รักก่อตัว
“อ๊า พะ พอก่อนนะคะ” สองร่างหอบกระเส่า เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ร่างบางโยกคลอนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นขณะที่เอวสอบรุกล้ำหนักหน่วงจากทางด้านหลัง
“หือ ให้พอจริงๆ เหรอคะ” แก่นกายสอดเสียบช่องทางรักฉ่ำเยิ้ม เสียดสีส่งเสียงน่าอาย
“พะ พี่ภีมจะไม่ทันประชุมนะคะ” มือบางเกาะขอบโต๊ะทำงานแน่นพยุงร่างที่กำลังซวนเซ พลันเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกปรากฏภาพชวนวาบหวาม ท้องน้อยหดเกร็งตอบสนอง คลื่นความเสียวซ่านระลอกใหญ่โจมตี รวงรังตอดรัดระรัว
“บัวขา วางเข่าข้างหนึ่งบนโต๊ะค่ะ”ลมหายใจอุ่นจัดกระซิบข้างหู ทางรักเปิดอ้ากว้างรับท่อนเอ็นอวบใหญ่ที่เร่งจังหวะสวนเสยอย่างเร่าร้อน สะโพกผายส่ายร่อนร้องขอความเมตตาจากเขา
“กะ ใกล้แล้วค่ะ”เสียงพร่าเอ่ยก่อนจะกระแทกแรงๆ สองสามครั้งจึงฉีดน้ำรักร้อนระอุเข้าสู่กายเธอ หญิงสาวหมดแรงฟุบลงบนโต๊ะทำงาน ปล่อยให้ของเหลวสีขาวไหลเปรอะลงมาตามต้นขา ชายหนุ่มอุ้มเธอมานั่งโซฟาและใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดให้ทั้งคู่
เขารูดซิบกางเกง ยัดชายเสื้อเชิ้ตเข้า เอามือเสยผมลวกๆ รีบร้อนออกจากห้องไปประชุมแต่ไม่ลืมกดจูบบนหน้าผากเนียน
“น้องบัวจัดการตัวเองให้เรียบร้อยค่อยกลับสตูดิโอคราฟต์นะคะคนดี เย็นนี้เจอกันค่ะ” จัดเนกไทพลางหันมาบอกเธอแล้วจึงเปิดประตูออกไป
นลินสำรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายกำลังจะเปิดประตูออกจากห้องน้ำ
“เมียบอสหิ้วปิ่นโตมากินด้วยกันเกือบทุกเที่ยงเลยเนอะ” เสียงหนึ่งกล่าว
“เป็นผัวเมียกันนี่นา” เพื่อนสาวว่า
“หิ้วปิ่นโตมากินหรือหิ้วตัวเองมาให้บอสกินยะ” ทั้งสองหัวเราะคิกคัก
“แหม ใครจะอดใจไหวล่ะ ดูหุ่นเมียบอสสิ ทรวดทรงองค์เอวเหมือนนาฬิกาทราย”
คนแอบฟังในห้องน้ำหน้าชาไปหมด
“นั่นน่ะสิ เห็นว่าแต่งกันเพราะผู้ใหญ่จัดให้ รักแท้ยังแพ้คัปดี” เสียงพูดคุยค่อยๆ ไกลออกไป
นลินเข่าอ่อนแทบพยุงกายไว้ไม่ไหวรีบพาร่างกายช้ำๆ ออกไปจากตรงนั้นทันที ใช่ว่าเธอไม่รู้ความจริงข้อนี้ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ภีมกลายมาเป็นท้องฟ้า เป็นสามี เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นคู่ชีวิต เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ
นึกถึงวันที่เดินไปบอกเขาว่าอยากมีอาชีพ อยากเปิดสตูดิโองานคราฟต์เล็กๆ สักแห่ง เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คอยสนับสนุนเธออย่างแข็งขัน ผิดกับทางบ้านเธอที่มองว่าแต่งงานแล้วก็ควรเป็นแม่บ้านดูแลเขา ถึงแม้ด้วยรายได้ของภีมจะสามารถเลี้ยงดูเธอได้สบาย แต่นลินไม่อยากทำตัวให้เขาคอยห่วง อีกทั้งยังอยากช่วยเขาแบ่งเบาภาระด้วย จึงนำโปรเจ็กต์ในฝันของเธอไปปรึกษา
นอกจากจะเป็นผู้ฟังที่ดีแล้วเขายังเป็นคนคอยให้คำแนะนำและช่วยปลุกปั้นสตูดิโอจนสำเร็จอีกต่างหาก
“น้องบัวลองร่างไอเดียคร่าวๆ ออกมาก่อนนะคะ จากนั้นนำไปเขียนแผนธุรกิจมาสักสองสามร่าง คิดเยอะๆ เขียนเยอะๆ ไปเลยค่ะ เจ๊งในกระดาษดีกว่าเจ๊งจริงๆ นะคะ”
