บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ติดตามองค์หญิงสาม

เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู เซี่ยยวินซีพลันได้สติ นางหันไปมองก็สบเข้ากับนัยน์ตาหงส์ของเซี่ยเฟิ่งหรั่นที่จ้องเขม็งมาพอดี

นางได้ยินพี่สาวเอ่ยว่า “น้องรองถ้าข้าเป็นเจ้าในยามนี้สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การมาข่มขู่ข้าอยู่ที่นี่ แต่ควรคิดว่าจะแสดงความสามารถยังไงให้เข้าตาท่านราชบัณฑิตซุน ไม่เช่นนั้นเรื่องงามหน้าเมื่อครู่เจ้าจะกลับไปรายงานท่านพ่อยังไง?”

“ต่อให้ท่านพ่อคิดจะปกป้องเจ้า แต่เจ้าคิดว่าท่านย่าจะละเว้นเจ้าหรือ? อีกอย่าง... เจ้าคิดว่าในใจท่านพ่อ เจ้ามีความสำคัญมากกว่าชื่อเสียงของจวนโหวอย่างนั้นหรือ?”

คำพูดนั้นทำเอาเซี่ยยวินซีใจสั่นสะท้าน เปลือกตากระตุกรัว

นางไม่กล้าหวังเลยว่าบิดาจะเห็นนางสำคัญกว่าชื่อเสียงตระกูล จึงได้แต่กัดฟันพลันแสร้งทำสีหน้าอ้อนวอนน่าเวทนา “พี่หญิง... น้องขอร้องท่าน อย่าบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อเลยนะ ช่วยเหลือน้องสักครั้งเถอะ อย่างไรพวกเราก็เป็นพี่น้องกัน!”

“คำพูดนี้ของเจ้าช่างน่าขำนัก เมื่อครู่เหตุใดเจ้าถึงจำไม่ได้เล่าว่าเราเป็นพี่น้องกัน?” เซี่ยเฟิ่งหรั่นแค่นยิ้มเย้ย แววตาดูถูกพาดผ่านใบหน้าหมดจด “เซี่ยยวินซี ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ ทางใครทางมันย่อมดีต่อเราทั้งคู่”

เซี่ยยวินซีรู้ดีว่านี่คือคำเตือนสุดท้ายจากพี่สาว นางจึงยอมหุบปากลงอย่างไม่ยินดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์เสียทีเดียว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งท้ายที่สุดก็อดใจไม่ไหว เดินแยกไปหาลู่ทางใหม่ทางอื่น

อีกด้านหนึ่งซุนเย่ว์หลานเพิ่งรับมือกับคุณหนูที่มาสืบข่าวเสร็จสิ้น เมื่อหางตาเห็นเซี่ยยวินซีเดินจากไป นางจึงก้าวเข้ามานั่งลงตรงที่ว่างข้างเซี่ยเฟิ่งหรั่นทันที

“คุณหนูเซี่ย ไม่ใช่ ว่าจะไปโชว์ฝีมือสักหน่อยรึ?”

เซี่ยเฟิ่งหรั่นเพิ่งจะไล่เซี่ยยวินซีไปได้ก็นึกอยากพักผ่อนให้สงบใจ ทว่ากลับถูกขัดจังหวะเสียก่อนจนนางนึกขำในโชคชะตา “ข้าไม่อยากไปแย่งรัศมีเจ้าบ้านอย่างคุณหนูซุนหรอก”

นางลืมตาขึ้น สบเข้ากับแววตาล้อเลียนของซุนเย่ว์หลาน ทั้งคู่จ้องตากกันเนิ่นนาน จนกระทั่งต่างฝ่ายต่างกลั้นไม่อยู่ หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“เจ้านี่นะ... อยู่ดีๆ มาแหย่ข้าทำไมกัน?”

ซุนเย่ว์หลานได้ทีก็ยิ่งรุกหนัก “พี่หญิงแสนดี ท่านไปแสดงฝีมือสักนิดเถอะ ข้าจะบอกความจริงให้ว่าท่านแม่ข้าอยากเห็นผลงานของท่านที่สุด ท่านใจร้ายพอจะเห็นผู้ใหญ่ผิดหวังเชียวหรือ?”

เซี่ยเฟิ่งหรั่นรู้ทันมุกนี้ “ท่านราชบัณฑิตซุนยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง ถ้าแม่เจ้ารู้ว่าเจ้าเรียกนางว่า 'ผู้ใหญ่' เจ้าลองทายดูสิว่านางจะจัดการเจ้ายังไง?”

“แค่กๆ ... นั่นเรื่องเล็กน้อยน่า สรุปคือวันนี้ท่านต้องทิ้งผลงานไว้สักอย่างนะ”

ทว่าเซี่ยเฟิ่งหรั่นกลับดึงปิ่นหงส์บนศีรษะออกมา “เจ้าเล็งปิ่นเล่มนี้ไว้นานแล้ว ไม่ใช่ หรือ? ข้าให้”

“...”

