บทที่3
แรกเริ่มเดิมที ฐานพัชญ์ เกลียดรินคำมาก
เมื่อห้าปีก่อน พ่อของรินคำแต่งงานใหม่
รินคำเป็นลูกสาวที่แม่เลี้ยงของเขาพามาด้วย
ฐานพัชญ์เกลียดแม่เลี้ยงขี้เสแสร้งของตัวเองเข้าไส้
ก็เลยพาลเกลียดลูกติดของเธอไปด้วย
เขาไม่เคยชายตามองรินคำ ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ
แต่รินคำกลับไม่โกรธเลยสักนิด
ต่อหน้าลับหลังเอาแต่เรียกเขาว่า “พี่ชายคะ พี่ชายคะ” เสียงอ้อนตลอด
ฐานพัชญ์ก็มักจะมาบ่นให้ฉันฟังเสมอ
“รินคำนี่น่ารำคาญ ส่งข้อความมาทั้งวันทั้งคืน”
“ดูท่าทางจอมเสแสร้งนั่นแล้วก็ขยะแขยงจริง ๆ”
แต่พอโดนสาวสวยจัดจ้านแบบนั้นตามตื๊อเข้าให้
ต่อให้ภูเขาน้ำแข็งก็คงละลายได้เหมือนกัน
ครั้งหนึ่ง ตอนเรากลับไปคฤหาสน์เก่าเพื่อไหว้บรรพบุรุษ
ตัวบ้านเก่าทรุดโทรมแล้ว แถมคืนก่อนยังมีฝนตกหนัก
แผ่นกระเบื้องหลังคาหลายจุดเลยร่วงหล่นลงมา
ในเสี้ยววินาทีคับขันนั้นเอง รินคำก็ผลักฐานพัชญ์ออกไป
เธอเองกลับโดนแผ่นกระเบื้องที่หล่นลงมาบาดแขนจนเป็นแผล
ฉันคิดว่า…ก็นับตั้งแต่เหตุการณ์นั้นแหละ
ท่าทีของฐานพัชญ์ที่มีต่อรินคำถึงได้เริ่มเปลี่ยนไปอย่างแผ่วเบา
เวลาพูดถึงเธอ น้ำเสียงเขาไม่แฝงความรังเกียจเหมือนแต่ก่อน
บางครั้งยังแอบได้ยินแววเอ็นดูอยู่ด้วยซ้ำ
จำนวนครั้งที่รินคำโผล่มาขัดจังหวะตอนเราสองคนออกเดต
ก็ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
วันวาเลนไทน์ คริสต์มาส…
ของขวัญที่ฐานพัชญ์ให้ฉัน เขาก็จะให้ชุดเดียวกันนั้นกับรินคำด้วย
ทุกครั้งรินคำจะทำตาใสซื่อไร้เดียงสา พูดเสียงหวานว่า
“พี่สะใภ้ อย่าหึงหนูเลยนะคะ”
“หนูว่า พี่ชายคงแค่สงสารคนโสดอย่างหนูเท่านั้นเอง”
แต่พอหันหลังกลับ เธอก็ลงรูปคู่กับของขวัญในเว่ยป๋อของตัวเอง
พร้อมแคปชั่นว่า—
“วาเลนไทน์ปีนี้ ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้ว…”
ข้างล่างเต็มไปด้วยคอมเมนต์แฟน ๆ ที่เข้ามาอวยพร
และเดากันใหญ่ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
ฉันหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ
บางที ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ฐานพัชญ์ชอบจริง ๆ ก็มีแค่รินคำ
รมย์นลิน…เธอก็เป็นแค่ตัวตลกที่ถูกปิดหูปิดตาอยู่ในความมืดเท่านั้นเอง
หลังจากกลายเป็นสามีภรรยาตามสัญญากับฐานพัชญ์ครบสามเดือน
ฉันก็เริ่มชินกับชีวิตสองหน้าสองแบบนี้
ต่อหน้าคนอื่น ฉันรับบทภรรยาผู้แสนอ่อนโยนและเป็นแม่บ้านดีเด่น
ส่วนเขาก็ใช้สารพัดท่าทีประกาศต่อทั้งโลก
ว่าชีวิตแต่งงานของเราช่างหวานชื่นเหลือเกิน
แต่พอลับหลัง เขากลับมองฉันด้วยสายตาเย็นชาอยู่เสมอ
มีเพียงความรำคาญและขยะแขยงในแววตา
จริง ๆ แล้ว ต่อให้เขาไม่พูด ฉันก็รู้ดี
เหตุผลที่เขาพยายามทุกทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับฉัน
ถึงขั้นใช้ความเป็นความตายของพี่ชายฉันมาเป็นตัวประกัน
ก็แค่เพราะคุณปู่ตระกูลมุ่งการดีถูกใจฉัน
อยากให้ฉันเป็นหลานสะใภ้ของบ้านนี้เท่านั้นเอง
