ตอนที่ 1 - 1
ณ ร้านอาหารบ้านคุณยาย
“ทำอะไรอะ ฉันเห็นแกนั่งมองจอแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว เป็นไรมากปะ” เห็นเพื่อนไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ญาณินจึงอดเหน็บให้ไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้รายนั้นหันมาสนใจไยดี สุดท้ายคนถูกเมินก็จึงเป็นฝ่ายอดรนทนไม่ได้ซะเอง
“โห คุยด้วยไม่คุยด้วย จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม ได้...เอามานี่เลย” ญาณินเรียกร้องความสนใจด้วยการแย่งโน้ตบุ๊กมาถือไว้ซะเอง
“โอ๊ย! อะไรของแกเนี่ย ฉันยังอ่านไม่จบเลยนะ” เรืองรินโวยพร้อมกับทำท่าจะแย่งคืน
“ไหนบอกจะยกเวลาวันนี้ทั้งวันให้ฉันไง แกไม่รักษาสัญญา ฉันต้องหมดธูปไปกี่ดอกกว่าจะเชิญแกมาได้รู้ไหมเนี่ย” ญาณินแสร้งโวย
“หือ ไอ้บ้าฉันไม่ใช่สัมภเวสี แล้วฉันก็ไม่ใช่ผัวแกด้วย ไม่ต้องอยากเจอกันมากก็ได้” เรืองรินบ่นพลางกลอกตาไปมา
“ทำไงได้ก็คนมันไม่มีใคร ฉันกลับมานี่แค่ปีละครั้งสองครั้ง เพื่อนคนเดียวที่มีก็มีแต่แก ไม่ให้เกาะติดแก จะให้ไปเกาะติดหมาที่ไหน” คนถูกเอาไปเปรียบกับหมาถึงกับสะดุ้งเบาๆ
“รู้สึกตงิดๆ อยู่นะ แต่เอาเถอะ ยังไงฉันก็หลวมตัวคบกับแกไปแล้ว ว่าแต่ทำไมรอบนี้มาอยู่นานจัง ปกตินานสุดก็แค่เดือนเดียว นี่ปาเข้าไปตั้งครึ่งปียังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ” เรืองรินอดสงสัยไม่ได้
“ก็คุณนายแม่น่ะสิบ่นว่าฉันเกินเยียวยา รับไม่ได้ที่ฉันชอบไปตีรันฟันแทงกับนักเลง ก็เลยส่งมาเรียนรู้ความเป็นกุลสตรีจากคุณยาย มีกำหนดตั้งหนึ่งปี” ญาณินว่าพลางทำหน้าซังกะตาย
“อ๋อ ส่งมาดัดสันดานว่างั้น เออแต่จะว่าไปฉันก็เห็นด้วยกับแม่แกนะ ส่งมาอยู่นี่ เผื่อว่าคุณยายจะช่วยเปลี่ยนผู้หญิงป่าเถื่อนอย่างแกให้มีความอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง” คนถูกหาว่าเถื่อนหันมาแยกเขี้ยวใส่ทันที
“ปากดี ไม่เอาแล้วใช่ไหมไอ้โน้ตบุ๊กเนี่ย” ญาณินชูตัวประกันในมือขึ้นขู่
“เฮ้ย! ไอ้คะขาวางลงเลย อย่าทำเล่นไป นั่นเครื่องมือทำมาหากินฉันเลยนะเว้ย”
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ กะอีแค่ทำลายโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่ง คนเถื่อนๆ ที่ไหนเขาก็ทำกัน ธรรมดาจะตาย” ญาณินแสร้งว่าตาใส ก่อนจะหยิบของหวงของเพื่อนมาเปิดดูว่าอีกฝ่ายดูอะไรค้างไว้ก่อนหน้า
“เนี่ยนะสิ่งที่ทำให้แกเมินฉันตั้งนานสองนาน แกเห็นไอ้เรื่องไร้สาระนี่สำคัญกว่าฉันที่เป็นเพื่อนแกคบมาตั้งหลายปีเนี่ยนะ”