นับว่าไม่ผิดคาดเขานัก เธอต้องปรับแก้อยู่หลายครั้งจนไร้ช่องโหว่ จากนั้นก็เที่ยวตระเวนหาทำเลที่เหมาะสม นลินยังจำความรู้สึกตื่นเต้นตอนจรดปากกาเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ขนาดพอเหมาะในคอมมิวนิตี้มอลล์ใกล้ออฟฟิศเขาได้ ภีมเป็นคนค้นพบและพาเธอมาดู
“เราจัดเป็นสองส่วนดีไหมคะ ส่วนวางขายวัสดุอุปกรณ์งานคราฟต์กับพื้นที่สำหรับเวิร์กชอป” เขาเสนอความคิดขณะเดินชมพร้อมอธิบายว่าควรใช้พื้นที่เช่าหาเงินให้ได้มากที่สุด หากวางขายวัสดุอุปกรณ์งานคราฟต์อย่างเดียวอาจไม่จูงใจให้คนเดินเข้าสตูดิโอมากเท่าที่ควร เนื่องจากเธอมีความรู้ด้านการถักโครเชต์กับการจัดสวนในขวดแก้วดีอยู่แล้ว การจัดเวิร์กชอปทุกวันหยุดสุดสัปดาห์อาจจูงใจให้มนุษย์ออฟฟิศที่มองหากิจกรรมผ่อนคลายมาร่วมด้วยก็ได้
‘Craft in a Nutshell’ คราฟต์อินอะนัตเชล ชื่อเล่นที่เขาใช้เรียกระหว่างคุมงานตกแต่งสถานที่กลายมาเป็นชื่อสตูดิโอด้วยแนวคิดที่ว่าการสอนงานคราฟต์ควรย่นย่อและย่อยง่าย เมื่อสองเดือนก่อนความฝันของนลินก็กลายเป็นจริง สตูดิโอคราฟต์อินอะนัตเชลเปิดทำการวันแรกและได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เวิร์กชอปโครเชต์กับจัดสวนในขวดแก้วถูกจองเต็มทั้งเดือน คนสอนอย่างเธอจึงยิ้มแก้มแทบปริ
เขาช่างดีกับเธอเหลือเกิน นัยน์ตาดำขลับมองสามีด้วยความซาบซึ้งใจ ภักดีและขอบคุณ และแน่นอนว่าคนอย่างภีมย่อมให้ขอบคุณในแบบที่เขาโปรดปราน
หญิงสาวเดินกลับสตูดิโออย่างเลื่อนลอยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ช่วงบ่าย นุชนารถ นักศึกษาที่จ้างมาช่วยดูแลสตูดิโอจะมาเข้ากะบ่ายจนถึงเวลาปิด ส่วนเธอต้องกลับไปเตรียมทำอาหารเย็นรอสามี
“สวัสดีค่ะพี่บัว” นุชนารถกระหืดกระหอบ
“นุชรีบแว้นมา กลัวพี่บัวรอนานค่ะ” นุชนารถเป็นสาวร่างอวบอารมณ์ดี มักสรรหาของกินอร่อยๆ มานำเสนอบ่อยๆ
นลินรู้สึกโชคดีที่ได้เธอมาช่วยงาน เพราะนอกจากจะมีมนุษยสัมพันธ์ดี ขยันขันแข็งแล้วยังตรงต่อเวลาอีกด้วย
“พี่ไปก่อนนะ ฝากปิดสตูด้วยจ้ะ” ร่างบางส่งยิ้มให้ผู้ช่วยแล้วจึงมุ่งไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ เพื่อซื้อของสด
เธอรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารสามมื้อเนื่องจากภีมติดใจรสมือภรรยาแถมยังอ้อนขอผูกปิ่นโตทุกเที่ยง
“พี่ไม่อยากกินข้าวคนเดียวนี่คะ” เขาทำเสียงละห้อย
ส่วนเธอก็ยิ่งกว่าเต็มใจปรนนิบัติพัดวีสามี ทั้งยังใส่ใจคัดสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงเพื่อช่วยดูแลสุขภาพเขาอีกทาง เป็นการตอบแทนการทุ่มเททำงานหนักเพื่อครอบครัวซึ่งเธอไม่เคยเห็นเขาปริปากบ่นสักครั้ง เพียงแต่ ‘ผูกปิ่นโต’ ในความหมายของเธอกับเขาคงจะต่างกันมากโข ชายหนุ่มกินอาหารหมดเกลี้ยงทุกครั้ง ทั้งยังลามมากินของหวานอย่างเธอตบท้ายอีกด้วย
