33 ชองขวัญที่ถูกใจ
จี้รูปอักษรตัวพีสองตัวเชื่อมกลางด้วยจี้รูปหัวใจขนาดเล็ก พร้อมสร้อยคอทองคำขาวลายไข่ปลาเส้นเล็ก ถูกดึงขึ้นจากกล่องด้วยมือเรียวเล็กอย่างทะนุถนอม
“สวยจังค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะพี่วิชญ์”
“ชอบไหมครับ”
“ชอบค่ะ แต่ปอสงสัยว่าทำไมจี้เป็นรูปตัวพีสองตัวล่ะคะ” กัลยณัฏฐ์นึกแปลกใจเพราะถ้าจะเป็นชื่อของชายหนุ่มก็น่าจะเป็นตัวดับเบิ้ลยูหรือตัววีมากกว่า
“ชื่อจริงผมไง ปุณณวิชญ์ ตอนแรกก็ติดอยู่ว่าจะเอาตัวดับบลิวแต่พอออกแบบมาแล้วไม่สวย สุดท้ายเลยได้แบบนี้” ชายหนุ่มอธิบายเพิ่ม
“นี่พี่วิชญ์ออกแบบเองเหรอคะ”
“ใช่ครับ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะไม่เชื่อเหรอ”
“แค่แปลกใจนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่คิดว่าวิศวกรจะทำอะไรแบบนี้กับเขาเป็นด้วย” หญิงสาวตอบตามจริง
“มาผมใส่ให้นะครับ” เขาจับไหล่สองข้างของเธอหมุนให้เธอหันหลังมาแล้วค่อยๆ สวมสร้อยให้เธออย่างช้าๆ
“ขอบคุณนะคะ พี่วิชญ์จะไม่ดูหน่อยเหรอคะ ว่าปอซื้ออะไรให้” กัลยณัฏฐ์หันหน้ากลับมาเมื่อเขาติดตะขอสร้อยให้เรียนร้อยแล้ว
“ดูสิครับ ผมแกะต่อเลยนะ” เมื่อครู่เขาแกะของขวัญค้างไว้แล้วหันไปสนใจของขวัญที่เขามอบให้เธอ
กัลยณัฏฐ์อยากให้ชายหนุ่มเห็นหน้าตัวเองตอนนี้เสียจริง สีหน้าประหลาดใจนั้นทำเอาเธอเองก็ใจเสียไปไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าเขาชอบของที่เธอให้หรือเปล่า
“ไม่ชอบเหรอคะ” เธอถามเบาๆ
“ใครบอกล่ะ ชอบมาก” เขายิ้มจนเห็นฟันเกือบครับทั้งสามสิบสองซี่แล้วหยิบ steam controller (อุปกรณ์สำหรับเล่นเกมชนิดหนึ่ง ที่มีความแม่นยำในการควบคุมสูง)
“กำลังอยากได้ แต่ลังเลอยู่ว่าจะซื้อดีไหม”
“ทำไมลังเลล่ะคะ รุ่นนี้ไม่ดีเหรอคะ” เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปแล้วที่ซื้อมาให้เขา เพราะบางทีชายหนุ่มอาจจะไม่อยากได้
“เปล่าครับ แต่ที่ลังเลก็คือตอนไปถามที่ร้านน้องคนขายบอกว่ารุ่นนี้ดี เด็กติดเกมชอบใช้กัน ผมไม่ใช่เด็กก็เลยไม่กล้าซื้อ”
หญิงสาวหัวเราะคิกๆ กับท่าทีของแฟนหนุ่ม
“ปอรู้ได้ยังไงว่าผมอยากได้”
“ก็วันก่อนที่ปอไปช่วยน้าเมษากับหนูดีทำกับข้าว แล้วพี่ษาให้ปอเอาน้ำไปให้พี่วิชญ์ในห้องทำงานปอเห็นพี่เปิดเพจที่ขายอุปกรณ์เล่นเกมทิ้งไว้ เลยแอบถ่ายรูปมาค่ะ แล้วพอไปที่ร้านพนักงานก็บอกว่ารุ่นนี้ดีมากๆ”
“ขอบคุณมากครับ รุ่นนี้ดีจริงผมเห็นรีวิได้คะแนนเยอะกว่ารุ่นอื่นๆ ปอจะว่าอะไรหรือเปล่าถ้าผมจะเล่นเกมเหมือนเด็กๆ”
“ไม่หรอกค่ะ ถ้าปอจะว่าคงไม่ซื้อให้หรอกจริงไหมคะ แต่ก็อย่าเล่นจนลืมทานข้าวหรือเล่นจนเสียงานนะคะ” กัลยณัฏฐ์ตอบและถามชายหนุ่มกลับอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ
“ก็จริงนะครับ ผมก็คงจะเล่นบ้างแต่ไม่ถึงกับติดเกมเป็นเด็กๆ ปอเชื่อใจได้”
“บางครั้งคนเราก็หาวิธีคลายเครียดต่างกันนะคะ อย่างเวลาปอเครียดๆ ก็จะนอนฟังเพลงนิ่งๆ อยู่บนเตียงบางคนก็ไปเล่นกีฬา ไปออกกำลังกายบางคนก็ไปดื่มเหล้าสังสรรค์กับเพื่อนไม่มีใครกำหนดนี่คะ ว่าใครต้องทำอะไร”
“ผมรู้สึกได้เลยว่าผมเลือกแฟนไม่ผิดจริงๆ” ปุณณวิชญ์ชมตัวเอง
“ถ้าเลือกผิดจะทำยังไงคะ เลือกใหม่หรือทนๆ คบไปก่อน” กัลยณัฏฐ์แกล้งถาม
“ไม่รู้สิครับ ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเพราะผมมั่นใจว่าผมมองคนไม่ผิด” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทางมั่นใจ
“ปากหวานขึ้นทุกวันนะคะ อย่างนี้ปอชักจะกลัวแล้วสิว่าถ้าลับหลังปอจะไปปากหวานกับใครที่ไหนบ้างหรือเปล่า”
“ไม่มีแน่นอนครับรับรองได้” เขายื่นหน้ามาใกล้จนจมูกเกือบชนกับแก้ม
กัลยณัฏฐ์รีบถอยออกมาเพราะถึงแม้จะเป็นแฟนกัน แต่ก็ไม่อยากให้เขาใกล้ชิดจนเกินไป ไม่ใช่เพราะเธอไม่มั่นใจในตัวชายหนุ่ม แต่เธออยากให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เธออาจหัวโบราณอยู่บ้างแต่ก็หวังว่าเขาจะเข้าใจ
ปุณณวิชญ์แอบยิ้มกับกิริยานั้น เขาไม่คิดจะล่วงเกินเธอเพียงแค่อยากแกล้งก็เท่านั้น เขาได้ผ่านพบกับผู้หญิงมาก็มาก แต่ไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกดีได้มากขนาดนี้ เขายอมรับว่าเพียงไม่นานที่ได้รู้จักกันนั้นกัลยณัฏฐ์ทำให้เขารักและอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า
“โอปอครับ สอบเสร็จเราแต่งงานกันนะครับ” ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแทบไม่เป็นจังหวะระหว่างที่รอคำตอบจากหญิงสาว
“หลังสอบเสร็จ เหรอคะปอว่ามันเร็วไปนะคะ เราพึ่งรู้จักกันไม่นานเท่าไหร่”
“ไชโย” เข้ากระโดดตัวลอยจนเธอต้องดึงให้นั่งลง เพราะกลัวว่าแขกที่มาพักจะตกใจพากันดื่นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่ดีใจอะไร ปอยังไม่ได้บอกนะคะว่าจะแต่งงานด้วยสักหน่อย” กัลยณัฏฐ์ท้วง
“ก็ผมดีใจที่ปอตกลงแต่งงาน เอาไว้ผมจะให้พี่ษามาพูดกับพ่อและแม่ของปอนะครับ”
“ปอตกลงไปแล้วเหรอคะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” กัลยณัฏฐ์ทำหน้างง
“ผมจะทวนคำพูดให้ฟังนะ เมื่อกี้ปอพูดว่า หลังสอบเสร็จ เหรอคะปอว่ามันเร็วไปนะคะ เราพึ่งรู้จักกันไม่นานเท่าไหร่ แสดงว่าปอตกลงแต่ยังไม่อยากแต่งตอนนี้ ผมเข้าใจถูกใช่ไหม”
คงเป็นการขอแต่งงานที่ไม่มีความโรแมนติกเอาเสียเลย แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความจริงใจที่เขามอบให้
“ขี้ตู่แล้วนะคะ ปอว่าเราดูๆ กันไปก่อนดีไหม”
“ไม่รู้ล่ะ ผมถือว่าปอตกลงแล้วนะครับ”
“แต่ปอว่า...”
