บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
หลังจากออกจากห้องรับรองด้านล่างแล้วดาริกาก็ขึ้นมาทำความสะอาดห้องคุณตาคุณยาย เธอต้องการทำด้วยตนเองเพื่อให้คลายคิดถึงท่านอยากตอบแทนท่านที่เลี้ยงดูมาท่านทั้งสองเสียชีวิตด้วยโรคชราไปเมื่อสองปีก่อน หลังจากคุณตาเสียไม่ถึงสองเดือนคุณยายก็ค่อยๆซึมลงทุกวันจนเสียชีวิตตามคุณตาไปในที่สุด
ท่านทั้งสองไม่มีญาติที่ไหนหลงเหลืออยู่อีกแล้วมีเธอเพียงคนเดียวที่ท่านเลี้ยงดูมา ใช่ค่ะเธอเป็นเด็กกำพร้าจะเรียกว่าเด็กกำพร้าก็ไม่เชิงเพราะมีคนมาฝากไว้แต่เป็นใครนั้นคุณตาไม่อาจตอบได้ ได้แต่บอกเพียงสั้นๆว่าคนๆนั้นคงอยู่ไกลแสนไกลจนเราไม่อาจตามหาที่แห่งนั้นเจอ หลังจากได้ฟังแล้วดาริกาไม่คิดหาคำตอบเพราะเธอที่เป็นเธอแบบนี้ดูทุกอย่างแล้ว
“โอ้ย!! เจ็บชะมัดเอ๊ะนี่หีบอะไรทำไมมาอยู่ตรงนี้นะ” เท้าเล็กๆสะดุดเข้ากับขาโต๊ะทำงานของคุณตาทำให้หน้าคะมำหัวไปโขกเข้ากับตู้หนังสือด้านหลังโต๊ะทำงาน ด้านล่างสุดของตู้หนังสือมีหีบเก่าๆลวดลายแปลกประหลาดใบนึงตั้งอยู่เธอจึงยกมันขึ้นมา
“หนักชะมัดตาจ๋ายายจ๋าทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้น้องดารึป่าวน๊า” ดาริกายิ้มกริ่มเอ๊ะรึว่าจะเป็นทองคำหรือว่าโฉนดที่ดินกันนะตากับยายน่ารักที่สุด
“หนังสือ?ไหนละทองคำโฉนดที่ดิน” เมื่อเปิดหีบขึ้นมากลายเป็นหนังสือเก่าๆลวดลายเหมือนหีบไม่มีผิด
“เห้อคุณหลอกดาว” ว่าแต่หนังสืออะไรขอเปิดดูหน่อยดีกว่า
“อะ..อ่าว เป็นกล่องหรอกหรอ” ดาริกาเปิดหนังสือกลับกลายเป็นกล่องที่มีกล่องเล็กๆซ้อนอยู่อีกหนึ่งชั้น
“แหวน” มีแหวนสีเงินเรียบๆไม่มีลวดลายอะไรอยู่ในกล่องเล็กด้านใน
“แหวนธรรมดานี่นาทำไมต้องเก็บไว้ในหีบด้วยไหนลองสวมดูซิ” ดาริกาไม่ได้คิดอะไรมากจึงลองสวมดูแหวนก็ได้ลดขนาดลงให้เท่ากับนิ้วมือของหญิงสาวหลังจากนั้นดาริกาก็รู้สึกเหมือนโดนดูดไปที่ไหนสักที่แล้วทัศนวิสัยของเธอก็เปลี่ยนไปภาพตรงหน้าเธอกลายเป็นทุ่งหญ้า น้ำตก ภูเขา ท้องฟ้าอันสดใส ดาริกาสูดอากาศบริสุทธิ์ไปจนชุ่มปอด
“ว้าว สดชื่นจัง”
“นังหนู” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ดาริกาสะดุ้งเฮือกหันกลับไปเจอชายชราคนนึงสวมชุดจีนโบราณสีขาวไปทั้งตัวปล่อยผมยาวสยายอยู่แบบนั้น
“เห้ย คุณเป็นใคร”
“เป็นคนที่อยู่ในแหวน”
“คุณตาเป็นผีหรอค่ะ” ดาริกาตอบเสียงสั่น
“ไม่ใช่หรืออาจจะใช่ก็ได้สุดแต่เจ้าจะคิดเถิด”
“อ่าว”
“ข้าตายไปเป็นหมื่นปีแล้วข้าทิ้งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณเอาไว้ในแหวนวงนี้รอคนที่มีวาสนาและคู่ควรมารับมันไป”
“หนูหรอค่ะ” ดาริกาถามกลับด้วยความงงงวยแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ตัวเอง อะไรคือผีก็ใช่ไม่ใช่ผีก็ได้ อะไรคือตายมาหมื่นปี
“ก็คงเป็นเจ้านั่นแหละถือว่าข้าและเจ้ามีวาสนาต่อกัน ข้าอยู่ได้ไม่นานก็จะสลายไปแล้วเอาเป็นว่าเจ้าจงรับแหวนวงนี้และสิ่งของที่อยู่ในมิติแห่งนี้ไปเถิด สิ่งที่ข้าขอร้องมีเพียงอย่างเดียวจงใช้ทุกสิ่งในแหวนนี้อย่างมีคุณค่าและเจ้าจงอย่าได้ทำเรื่องผิดบาปหรือละอายใจต่อตนเองก็เพียงพอ”
“ขอบคุณค่ะ” ดาริกาตอบรับอย่างมึนงง
“เอาละนังหนูข้าต้องไปแล้วข้าขออวยพรให้เจ้าจงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ณ ดินแดนอันล้าหลังแห่งนี้”
เอ่ยจบร่างของชายชราก็ค่อยๆจางหายสลายไป
“เฮ้ย ไหนบอกไม่ใช่ผีแต่สลายหายไปกับตาเนี่ยนะ” ดาริกาเอามือขยี้ตาแล้วมองอีกครั้งก็ไม่เห็นชายชราผู้นั้นแล้ว แต่ทำไมรู้สึกใจหายแปลกๆนะ
หลังจากยืนตั้งสติอยู่พักใหญ่ๆดาริกาก็ได้มองไปรอบๆตัวอีกครั้ง ที่นี่คือที่ไหนนะมิติที่อยู่ในแหวนวงนี้หรอ ดาริกามองนิ้วตัวเองยังสวมแหวนอยู่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่มีอยู่แค่ในนิยายรึไง บ้าน่าเรื่องจริงหรอแต่เดี๋ยวก่อนแล้วจะออกไปยังไงตายแล้ว!!ยัยดา ที่นี่ก็สวยนะแต่จะให้อยู่ตลอดไปไม่ได้นะ
“เจ้าเพียงแค่คิดก็ออกไปได้แล้วไยคิดอะไรให้มากความ” เสียงบ่นออกมาอย่างรำคาญใจ
“หืม เสียงใครน่ะ”
“ก้มลง”
“น้องแมวน่ารักจังเลย แต่เมื่อกี้ใครพูดอ่า” พยัคฆ์ขาวถอนหายใจ “ทำไมท่านผู้นั้นต้องให้ข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยเซ็งชะมัดพยัคฆ์หนุ่มวัยฉกรรจ์คิดแล้วเศร้า หลานสาวของท่านผู้นั้นสติไม่ดีหรือไรแล้วนางต้องมาเป็นนายหญิงของข้าอีกมองเสือเป็นแมว นี่ใช้ตามองใช่มั้ยเห้อคิดแล้วท้อ”
“ข้าเอง”
“หา!! แมวพูดได้” ด้วยความตกใจดาริกาโยนแมวน้อยลงพื้นอย่างไม่ไยดี
“โอ๊ะ!! ดาขอโทษเจ็บมั้ย เจ็บมั้ยจ๊ะ โอ๋ๆนะ”