รสนิยมที่ค่อนข้างโลดโผนของเขาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เธอทั้งในและนอกบ้านรวมถึงห้องทำงานเขาด้วย หญิงสาวอ่อนต่อโลกที่ไม่เคยรู้จักความสัมพันธ์ฉันคู่รักอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟเมื่อเจอกองเพลิงอย่างเขา คนทั้งออฟฟิศต่างรู้จักเจ้านายตนดี และยิ่งรู้ดีว่าเขาไม่มีทางนั่งกุมมือกินข้าวกับเมียเฉยๆ แน่
เธออายแทบแทรกแผ่นดินหนีทุกครั้งเมื่อก้าวออกจากห้องทำงาน ทุกสายตาล้วนบอกเป็นนัยว่า ‘เป็นอันรู้กัน’ แต่ถึงกระนั้นหัวใจที่ยกให้เขาไปแล้วทั้งดวงกลับไม่เคยเชื่อฟัง ยอมตามใจ เอาอกเอาใจ ปรนเปรออย่างถึงอกถึงใจยามสามีร้องขอ ราวกับกำลังกลัว...กลัวว่าเขาจะไม่รัก
ระหว่างเธอกับเขาเรียกว่าอะไรนะ ภาระผูกพัน คำนี้กระมัง ความเป็นสามีภรรยาเป็นทั้งภาระและหน้าที่ที่ร้อยรัดพันผูกคนสองคนเข้าไว้ด้วย ซึ่งภีมก็ทำหน้าที่สามีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดูแลเธออย่างดี ดีเสียจนเกือบลืมว่าเราแต่งงานเพราะความเหมาะสม ไม่ใช่ความรัก
คิดแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้ พานให้หัวตาร้อนผ่าวน้ำตาจะไหล ในใจยิ่งว้าวุ่นด้วยคำพูดที่ได้ยินในห้องน้ำยังก้องในหัว คงมีแต่เธอที่หลงรักเขาฝ่ายเดียว บางทีอาจจะจริงอย่างที่สองสาวนั้นว่า เขาแค่กำลังหลงใหลร่างกายเธอ หลายครั้งที่มองตาค้นหาเศษเสี้ยวความรักที่อาจเหลือเผื่อแผ่มาให้เธอบ้างก็พบแต่นัยน์ตาสงบนิ่งเหมือนทะเลยามค่ำคืนแสนลึกสุดจะหยั่ง พร้อมคำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ ตัวโตๆ แปะบนหน้าผาก และที่สำคัญไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากเขา...ไม่เคยเลยสักครั้ง
ร่างบางในชุดเดรสแขนกุดสีไข่ไก่ก้มหน้าก้มตารีบจ้ำอ้าว
“ขอโทษค่ะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” นลินรีบขอโทษขอโพยเมื่อชนเข้ากับกำแพงมนุษย์โดยไม่ทันระวัง
“ไม่เป็นไรครับ คุณไม่เจ็บตรงไหนนะครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับสามีเธอ ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้ม ผิวสองสี ท่าทางเอื้ออาทรถามกลับด้วยความเป็นห่วง
คนตัวเล็กโดนชนกระแทก รู้สึกจุกเจ็บไม่น้อย เพียงแต่เธอผิดเองที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือและไม่อยากให้เขาเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ไม่เจ็บค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างนุ่มนวล ทำท่าจะเดินผละไปแต่เขาเรียกไว้ก่อน
“ผมชื่อธันวาครับ ทำงานแถวนี้ นี่นามบัตรผมหากคุณต้องการความช่วยเหลือ” เธอนิ่วหน้าประหลาดใจเล็กน้อยกับมิตรไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้ คงเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องหาหมอละมั้ง
“คุณทำงานแถวนี้เหมือนกันเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ” เขามองหน้าเธอยิ้มๆ คล้ายกดดัน
หญิงสาวจึงนึกได้ว่าลืมแนะนำตัว ตายจริง เขาคงกำลังคิดว่าเธอเสียมารยาท
“บัวค่ะ เปิดสตูดิโองานคราฟต์แถวนี้ค่ะ ฉันต้องไปแล้ว ขอบคุณมากค่ะ”
สตูดิโองานคราฟต์งั้นหรือ น่าสนใจ...