“ไม่มีแต่แล้วนะครับ ผมถือว่าปอตกลงแล้ว ส่วนเรื่องวันไหน ยังไงเราคงต้องปรึกษาผู้ใหญ่อีกทีดีไหม”
“พี่วิชญ์นี่เผด็จการนะคะ”
“เรื่องอื่นผมยอมทุกอย่างเลย แต่เรื่องนี้ผมคงไม่ยอม ปอไม่สงสารผมเหรอครับผมแก่ขึ้นทุกวันๆ ให้รอนานๆ กลัวจะไม่มีแรงเลี้ยงลูกครับ” เขาพูดแล้วก็นึกขำตัวเอง
“อย่าพึ่งคิดไปไกลเลยค่ะพี่วิชญ์ พ่อกับแม่จะยกปอให้พี่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้นะคะ”
“ถ้าไม่ยกให้พี่คงต้องฉุดนะครับ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“แล้วสุดท้ายพี่วิชญ์ก็ไปก็ไปนอนในคุกอย่างนั้นหรอคะ” เธอต่อท้ายประโยคให้เขา
“ว้า ไม่สนุกเลย” เขากุมมือเธอแล้วดึงตัวมาใกล้ ๆ “ผมว่าน้าทั้งสองคงไม่ใจร้ายขนาดนั้น”
“ปอก็ไม่รู้นะคะ ปอเป็นลูกสาวคนเดียวเสียด้วยสิ” เธอแกล้งอำเพราะรู้ว่าถ้าเธอรักใครพ่อกับแม่ก็รักคนนั้นด้วย
“แล้วถ้าท่านไม่ยอมยกให้จริงๆ ปอจะยอมเลิกคบกับผมไหม” สีหน้าชายหนุ่มจริงจัง
“ปอว่าอย่าพึ่งพูดถึงเรื่องนั้นเลยค่ะ ปอมีเรื่องอยากข้อร้องพี่วิชญ์ก่อนหนึ่งเรื่อง” เธอรู้ว่าคงไม่เกิดเรื่องแบบนั้นแน่ๆ จึงชวนเขาคุยเรื่องอื่น
“เรื่องอะไรครับ ผมยอมทุกอย่างเลยขอให้ปอบอกมาเถอะ” สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความจริงใจจนเธอรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้อย่างไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูด
“ปออยากให้พี่วิชญ์แทนตัวเองว่าพี่” พูดออกไปแล้วก็รอลุ้นว่าเขาจะว่าอะไรไหม เพราะมันเหมือนเป็นการบังคับในสิ่งที่เขาเคยชินมาตลอด
“แค่นี้เองได้อยู่แล้ว มีเรื่องอื่นอีกไหมครับ” เขาตอบรับง่ายกว่าที่เธอคิดไว้ เขาเองก็อยากแทนตัวเองว่าพี่ เพียงแต่ไม่ค่อยมันใจเท่าไหร่นัก แค่เธอไม่เรียกเขาว่าน้านั่นเขาก็พอใจมากแล้ว
“ไม่มีแล้วค่ะ”
“มาเรื่องของเราต่อนะครับ พี่อยากแต่งงานจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวแก่อย่างที่บอกปอไปเมื่อกี้ แต่พี่อยากใช้ชีวิตร่วมกับปอที่พี่ไม่รอผลสอบเพราะรู้ว่ายังไงปอก็สอบได้ แต่ถึงสอบไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่ครับคนเราไม่ได้วัดค่ากันที่การเป็นข้าราชการหรอกนะ ถึงแม้ปอจะสอนโรงเรียนเอกชนแต่ปอสอนด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ลูกศิษย์อย่างเต็มที่พี่ว่าพ่อกับแม่ของปอรวมทั้งตัวพี่เองก็ภูมิใจในตัวปอนะครับ”
หญิงสาวเงียบเพราะที่ปุณณวิชญ์พูดนั้นจริงทุกอย่าง
“ปอจะพยายามให้ถึงที่สุดค่ะ แต่ถ้ามันไม่ได้อย่างที่ตั้งใจปอก็จะไม่เสียใจค่ะ”
“พี่เป็นกำลังใจให้ปอนะครับ ไม่ว่าปอจะทำอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นในชีวิต พี่อยากให้ปอรู้ว่าพี่จะอยู่เคียงข้างปอเสมอนะครับ”
“พี่พูดอะไรแปลกๆ แต่ปอก็ขอบคุณนะคะ”
“แต่ตอนนี้พี่ว่าเราไปนอนก่อนดีไหม พรุ่งนี้กลัวจะตื่นไม่ทันพระเอานะครับ แล้วคืนนี้ปอนอนที่ไหน” เขานึกขึ้นได้ว่าบิดามารดาของเธอไปนอนที่บ้าน
“ปอนอนห้องแม่ค่ะ เผื่อลูกค้าคิดขัดอะไรอย่างน้อยก็ยังมีเจ้าของคอยอยู่ดูแล”
“ครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ไปเคาะห้องได้เลยไม่ต้องเกรงใจพี่นะครับ”
“ค่ะ ฝันดีนะคะ ปอง่วงแล้ว”
“ครับฝันดีเช่นกับครับ” เขาจับมือหญิงสาวขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ จากนั้นก็เดินยิ้มไปอย่างมีความสุข ส่วนใบหน้าเธอยามนี้ก็แต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเช่นกัน