“ไร้สาระอะไรเล่า นั่นมันเรื่องสำคัญระดับชาติเลยนะเว้ย” เรืองรินฉวยโอกาสแย่งโน้ตบุ๊กของตัวเองคืนมาได้
“ไอ้เคล็ดลับอ่อยยังไงให้ได้ผู้เนี่ยนะสำคัญระดับชาติ ชาติไหนของแก”
“ก็ชาตินี้นี่แหละ หรือแกจะรอชาติหน้าก่อนแล้วค่อยหาผู้ล่ะ”
“ก็ไม่เห็นต้องขนาดนั้นเลยนี่ ใช่ว่าแกจะขาดแคลนผู้ชายขนาดนั้นสักหน่อย มีแฟนมาก็ไม่ใช่น้อยๆ พักบ้างอะไรบ้าง เดี๋ยวมันจะเยินไปซะก่อน” ญาณินอดประชดคนที่มีแฟนมาแล้วหลายคนไม่ได้
“กะๆ ก็ไม่เยินนะ ยังดีอยู่” เรืองรินตอบอึกอักพลางก้มมองที่หน้าตักตัวเองด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
“ไอ้บ้า ไม่ใช่ตรงนั้น ฉันหมายถึงตรงนี้ หัวใจนี่” ญาณินว่าพลางทุบที่อกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ
“เฮ้อ! ค่อยยังชั่ว ฉันก็นึกว่าหมายถึงตรงนั้น”
“ก็เพราะแกมัวแต่หมกมุ่นไง จะอยากได้อะไรนักหนากับไอ้แฟนเนี่ย เพลาๆ บ้าง แฟนนะไม่ใช่กางเกงใน จะเปลี่ยนทำไมบ่อยๆ”
“แล้วใครว่าฉันเปลี่ยนกางเกงในบ่อย บางตัวใส่จนย้วยก็มี” เรืองรินแสร้งว่า
“อี๋ ไอ้รินไอ้บ้า พูดออกมาได้หน้าไม่อาย”
“ฮ่าๆๆ ก็คนมันขี้เหงา แล้วแกจะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย บ่นยิ่งกว่าแม่ฉันอีก คุณยายถอดจิตมาสิงร่างแกรึไงหา แล้วที่ฉันต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ก็เป็นเพราะผู้ชายมันเฮงซวยไง บอกรักเราอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายแม่งก็ตอแหลเหมือนกันหมด” เรืองรินเสียงเครือแสร้งบีบน้ำตา เห็นแบบนั้นญาณินจึงอดไม่ได้ที่จะลูบหลังปลอบใจเพื่อน
"แฟนแกมีคนอื่นเหรอ"
“เปล่า”
“เอ้า! แล้วแกเลิกกับเขาทำไมอะ” ญาณินขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน
“ก็ฉันไม่ชอบกินถั่ว แต่มันดันสั่งส้มตำใส่ถั่วมาให้ฉันกิน แบบนี้เขาเรียกว่าไม่ใส่ใจ แค่ฉันชอบไม่ชอบอะไรมันยังจำไม่ได้เลย” คำตอบของเรืองรินทำมือที่ลูบหลังเพื่อนในคราแรกเปลี่ยนเป็นตบไหล่เบาๆ
“อืม...เลิกไปอะดีแล้ว”
“ใช่ไหม แกก็คิดเหมือนฉันใช่ไหม” เรืองรินพยักพเยิดหาพวก
“เปล่า ฉันหมายถึงผู้ชายคนนั้นที่เลิกกับแกไปน่ะดีแล้ว เขาจะได้ไปเจอคนดีๆ ที่ไม่งี่เง่าแบบแกไง แล้วไอ้ที่ว่าเฮงซวยเนี่ย ฉันว่าไม่ใช่เขานะ”
“เฮ้ย! ฉันเพื่อนแกนะเว้ย แกต้องเข้าข้างเพื่อนสิ” เรืองรินโวยวาย
“เหอะ! เหตุผลงี่เง่าขนาดนั้น ฉันเข้าข้างไม่ลงว่ะ อีกอย่างฉันว่าแกเลิกดูเถอะไอ้เคล็ดลับอ้อยผู้อะไรนั่น เอาเวลามาดูตัวเองดีกว่า ถ้าเลิกงี่เง่าได้เมื่อไหร่ ก็ได้ผู้เองแหละ แต่ถ้าเลิกงี่เง่าไม่ได้ก็อยู่เป็นโสดเป็นเพื่อนฉันนี่แหละดีที่สุด”