เมื่อเห็นสายตาละห้อยละเหี่ยของซุนเย่ว์หลาน เซี่ยเฟิ่งหรั่นก็หลุดขำออกมา นางยื่นมือไปปักปิ่นเล่มนั้นลงบนมวยผมของเพื่อนรักพลางปลอบว่า “เอาละ! ฝากขอบพระคุณความปรารถนาดีของท่านราชบัณฑิตด้วย แต่ครั้งนี้ข้ามาเป็นเพื่อนเซี่ยยวินซี เรื่องสถานศึกษาหญิงนั้น ท่านย่าคงไม่ยอมอ่อนข้อให้ข้าแน่ ข้า...”

ยังไม่ทันที่เซี่ยเฟิ่งหรั่นจะพูดจบ ทางอีกฝั่งหนึ่งพลันเกิดเสียงเอะอะวุ่นวายขึ้น

“เจ้าเป็นบุตรีบ้านไหนกัน ถึงกล้าเสียมารยาทชนองค์หญิง!”

“ขออภัยเจ้าค่ะ ขออภัย... เป็นเพราะหม่อมฉันตะลึงในความงามดุจเทพธิดาขององค์หญิงจนไม่ได้ระวังตัว ขอองค์หญิงโปรดประทานอภัยด้วยเจ้าค่ะ!”

นี่เป็นเสียงของเซี่ยยวินซีชัดๆ เซี่ยเฟิ่งหรั่นและซุนเย่ว์หลานสบตากัน พลันลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ที่หัวบันได ปรากฏร่างของดรุณีน้อยในชุดชาววังสีแดงสด ด้านหลังมีสาวใช้ติดตามสองนาง โดยมีเซี่ยยวินซียืนก้มหน้าขอขมาอยู่ตรงหน้านาง เมื่อเซี่ยเฟิ่งหรั่นมองไป องค์หญิงในชุดชาววังผู้นั้นก็เผยรอยยิ้มบางๆ พลางตรัสกับเซี่ยยวินซีว่า “เจ้าเป็นลูกบ้านไหนกันเหตุใดฝีปากช่างเจรจานัก”

“หม่อมฉัน เซี่ยยวินซี จากจวนติ้งกั๋วโหวเจ้าค่ะ”

“จวนติ้งกั๋วโหว?” องค์หญิงเลิกคิ้วขึ้นสูง “อ้อ... ที่แท้เจ้าก็คือน้องสาวอนุของเซี่ยเฟิ่งหรั่น ดูท่าจะรู้ความกว่าพี่สาวเจ้ามากนัก วันนี้พี่สาวเจ้ามาด้วยหรือเปล่า?”

เซี่ยยวินซีกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เซี่ยเฟิ่งหรั่นก้าวเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงระลึกถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเฟิ่งหรั่นก้าวเข้ามาทำความเคารพอย่างสง่างาม “หม่อมฉันเซี่ยเฟิ่งหรั่น ถวายบังคมองค์หญิงสามเจ้าค่ะ น้องสาวหม่อมฉันยังเด็กนักจึงเสียมารยาทต่อพระองค์ ขอองค์หญิงโปรดประทานอภัยด้วย”

องค์หญิงสามเชิดหน้าขึ้น รอจนเซี่ยเฟิ่งหรั่นทำความเคารพเสร็จจึงตรัสว่า “น้องสาวเจ้าช่างรู้ความกว่าเจ้าจริงๆ เซี่ยยวินซีใช่ไหม! วันนี้เจ้ามาอยู่ข้างกายข้าก็แล้วกัน”

เซี่ยยวินซีดีใจจนเนื้อเต้น รีบเข้าไปประจบองค์หญิงสามทันที “หม่อมฉันขอบพระทัยองค์หญิงสามเพคะ”

หลังจากนั้นองค์หญิงสามก็หันไปคว้ามือซุนเย่ว์หลานที่ยืนข้างเซี่ยเฟิ่งหรั่น “เย่ว์หลาน เจ้าไม่ต้องมากพิธี รีบบอกข้ามาว่ามีอะไรสนุกๆ บ้างเหตุใดเจ้าถึงไม่ส่งเทียบเชิญให้ข้า หรือว่าลืมข้าไปแล้ว?”

น้ำเสียงที่ทรงตรัสกับซุนเย่ว์หลานนั้นช่างแตกต่างกับความเย็นชาที่มอบให้เซี่ยเฟิ่งหรั่นราวหน้ามือเป็นหลังมือ

ซุนเย่ว์หลานถูกองค์หญิงดึงตัวไว้จึงเลี่ยงไม่ได้ นางมองเซี่ยเฟิ่งหรั่นด้วยความกังวลเล็กน้อย เซี่ยเฟิ่งหรั่นส่งสายตาตอบกลับไปว่าไม่ต้องห่วง นางจึงหันไปทูลองค์หญิงสามว่า “งานชมบุปผาของฮองเฮากำลังจะจัดขึ้น หม่อมฉันไม่กล้ารบกวนเวลาของพระองค์เพคะ ว่าแต่เหตุใดวันนี้พระองค์ถึงทรงมีเวลาเสด็จมาที่นี่ได้?”

องค์หญิงสามดึงมือซุนเย่ว์หลานไปที่โต๊ะเขียนอักษรพลางแลบลิ้นอย่างซุกซน “ข้าตามลูกพี่ลูกน้องกับพี่รัชทายาทมาน่ะ พี่รัชทายาทบอกว่าลูกพี่ลูกน้องเพิ่งกลับถึงเมืองหลวง เลยอยากพาเขาออกมาเดินเล่นสักหน่อย”

พอสิ้นเสียงองค์หญิงสาม เหล่ากุลสตรีรอบๆ เซี่ยเฟิ่งหรั่นก็ไร้สมาธิจะทำผลงานต่อ ต่างพากันซุบซิบประเด็นใหม่ทันที “องค์รัชทายาทก็เสด็จมาด้วยหรือ?” “ลูกพี่ลูกน้องขององค์หญิงคือใครกัน?” “เมื่อวันก่อนได้ยินว่าลูกชายขององค์หญิงใหญ่กลับถึงเมืองหลวงแล้ว หรือจะเป็นเขา?”

เซี่ยเฟิ่งหรั่นฟังเสียงซุบซิบเหล่านั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางหาที่นั่งสงบๆ ในมุมห้องเพื่อทำตัวเป็นฉากหลังอย่างเงียบๆ ว่าแต่... อีตาพวกลูกผู้ดีนั่นจะเสด็จกลับมาทำไมกันตอนนี้

ทว่าเซี่ยยวินซีที่ยืนข้างองค์หญิงกลับตื่นเต้นยิ่งนัก หากนางมีโอกาสได้พบองค์รัชทายาทละก็... นางตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเกาะขาองค์หญิงสามไว้ให้มั่น

ในขณะเดียวกัน ณ สวนด้านล่างซึ่งเป็นที่รวมตัวของเหล่าบุรุษ บรรดาคุณชายต่างก็กำลังสนทนาเรื่องคนบนหอชมทิวทัศน์เช่นกัน คุณชายซุนจี้หมิง เจ้าบ้านฝ่ายชาย เชิญสหายมาพบปะกันเล็กน้อย เดิมทีตั้งใจจะต่างคนต่างอยู่ ทว่าเมื่อกี้เสียงของเซี่ยเฟิ่งหรั่นที่ใช้โต้ตอบคุณหนูหวังนั้นดันดังชัดเจนไปหน่อย

หอชมทิวทัศน์ตั้งอยู่กลางสวน เสียงใสๆ ของดรุณีน้อยจึงดังเข้าหูเหล่าคุณชายอย่างเลี่ยงไม่ได้

“พี่จี้หมิง นั่นลูกสาวบ้านไหนกันหรือ รบกวนท่านให้คนไปถามน้องสาวซุนให้ข้าทีเถอะ ฝีปากนางช่างถูกใจข้านัก ข้าอยากจะเชิญนางไปเที่ยวด้วยกันเสียจริง” คุณชายในชุดสีฟ้าดึงแขนเสื้อซุนจี้หมิงพลางคะยั้นคะยอให้ส่งคนไปถาม

ซุนจี้หมิงจำเสียงเซี่ยเฟิ่งหรั่นได้ตั้งแต่คำแรก เมื่อได้ยินคนพูดเช่นนั้นจึงขมวดคิ้ว “คุณชายหวัง โปรดระวังคำพูดด้วย เรื่องนี้มันไม่ควร”

“เอาน่าพี่จี้หมิงแม่นางสวยๆ ย่อมเป็นที่หมายปองของคุณชาย ในเมื่อข้าถูกใจนาง ย่อมต้องกล้าแสดงออกเป็นธรรมดา”

ยุคสมัยนี้หลังผ่านรัชสมัยของอดีตฮ่องเต้เต๋อจง กฎเกณฑ์ต่อสตรีไม่ได้เข้มงวดดั่งก่อน การพบปะระหว่างชายหญิงตราบเท่าที่อยู่ในกรอบศีลธรรมย่อมไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรง แต่ซุนจี้หมิงรู้ดีว่าตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ยึดถือธรรมเนียมเคร่งครัด โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยที่มองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง ‘เสื่อมเสีย’ เขาจึงไม่ยอมให้เซี่ยเฟิ่งหรั่นต้องตกที่นั่งลำบาก

รอยยิ้มบนหน้าซุนจี้หมิงจางลง “คุณชายหวัง น้องสาวข้ากำลังจัดงานเลี้ยง ถ้าเข้าไปรบกวนตอนนี้จนงานวุ่นวาย ท่านแม่คงดุข้าแน่ ถ้าท่านอยากนัดพบหญิงงาม ที่หอเยว่เซียงจวีทางใต้ของเมืองมีให้ท่านเลือกถมเถไป”

..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel