ไม้หอมไป๋มู่เซียง #2
ตอนที่ 1 ไม้หอมไป๋มู่เซียง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ที่ผิงอ๋องกับนางกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ น่าจะตั้งแต่วันที่พวกเราสามคนได้พบกัน
ครั้นนึกไปถึงสหายคนสนิทอย่างฉินเนี่ยนอวี๋แล้ว แววตาของลั่วเหม่ยจือมีแต่ความหม่นเศร้า ฉินเนี่ยนอวี๋คือสหายเพียงคนเดียวของนาง อีกฝ่ายคือบุตรสาวแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นจิ้น คุณหนูผู้ที่องค์ชายทั้งหลายหมายปอง กองทัพที่บิดาของนางปกครองมีร่วมสามแสนนาย
การสนับสนุนของแม่ทัพฉินคือสิ่งที่องค์ชายทุกพระองค์ต้องการ หากแต่ท่านแม่ทัพกลับไม่ยินยอมให้บุตรสาวเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเชื้อพระวงศ์
ฮ่องเต้ต้าจิ้นมีพระโอรสในวัยเติบใหญ่อยู่ยี่สิบสองพระองค์ ด้วยความที่มีโอรสมาก จิ้นเหยียนฮ่องเต้จึงทรงเลี้ยงดูพระโอรสไม่ต่างจากการเลี้ยงกู่ ปล่อยให้ต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อให้เหลือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงคนเดียว เพราะเช่นนี้ กว่าจะได้แต่งตั้งองค์รัชทายาท จึงเหลือองค์ชายเพียงเจ็ดพระองค์เท่านั้น
ผิงอ๋องคือหนึ่งในนั้น เขาคือองค์ชายรองที่พลาดตำแหน่งองค์รัชทายาทเพราะนาง
คิดมาถึงตรงนี้ ลั่วเหม่ยจืออดคิดไปถึงเรื่องราวดี ๆ ในอดีตไม่ได้
นางเป็นเพียงบุตรสาวบัณฑิตซิ่วไฉ มีโอกาสพบเจอคุณหนูสูงศักดิ์อย่างฉินเนี่ยนอวี๋นับเป็นวาสนา ในตอนที่นางอายุสิบขวบ จวนแม่ทัพว่าจ้างบิดาไปสอนหนังสือให้บุตรหลาน นางจึงได้เข้าไปเป็นสหายร่วมเรียนของฉินเนี่ยนอวี๋ ตั้งแต่บัดนั้น นางกับคุณหนูฉินก็กลายเป็นสหายสนิทกัน
ท่ามกลางเสียงดูถูกดูแคลนของผู้คนรอบข้าง ฉินเนี่ยนอวี๋ยังคงยึดมั่นในสายสัมพันธ์ ออกหน้าปกป้องนางหลายครั้งหลายครา ความสัมพันธ์ห้าปีของพวกเรานั้นดีมาก รักใคร่กันประดุจพี่น้อง จนกระทั่ง...
มีผิงอ๋องโผล่เข้ามา...
