู้ดีว่าร่างกายนี้ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน แม้จะเป็นผู้ชายหัวสมัยใหม่ที่ไม่ได้ให้ค่ากับเยื่อบางๆ ที่เรียกว่าพรหมจรรย์ แต่การได้ครอบครองเนื้อตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องของภรรยากลับให้ความรู้สึกอิ่มเอมอุ่นซ่านในอก อยากดูแล รักษา ทะนุถนอมเธอไว้ ยุงไม่ให้ไต่ ริ้นไรก็อย่าหวัง มีเพียงเขา...เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับเธอ
ท่วงทำนองรักดำเนินมาเกือบถึงปลายทาง สองร่างสอดประสานลึกล้ำ มือเล็กเกาะเกี่ยวลำคอหนาเว้าวอนให้เขาปรานีเธอ ภาษากายที่ถ่ายทอดแก่กันบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของชายหนุ่ม เขาไม่อยากเห็นแก่ตัวตักตวงเอาจากเธอฝ่ายเดียว ครั้งแรกของเธอควรเป็นความทรงจำที่สวยงามและควรเป็นเขาที่ร่วมสร้างความทรงจำนั้นกับเธอ
