บท
ตั้งค่า

แอบเมียมาเสียวเลขา 2

วันถัดมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศ พิมพ์มาดาก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่แผ่ความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัดราวกับคนที่ตัดสินใจบางอย่างกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว

เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้ม เนื้อผ้าบางเบาแต่ทออย่างประณีต โอบรับรูปร่างอย่างลงตัว กระดุมเม็ดบนสุดถูกปลดหลวมอย่างตั้งใจ เผยให้เห็นร่องอกอ่อนนุ่มที่ยกขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะฝีเท้าและลมหายใจ ราวกับเชื้อเชิญสายตาให้หยุดมองเพียงเสี้ยววินาที

กระโปรงทรงดินสอดำสนิทเนื้อผ้าคัตติ้งคมกริบ รัดแนบไปกับช่วงสะโพกและต้นขา จนสัดส่วนโค้งเว้าของเธอปรากฏชัดเจนทุกการเคลื่อนไหว ยิ่งเดินยิ่งเน้นให้เห็นความอ่อนช้อยที่แฝงพลังในเวลาเดียวกัน ราวกับร่างกายของเธอกำลังเล่าเรื่องราวบางอย่างโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มถูกมัดรวบขึ้นเป็นหางม้าสูง ปลายผมสะบัดพลิ้วไหวตามจังหวะก้าว สะท้อนแสงวาววับเป็นประกาย ใบหน้านวลเนียนละเอียดถูกแต่งแต้มเพียงบางเบา ริมฝีปากสีชมพูอมส้มอ่อน ๆ คิ้วโก่งเป็นระเบียบ และดวงตาคู่โตที่วันนี้ดูเปล่งประกายพิเศษ มีทั้งความฉลาดหลักแหลมและแววท้าทายแผ่วเบาที่ซ่อนอยู่ในม่านตา

เธอวางกระเป๋าหนังสีครีมลงบนโต๊ะทำงานด้านนอกห้องธนากรอย่างนุ่มนวล ก่อนจะนั่งลงแล้วเริ่มจัดเรียงเอกสารที่ได้รับมอบหมายเมื่อวาน มือเรียวเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ แต่นิ้วเรียวที่แตะกระดาษแต่ละแผ่นกลับแผ่ออร่าของความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่ไม่อาจมองข้าม

ธนากรเดินออกจากห้องทำงานตอนเก้าโมงครึ่ง เขาแต่งตัวเหมือนเดิม เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนแขนพับ กางเกงสแลคสีกรมท่า รองเท้าหนังสีดำขลับ เขามองเธอแวบหนึ่งขณะเดินผ่านโต๊ะ สายตาเขาลอยไปที่เสื้อเชิ้ตที่รัดรูปจนเห็นเนินอกที่ขึ้นลงตามลมหายใจ กระโปรงที่รัดสะโพกจนเห็นเส้นโค้งอวบอิ่ม แต่ใบหน้ายังคงนิ่ง สุขุม เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน ปิดประตูเบา ๆ

ทั้งวันพิมพ์ทำงานอย่างขยันขันแข็ง เธอจัดเอกสารโครงการใหม่ทั้งสามโครงการ ทำสไลด์นำเสนอเพิ่มเติม และช่วยตอบอีเมลลูกค้าบางส่วน ธนากรเรียกเธอเข้ามาหลายครั้งเพื่อตรวจงาน สายตาเขาจับจ้องเอกสาร แต่เป็นระยะที่เขายกสายตาขึ้นมองเธอตรง ๆ เขาเห็นเธอก้มตัวเก็บกระดาษที่ตกพื้น เนินอกโผล่พ้นคอเสื้อมากขึ้น เขาเห็นเธอนั่งไขว่ห้าง กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียน เขาเห็นทุกอย่าง แต่ยังคงนิ่งเงียบ

บ่ายสามโมงกว่า ธนากรเรียกเธอเข้ามาในห้องอีกครั้ง

“วันนี้คุณอยู่ดึกอีกได้ไหม” เขาถามเสียงต่ำ “มีเอกสารต้องรีบเคลียร์ก่อนส่งลูกค้าน่ะ”

พิมพ์พยักหน้า “ได้แน่นอนค่ะ”

ธนากรพยักหน้า “งั้นดีเลย”

ทั้งคู่ยังคงทำงานดึกด้วยกันอีกครั้ง ห้องทำงานค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากโทนอุ่นของแสงอาทิตย์ยามเย็น สู่ความมืดสนิทเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้าไปสิ้น แสงนีออนเย็นเยียบจากโคมเพดานและแสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สองเครื่องกลายเป็นแหล่งแสงเดียวที่เหลืออยู่ สาดส่องลงบนโต๊ะทำงาน สร้างเงายาวและแสงสะท้อนที่เล่นไล้ไปบนใบหน้าและร่างกายของทั้งสอง

พิมพ์มาดานั่งเคียงข้างธนากร ใกล้จนเกือบชิด เพื่อช่วยตรวจเอกสารบนหน้าจอเดียวกัน สายตาเธอจับจ้องตัวเลขและตัวหนังสือที่เลื่อนผ่านอย่างตั้งใจ แต่ธนากรกลับอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเธอเป็นระยะ ๆ เขาสังเกตเห็นเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่รัดรูปแนบเนื้อ จนเห็นเนินอกอวบอิ่มยกขึ้นลงช้า ๆ ตามจังหวะลมหายใจลึก ๆ ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนหวาน กลิ่นดอกไม้ผสมมัสก์บางเบา ลอยมาแตะจมูกเขาเป็นระลอก ๆ ทุกครั้งที่เธอขยับตัวหรือหันหน้าเล็กน้อย

เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มกว่า พิมพ์มาดาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืดเส้นยืดสายเบา ๆ มือทั้งสองยกสูงเหนือศีรษะ หลังโค้งงอเล็กน้อย กระโปรงทรงดินสอสีดำร่นขึ้นตามการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนเรียวยาวที่สะท้อนแสงนีออนเป็นประกายวาววับ ธนากรเห็นชัดเจน แต่เขาเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร เพียงแค่มองตามด้วยสายตาที่ลึกซึ้งกว่าปกติ

เธอเดินไปยังตู้เย็นขนาดเล็กที่มุมห้อง เปิดประตู หยิบขวดน้ำเย็นสองขวดออกมา เดินกลับมาด้วยท่วงท่าที่สงบแต่แฝงความตั้งใจ เธอยื่นขวดหนึ่งให้ธนากร มือเรียวของเธอแตะเบา ๆ ที่นิ้วของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่สัมผัสนั้นกลับร้อนผ่าวจนธนากรสัมผัสได้ถึงความปรารถนาบางอย่างในใจของเขา

“พักก่อนนะคะ คุณกร” เสียงเธอแผ่ว นุ่มนวล แฝงความห่วงใยที่ไม่อาจปิดบัง

ธนากรรับขวดน้ำจากมือเธอ พยักหน้าเบา ๆ “ขอบคุณ” เขาตอบสั้น ๆ เสียงทุ้มต่ำดังก้องในห้องที่เงียบสงัด

ทั้งคู่จิบน้ำช้า ๆ ในความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง พิมพ์มาดาวางขวดน้ำลง แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะข้างนอกเพื่อเก็บของ แต่ก่อนจะก้าวออกจากห้อง เธอหยุดชะงัก หันหน้ากลับมามองเขา

แสงนีออนสาดลงบนใบหน้าของเธอ ทำให้ดวงตาคู่โตนั้นดูเปล่งประกายราวกับมีดวงดาวซ่อนอยู่ สายตาที่สบกันในครู่สั้น ๆ นั้นหนักแน่น ท้าทาย และอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน

“พรุ่งนี้หนูจะมาอยู่ดึกอีกนะคะ ถ้ามีงานเพิ่ม”

ธนากรเงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตาเขานิ่งแต่มีประกายบางอย่าง

“เดี๋ยวผมบอกอีกทีนะ ขอบคุณมาก”

พิมพ์ยิ้มจาง ๆ แล้วเดินออกจากห้องไป เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กแผ่วเบาห่างออกไป ธนากรนั่งนิ่ง มือกุมปากกาแน่นขึ้นเล็กน้อย

หลังจากนั้น การทำงานดึกกลายเป็นเรื่องปกติ พิมพ์มาอยู่ดึกเกือบทุกวัน ธนากรให้เธอช่วยเตรียมเอกสารเสนอโครงการใหญ่ เธอเริ่มรู้ว่าเขานิ่งแต่ดุดัน บรรยากาศในห้องทำงานค่อย ๆ ตึงเครียดเพิ่มขึ้น

และคืนนี้ก็เช่นกัน หลังจากทำงานดึกจนสามทุ่มกว่า พิมพ์ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เธอถอดเสื้อคลุมออก เหลือแต่เสื้อเชิ้ตบาง ๆ ที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจน เนินอกที่ขึ้นลงตามลมหายใจ ธนากรเห็นชัดเจน เขาไม่หลบสายตา สายตาเขาจับจ้องเธอเต็ม ๆ

“เหนื่อยไหม” เขาถามเสียงต่ำ

พิมพ์พยักหน้า “เหนื่อยค่ะ... แต่หนูไหว”

ธนากรลุกขึ้น เดินไปหยิบเหล้าจากลิ้นชักโต๊ะ แล้วเทใส่แก้วสองใบ ยื่นให้เธอแก้วหนึ่ง

“ดื่มสิ จะได้ผ่อนคลาย”

พิมพ์พยักหน้ารับแก้วมาดื่มช้า ๆ รสเหล้าอุ่น ๆ ไหลลงคอ ช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เธอมองเขา ดวงตาเป็นประกาย

“คุณกรดื่มด้วยกันไหมคะ”

ธนากรพยักหน้า เขาดื่มแก้วของตัวเองช้า ๆ สายตาเขาจับจ้องเธอไม่วางตา บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้น ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง มีแต่เสียงหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัว

ธนากรเดินเข้าใกล้เธอช้า ๆ จนห่างแค่ไม่กี่ก้าว เขายกมือขึ้นช้า ๆ วางที่พนักเก้าอี้ข้างหลังเธอ

“คุณพิม...ตั้งแต่อยู่กับผมมา คุณทำงานดีมากเลยนะ”

“ขอบคุณค่ะ... คุณกร” พิมพ์ยิ้มจาง ๆ

ทั้งคู่เงียบไปอีกครู่ มีแต่เสียงหายใจถี่และความร้อนที่แผ่ซ่านในห้อง พิมพ์รู้สึกถึงความกดดันบางอย่างที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที แต่ธนากรยังไม่ขยับ เขาแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel