ตอนที่ 3 - 3
“ช่วยไม่ได้ ก็ผู้ทำลูกได้ แต่เพื่อนทำให้ไม่ได้” เธอลอยหน้ายักไหล่
“หน้าไม่อาย ไม่ทันไรก็หลงผู้ชายหัวปักหัวปำ คอยดูเถอะฉันจะฟ้องคุณยาย”
“ฟ้องเลย ฉันก็จะฟ้องเหมือนกันว่าแกคือผู้สมรู้ร่วมคิด” เธอท้าทายด้วยการส่ายหัวด๊อกแด๊ก
“คนทรยศ ขอให้พระเจ้าลงโทษแกอย่างหนัก”
“พระเจ้ากำลังอวยพรฉันสิไม่ว่า อย่างน้อยวันนี้แผนการฉันก็สำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง นี่ขนาดเพิ่งเริ่มต้นนะ ยังดีขนาดนี้”
“เหรอ...” เรืองรินลากเสียงประชด
“แน่นอน แกก็เห็นว่าขนาดฉันออดอ้อนออเซาะแค่นิดเดียว เขาถึงกับต้องรีบเอายามาทาให้ แล้วยังบอกว่าอยากเจอฉัน แกได้ยินใช่ไหมที่เขาบอกว่าครั้งหน้าจะเจอฉันอีก” เธอเขย่าแขนเพื่อนด้วยความตื่นเต้น
“อืม! แล้วไอ้ครั้งหน้าที่ว่าเนี่ย มันเมื่อไหร่ล่ะ” คำถามของเรืองรินทำเอารอยยิ้มยินดีก่อนหน้าค่อยๆ สลดวูบ กลายเป็นความเวิ้งว้างเหม่อลอย
“จริงด้วย ครั้งหน้านี่มันครั้งไหนวะ” หลังจากฉุกคิดได้ว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีข้อมูลหรือแม้แต่เบอร์โทรที่จะติดต่อกัน เธอก็รำพันออกมาก่อนจะกลายเป็นโอดครวญ
“ฮือ...หมดแล้วความหวังฉัน ไม่เหลือแล้ว” เธอฟุบลงไปบนโต๊ะอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก
“ท่าทางอ่อนโยนเมื่อกี้ สายตาอาทรเมื่อกี้ ไหนจะลมปากหวานๆ เมื่อกี้ ทั้งหมดแค่อยากจะสลัดฉันทิ้งสินะ ขนาดตอนไปเมื่อกี้ยังไม่คิดจะหันกลับมามองเลย”
เห็นท่าทางที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก่อนหน้าของเพื่อน เรืองรินนึกอยากจะถากถางให้หายหมั่นไส้ แต่พอเอาเข้าจริง กลับทำได้แค่ปลอบ
“แกก็อย่าเพิ่งมองในแง่ร้ายนักสิ บางทีมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ แกก็พูดอยู่แหม็บๆ ว่าเขาทั้งอบอุ่นทั้งอ่อนโยน บางทีครั้งหน้าอาจจะเป็นเร็วๆ นี้ก็ได้”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเบอร์โทรฉันเขายังไม่คิดจะขอเลย มันแปลว่าอะไรรู้ไหม มันแปลว่าเขาไม่คิดจะติดต่อฉันอีกแล้วไง” เธอยังคงก้มหน้าก้มตางึมงำอยู่กับโต๊ะ
“ถึงเขาไม่มีเบอร์แก แต่เขาก็รู้นี่ว่าจะเจอแกได้ที่ไหน ดีไม่ดีเขาอาจจะโผล่มาเซอร์ไพรส์แกเมื่อไหร่ก็ได้” คนที่ฟุบอยู่ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาทันที
“แกคิดงั้นจริงอะ”
“ก็จริงน่ะสิ เพื่อนฉันออกจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ มีแต่อยากมาเจออีกบ่อยๆ สิไม่ว่า” เรืองรินอวยเพื่อนเต็มที่
“เพื่อนแท้” เธอหันมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เมื่อคนหนึ่งบ้าอวย ในขณะที่อีกคนก็บ้ายอ พวกเธอจึงเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย
“เอ้า! แล้วนั่นแกจะไปไหน” เห็นเพื่อนจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น เรืองรินจึงรีบลุกตาม
“ไปหาอะไรทำแก้เซ็ง” เธอว่าเดินไปหยิบกระเป๋า
“อ่า งั้นเชิญแกตามสบายเลย พอดีฉันต้องรีบกลับไปเตรียมของไว้ไลฟ์คืนนี้น่ะ” ด้วยรู้ดีว่าแก้เซ็งของเพื่อนคงไม่พ้นการออกแรง และการออกแรงที่รายนั้นชอบที่สุดก็คือการต่อยมวย แต่มันกลับเป็นสิ่งที่เรืองรินเกลียดที่สุด จึงรีบออกตัวก่อน แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการ
“เดี๋ยว แกต้องไปกับฉันด้วย มานี่เลย” เธอดึงแขนคนที่ทำท่าจะผละหนีให้ออกเดินไปพร้อมกัน
“ปล่อยฉันไปตามทางเถอะ ถึงไปฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” เรืองรินพยายามขอร้อง
“ทำไมจะไม่ได้ แกก็ไปเป็นคู่ซ้อมให้ฉันไง” คู่ซ้อมตกใจจนตาแทบเหลือก
“จะบ้าเหรอ ขืนทำแบบนั้น ฉันได้กลายเป็นกระสอบทรายให้แกซ้อมน่ะสิ ไม่เอาอะ ฉันไม่อยากนอนหยอดน้ำข้าวต้ม แกปล่อยฉันไอ้คะขา ชีวิตฉันยังมีค่า ฉันไม่เอาชีวิตไปทิ้งแบบนั้นหรอก” เรืองรินโวยพร้อมทั้งพยายามขืนตัวไม่ยอมไปกับเพื่อนง่ายๆ
“โอเคๆ ไม่เป็นคู่ซ้อมก็ได้ แต่แกต้องไปออกกำลังกาย อย่างน้อยได้ขยับแข้งขานิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี ฉันอยากให้แกแข็งแรง ไม่ใช่ดูอ่อนแอปวกเปียกเหมือนคนไม่มีแรงแบบนี้ ไป” ว่าแล้วเธอก็ทั้งลากทั้งจูงเพื่อนออกไป โดยไม่เปิดโอกาสให้รายนั้นได้ยื่นอุทธรณ์ใดๆ อีก