ในป่าดอกท้อวันนั้น คนทั้งสองบังเกิดรักแรกพบตั้งแต่แรกเห็น หลังจากทั้งสองทำความรู้จักกัน นางก็ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนเกิน บุตรสาวซิ่วไฉเช่นนาง มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือเป็นตั่งเจี้ยนไผหรือโล่กันธนูให้ฉินเนี่ยนอวี๋ในยามที่ทั้งสองลักลอบพบกัน
ไม่ว่าจะเป็นส่งจดหมาย ส่งของแทนใจ บอกผ่านคำหวาน ล้วนมีนางเป็นคนกลางทั้งสิ้น และการที่ได้พบเจอพูดคุยกับผิงอ๋องทุกวัน ใครบ้างจะไม่เกิดมีใจปฏิพัทธ์ นางเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีเลือดมีเนื้อ มีหัวจิตหัวใจ ในวันที่ฉินเนี่ยนอวี๋เกิดรักแรกพบ นางจะเกิดบ้างไม่ได้หรือไร ผิงอ๋องรูปงามออกปานนั้นเพียงแต่ความรักของนางกลับถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่กล้าให้ใครระแคะระคาย
ความสัมพันธ์เช่นนี้ยาวนานไปจนถึงแปดเดือน หลังจากฉินเนี่ยนอวี๋ครบวัยปักปิ่น ก็กลายเป็นที่แย่งชิงของเหล่าองค์ชาย
ศึกชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทดุเดือดถึงขั้นเกิดการลอบสังหารไม่เว้นแต่ละวัน นั่นยังไม่นับแผนการอันแยบยลที่นำมาวางใส่กัน
ในงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพฉิน สมควรเป็นวันที่ผิงอ๋องทูลขอพระราชทานมงคลสมรสกับฉินเนี่ยนอวี๋ กลับกลายเป็นวันที่ชีวิตของเขาแทบพังทลาย
คืนนั้นผิงอ๋องเมามาย ไม่รู้ว่าเขามาถึงเรือนฉินเนี่ยนอวี๋ได้อย่างไร ซ้ำยังเข้าใจผิดว่านางเป็นหญิงคนรัก ลั่วเหม่ยจือใจหนึ่งอยากจะขัดขืน หากแต่ความรักที่มีต่อเขามันมากล้น สุดท้ายนางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความต้องการ
คืนนั้นหลายคนบุกเข้ามาในเรือน หนึ่งในนั้นคือฉินเนี่ยนอวี๋ ลั่วเหม่ยจือยังจำสีหน้าผิดหวังระคนโกรธแค้นของสหายได้เป็นอย่างดี
ผิงอ๋องถูกแม่ทัพฉินตำหนิไม่ไว้หน้า อีกทั้งท่านแม่ทัพยังเข้าวังไปทูลฟ้องฮ่องเต้ด้วยตนเอง เมื่อผิงอ๋องทำความผิด ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้องค์ชายทั้งหลายเหยียบซ้ำ หลายคนผลักดันให้ผิงอ๋องรับนางเป็นพระชายา เพื่อตัดอำนาจสนับสนุนเบื้องหลัง แม้แต่พระสนมกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดายังถูกลดขั้นเป็นเจาผิน
เพียงชั่วข้ามคืน ชีวิตของผิงอ๋องพังไม่เป็นท่า กลับเป็นนางที่ได้ตำแหน่งพระชายามาครอบครอง
สามเดือนแล้วที่แต่งกันมา คืนแรกของการแต่งงาน หลังเข้าหอเสร็จ เขาก็สั่งให้คนจับนางมาโยนไว้ในเรือนหลังซอมซ่อ ไม่ให้นางมีสาวใช้ ไม่จ่ายเงินเดือน ยามที่เขาอารมณ์ไม่ดี จะให้คนมาตามนางไปพบ หลังจากระบายใส่นางจนพอใจก็ไล่นางกลับอย่างไม่ไยดี
เดือนนี้เพิ่งแต่งตั้งองค์ชายสี่เป็นองค์รัชทายาท ผิงอ๋องอารมณ์ไม่สู้ดี นางถูกเรียกตัวไปพบแทบทุกคืน ลั่วเหม่ยจือไม่รู้ว่าชีวิตเช่นนี้มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือนางเต็มใจเอง
คิดแล้วนางก็ได้แต่กระชับเสื้อคลุมขนเพียงพอนแน่น เร่งฝีเท้าเดินฝ่าหิมะที่กำลังโปรยปราย
ในเรือนเล็กทรุดโทรม ทันทีที่กลับมาถึง ลั่วเหม่ยจือก็รีบฝืนใช้น้ำเย็นเช็ดทำความสะอาดร่างกาย ในเรือนไม่มีกระถางไฟ นางต้องรีบเข้านอน ท่ามกลางความมืด นางกอดกระชับเสื้อคลุมขนเพียงพอนแน่น กลิ่นไม้หอมไป๋มู่เซียงซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของผิงอ๋องยังหอมตลบอบอวล
ไม่รู้จะมีวันที่เขาหันมามองข้าบ้างหรือไม่ ลั่วเหม่ยจือหลับไปพร้อมความคาดหวัง
