#####บทที่ 4
ตัดไปทางฝั่งของคิมหันต์
(KIMHANT TALK)
สวัสดีครับผมคิมหันต์ อายุ 20 ปี เรียนคณะบริหาร ที่มหาวิทยาลัย stamford แต่ตอนนี้ย้ายมาเรียนที่ pinky university ด้วยเหตุผลสั้นสั้นก็คือ "อยากได้แฟนเก่าคืน"
เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักหมดใจมาโดยตลอดอย่าง เอิงเอย กลับไปสู่อ้อมกอดที่เราสองเคยโอบตัวกันด้วยความรักเมื่อครั้นหลายปีก่อน ซึ่งผมเองโหยหามันมาตลอดในระยะเวลาที่ต้องจำใจห่างจากเธอด้วยเหตุผลและความจำเป็นบางอย่าง
แต่ในเมื่อวันนี้ปัญหาทุกอย่างมันเริ่มคลี่คลายและเกืองจะจบลงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมก็จะทำทุกวิถีทางที่จะเอา เอิงเอย กลับมาไม่ว่าจะต้องแลกด้วยการถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวอีกครั้งก็ตาม..
"มึงจะไปวุ่นวายอะไรกับชีวิตเอิงเอยมันอีกวะ" ไอ้มังกรเพื่อนสนิทของผมเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่
มังกร พ่อหนุ่มรูปหล่อ ผู้มั่นคงในความรักเดียวใจเดียวมาโดยตลอด ได้ตกลงคบหาดูใจเลื่อนสถานะจนถึงขั้นที่จะสามารถใช้คำว่าแฟนได้ กับไอ้เดียร์ สาวสวยมือตบประจำกลุ่มเฮียหลี
"เออ กูเห็นด้วยกับไอ้มังกร ตอนนั้นมึงก็เป็นคนทิ้งเอิงเอยมันแล้วไปหาอีเชอรี่นั่นไม่ใช่หรอวะ? แล้วตอนนี้ชีวิตของมันก็กำลังไปได้ด้วยดีกับผู้ชายคนใหม่อย่างไอ้พี่แทนหนุ่มคณะแพทย์ศาสตร์นั่น" ซัน เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งพูดเสริมสมทบกับประโยคของไอ้มังกรคล้ายเป็นการสนับสนุนแสดงความคิดเห็นชอบด้วย
ไอ้ซัน หนุ่มหน้าตี๋ลูกครึ่งไทย-จีน มีนิสัยเกียจคร้าน เหลวไหล เกเร และปากหมาที่สุดในกลุ่ม นับง่ายง่ายว่าแทบจะมองหาข้อดีไม่ได้เลย
"แล้วทำไม ก็กูอยากได้คืน ในเมื่อเอิงเอยเคยเป็นของกูมาก่อน เราสองคนเคยรักกันมากจนถึงขั้นย้ายเข้ามาอยู่คอนโดเดียวกัน" ผมพูดพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก
จะว่าผมเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือจะด่าอะไรก็ช่าง ผมก็ไม่แคร์ ในเมื่อเอิงเอยยังไม่ได้ปฏิเสธเพราะฉะนั้นผมก็มีสิทธิ์ แต่ถึงแม้ว่าเธอจะปฏิเสธผมก็ยังไม่ละความพยายามอยู่ดี! 'ด้านได้ อายอด'
"หึ! กูขอฟันธงได้เลยว่ายัยเอิงเอยมันไม่มีวันกลับมาคบกับมึงเด็ดขาด มึงทำมันไว้เจ็บแสบจนเกือบจะเสียผู้เสียคนขนาดนั้น มันคงไม่โง่กลับมาให้มึงสวมเขาเป็นควายซ้ำสองหรอกนะ" ไอ้ซันส่ายศีรษะไปมาอย่างเอือมระอา มันฟันธงยืนกรานมั่นใจในความคิดของตนเองด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"มึงจะมั่นใจอะไรขนาดนั้นไอ้ซัน เอิงเอยอาจจะยังรักกู แล้วรอวันที่กูกลับไปขอคืนดีก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้อยากจะเล่นตัวพอให้มันเป็นพิธีก็เท่านั้นเอง" ผมพูด
"มึงลืมสิ่งที่มึงเคยทำกับมันแล้วหรอวะ?" มังกรย้อนถาม
"........" คำถามของไอ้มังกรทำเอาผมเงิบสตั้นไปชั่วขณะ เมื่อหวนคิดถึงวันที่เอิงเอยร้องห่มร้องไห้กอดขาอ้อนวอนไม่ให้ผมไปจากเธอ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจความรู้สึกเธอเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังพูดจาแทงใจดำ เหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีอีกด้วย
แต่!! ที่ผมทำก็เพราะความจำเป็นต่างหากล่ะ!
"และที่สำคัญนะไอ้คิมหันต์! อย่าลืมสิตอนนี้มึงกำลังคบอยู่กับเชอรี่ ผู้หญิงที่มึงเคยนอกกายนอกใจไอ้เอิงเอยแล้วไปคบกับมันไง สมองมึงเลอะเลือนหรือแกล้งเป็นจำไม่ได้ว่าตัวเองเนี่ยมีเมียอยู่แล้ว" มังกรพูดเน้นย้ำประโยคสุดท้ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อให้ผมตระหนักว่าสถานะตอนนี้ของผมคือมีเจ้าของ
"งั้นกูก็จะไปบอกเลิกเชอรี่ แล้วเดินหน้าตามง้อขอคืนดีเอิงเอย พวกมึงคงจะไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้ากูไม่มีพันธะอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง หากพวกมึงสองตัวจะอ้างว่าเอิงเอยมันมีแฟนอยู่แล้ว อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้หญิงว่าจะตัดสินใจเลือกใคร ของพรรค์นี้ใครดีใครได้" ผมพูดจบก็แสยะยิ้มจนริมฝีปากโค้งขึ้น
"กูขอร้องเถอะ ถ้ามึงรักเอิงเอยอย่างที่ปากมึงว่าจริงจริง ก็ควรจะปล่อยมันให้ไปมีความสุขกับสิ่งที่มันเลือกในตอนนี้ อย่าไปทำให้มันลำบากใจเลยว่ะ" ซันพูดขึ้นพร้อมกับตบบ่าแกร่งของผมเบาเบาคล้ายกับเป็นการขอร้อง
"กับไอ้แทน เด็กนักเรียนแพทย์นั่นเหรอ? ก็เป็นแค่ผู้ชายกระจอกกระจอกคนหนึ่งไม่เห็นจะมีอะไรเทียบเท่ากูได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ"
วันที่ผมเจอเธอครั้งแรก ณ ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งหลังจากที่เราเลิกรากันเป็นระยะเวลาประมาณสองปีเต็มเต็ม ผมก็ได้จ้างนักสืบ จนได้รู้ว่าตอนนี้เอิงเอย กำลังคบหาอยู่กับไอ้แทน นักเรียนแพทย์ปี 5 ของ pinky university
"ไอ้พี่แทนคนนั้นอาจจะเป็นแค่ผู้ชายกระจอกกระจอกไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าเหมือนมึง แต่อย่าลืมสิตอนนี้เอิงเอยเลือกมันนะไม่ได้เลือกมึง" คำพูดแทงใจดำของไอ้มังกรทำให้ผมเจ็บแปล๊บไปจนถึงทรวงอกอย่างบอกไม่ถูก
"แล้วไง! พวกมึงช่วยกูหน่อยไม่ได้หรอวะ พวกมึงเป็นเพื่อนกูนะเว้ย!"
"ใช่พวกเพื่อนกูเป็นเพื่อนมึง แต่ก็ใช่ว่ากูจะต้องช่วยให้มึงทำผิดซ้ำอีก มึงปล่อยมันไปเถอะว่ะไอ้คิมหันต์แค่สิ่งที่มึงทำกับมันในตอนนั้น มันก็ทุกข์ทรมานมากพอแล้ว" ซันพูดขึ้น
"แม่ง! ถ้าพวกมึงไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูลุยเอง รอเลี้ยงฉลองวันที่กูจีบเอิงเอยสำเร็จก็เเล้วกัน" ผมยักคิ้วหลิ่วตาส่งให้กับพวกมันที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่ทั้งสองคน
@คอนโด pinky
ห้อง 689
"นั่งเหม่อคิดถึงใครอยู่หรอคะ คิมหันต์" จู่จู่น้ำเสียงหวานของผู้หญิงที่ผมรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"คุณเข้ามาได้ยังไง?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลงสงสัย เพราะ หากบุคคลใดปรารถนาขึ้นมาบนชั้นต่างต่างของตัวคอนโดนี้ จะต้องเป็นเจ้าของห้องหรือผู้ที่มีคีย์การ์ดนำมาสแกนในลิฟต์เลื่อนเท่านั้น!
"ก็คุณลืมคีย์การ์ดไว้ที่รถของเชอรี่ไงคะ" เชอรี่พูดพร้อมกับชูคีย์การ์ดที่หล่อนถืออยู่ในมือขึ้นมาอวด พร้อมกับฉีกยิ้มหวานส่งให้กับผม
"ออกไป!" ผมปรายตามองเธอครู่หนึ่งแล้วตะคอกเสียงหนักขึ้นมาด้วยความไม่พอใจเมื่อเธอลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ก่อนที่จะหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกจากซองยกขึ้นไปสูบด้านนอกริมระเบียงคอนโดเพื่อระบายความเครียด
"ทำไมเชอต้องออกไปด้วยคะ? ในเมื่อที่นี่ก็คอนโดผัวเชอ แล้วทำไมเชอจะอยู่ไม่ได้" เชอรี่ตะโกนออกมาจากในห้องแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม
"..." ผมไม่ตอบอะไร เพียงแต่พ่นควันบุหรี่สีขาวเทาผ่านรูจมูกออกมาพรืดใหญ่ หลังจากที่ผมเลิกรากับเอิงเอยไป ผมก็สูบบุหรี่ทุกวัน เพราะตอนที่เราคบกันอยู่ เอิงเอยเธอแพ้กลิ่นบุหรี่ เมื่อได้กลิ่นทีไรก็จะเป็นผื่นแดงไปทั้งตัว ผมจึงยอมละ เลิกบุหรี่ เพื่อเธอ..
"กูไม่น่าทิ้งมึงไปเลยเอิงเอย" ผมนั่งมองรูปภาพของเอิงเอยผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่นักสืบซึ่งผมจ้างไปติดตามชีวิตของเอิงเอยส่งมาให้
ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมากจริงจริง เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ภาพลักษณ์ของเธอเมื่อก่อนยังคงติดตาอยู่ในสมองของผม เด็กผู้หญิงเรียบร้อย ใส่เสื้อตัวใหญ่โคร่ง นุ่งกระโปรงยาวเกือบถึงตาตุ่ม กิริยามารยาทงดงาม จนใครต่อใครต้องขนานนามว่า อีแม่ชี แต่ตอนนี้มันไม่ใช่! เธอไม่เหลือภาพพจน์ของความเป็นเอิงเอยคนเก่าอยู่เลย
เพล๊ง!! จู่ๆ โทรศัพท์ราคาแพงในมือผมก็ลอยไปกองอยู่กับพื้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว ด้วยน้ำมือของเชอรี่ ผู้หญิง งี่เง่า น่ารำคาญคนนั้น!
"เชอรี่!!!" ผมตะตอกใส่เธอเสียงดังด้วยความโมโห
"นี้ถึงขนาดจ้างนักสืบให้ไปตามถ่ายภาพอีนี่เลยเหรอ! นึกเสียดายของเก่าขึ้นมาหรอคะ!!?" แล้วบุหรี่ที่ผมสูบอยู่ก็ถูกเขวี้ยงลงกับพื้นด้วยเช่นกัน
เชอรี่เลื่อนฝ่าเท้าที่สวมรองเท้าแตะสำหรับใช้ใส่เดินไปมาภายในบ้าน เหยียบกระทืบสองสามทีและบดขยี้บุหรี่มวนนั้นจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
"นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะเชอรี่! ที่ผ่านมาผมก็ให้เกียรติ ให้สิทธิของความเป็นแฟนกับคุณมาโดยตลอด แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับข้าวของของผม!!" ผมหยัดตัวเองให้ลุกขึ้นยืนด้วยความสูงเต็มที่เพื่อประจันหน้ากับเธอ
"แล้วทำไม!! แล้วมึงจะทำไม! กูไม่ยอมให้มึงได้กลับไปสมสู่กับอีถ่านไฟเก่านรกอย่างอีเอิงเอยหรอกนะ" เชอรี่พูดพร้อมกับใช้กำปั้นทุบตีเข้ามาที่แผงอกแกร่งของผมระรัว
เพี๊ยะ!! ฝ่ามือหนาของผมฟาดไปที่แก้มของเธออย่างแรงด้วยความโมโห ครั้งนี้เธอชักจะก้าวร้าวและลำเส้นความเป็นส่วนตัวของผมเกินไปจริงจริง!
"นี่มึงกล้าตบกู เพราะอีเอิงเอยงั้นเหรอ?!!" ฝ่ามือบอบบางจับพวงแก้มที่โดนตบจนหน้าหันเมื่อครู่ แล้วมองจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง!
"คุณล้ำเส้นผมมากเกินไปแล้วนะเชอรี่!!"
"รักมันมากใช่มั้ย! อยากได้มันคืนมากใช่มั้ย!! หึ! อย่าหวังเลยว่าฉันจะปล่อยให้คุณไปมีความสุข ในเมื่อฉันไม่ได้ มันก็ต้องไม่มีใครได้คุณเหมือนกันคิมหันต์!!" เชอรี่พูดจบก็เดินกระทืบเท้าออกไปจากห้องของผมทันที
