
บทย่อ
“นังหนู” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ดาริกาสะดุ้งเฮือกหันกลับไปเจอชายชราคนนึงสวมชุดจีนโบราณสีขาวไปทั้งตัวปล่อยผมยาวสยาย “เห้ย คุณเป็นใคร” “เป็นคนที่อยู่ในแหวน” “คุณตาเป็นผีหรอค่ะ” “ไม่ใช่หรืออาจจะใช่ก็ได้สุดแต่เจ้าจะคิด” “อ่าว” “ข้าตายไปเป็นหมื่นปีแล้วข้าทิ้งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณเอาไว้ในแหวนวงนี้รอคนที่มีวาสนามารับมันไป” “หนูหรอค่ะ” ดาริกาถามกลับด้วยความงงงวย อะไรคือผีก็ใช่ไม่ใช่ผีก็ได้ อะไรคือตายมาหมื่นปี “ก็คงเป็นเจ้านั่นแหละถือว่าข้าและเจ้ามีวาสนาต่อกันข้าอยู่ได้ไม่นานก็จะสลายไปแล้วเอาเป็นว่าเจ้าจงรับแหวนและสิ่งของที่อยู่ในมิติแห่งนี้ไปเถิด สิ่งที่ข้าขอร้องมีเพียงอย่างเดียวจงใช้ทุกสิ่งอย่างมีคุณค่าอย่าได้ทำเรื่องผิดบาปหรือละอายใจต่อตนเองก็เพียงพอ”” “ขอบคุณค่ะ” ดาริกาตอบรับอย่างมึนงง “เอาละนังหนูข้าต้องไปแล้วข้าขออวยพรให้เจ้าจงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ณ ดินแดนอันล้าหลังแห่งนี้” บนท้องท้องฟ้าเหนือบ้านริมน้ำ มีชายชราสองคนลอยอยู่กลางอากาศมองดูหญิงสาวที่กำลังมึนงงและสับสนอยู่ในตอนนี้ “นายท่านทำแบบนี้จะดีหรือขอรับ” ข้ารับใช้เอ่ยถาม “แบบนี้ดีต่อนางที่สุดแล้ว” ชายชราชุดขาวเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นมั่นคงแม้ในใจจะแตกสลายมากเพียงใด “เรากลับกันได้แล้ว” ชายชราเอ่ยจบทั้งสองร่างก็กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหายลับไป...
บทนำ
บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
“แม่ค่ะ พี่ภูไม่เล่นกับน้องวาอีกแล้วค่ะ” เด็กน้อยวัย 5 ขวบ เอ่ยขึ้นมาเมื่อโดนพี่ชายขัดใจเสียงเล็กๆนั่นฟ้องมารดาที่กำลังนั่งหลับตาเอนหลังอยู่กับพนักพิงบนศาลาริมน้ำโดยมีแมวตัวอวบอ้วนสีขาวสลับเทานอนหลับตาเหมือนเจ้าของอยู่ในอ้อมแขน
ดาริกาลืมตาขึ้นแล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่ยังโวยวายไม่หยุด
“น้องวาจะเล่นขายขนมครกพี่ภูต้องมาซื้อของสิค่ะ”
ภูผานั่งทำหน้าเหม็นเบื่ออยู่บนชิงช้าข้างๆศาลา เด็กชายนั่งมองน้องสาวโวยวายไม่ยอมลุกไปเป็นลูกค้าให้น้องสาว
“พี่เล่นกับน้องวามาหนึ่งชั่วโมงแล้วนะ”
“แต่..” น้องวายังไม่ทันได้พูด ดาริกาก็เอ่ยขัดมาก่อน
“น้องวา ปล่อยให้พี่ภูพักบ้างค่ะ” เสียงหวานบอกกับลูกสาวด้วยเสียงเรียบๆ
“ค่ะ” น้องวาตอบกลับด้วยเสียงเหงาหงอย ภูผาเมื่อเห็นน้องสาวเริ่มน้ำตาคลอก็รีบลุกไปหาน้องสาวทันที เขาแพ้น้ำตาน้องสาวต่อให้รู้ว่าน้องวาแกล้งทำก็เถอะ
“พี่ภูจะเล่นกับน้องแค่ 30 นาทีนะ พี่อยากเล่นหุ่นยนต์ตัวใหม่ที่คุณลุงเฮนรี่ซื้อให้แล้ว”
“โอเคค่ะ น้ำตากำลังจะไหลนั้นหายไปภายในพริบตา” น้องวายิ้มหวานให้พี่ชาย
เธอนั่งมองเด็กแฝดทั้งสองที่กำลังเจรจากันอยู่ก็ยิ้มน้อยๆ ทำให้หวนนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
ดาริกา รัตนอารีย์ ตอนนี้เธออายุ 28 ปีแล้ว ลูกๆของเธอตอนนี้อายุ 5 ขวบ
เป็นแฝดชายหญิง เด็กชายภูผา รัตนอารีย์ แฝดผู้พี่ เด็กหญิงวารี รัตนอารีย์ แฝดผู้น้อง ทำไมเด็กแฝดถึงใช้สกุลฝ่ายแม่น่ะหรอง่ายนิดเดียวเธอท้องไม่มีพ่อค่ะ
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนตอนเธออายุ 22 ปี จุดเริ่มต้นก็มาจากศาลาริมที่เธอกำลังนั่งอยู่ตรงนี้แหละ
5 ปีก่อน
“ช่วย..ช่วยด้วย..ช่วย..ด้วย” เสียงขาดๆหายๆแว่วขึ้นมาดังเข้าโสตประสาทของดาริกาที่กำลังนั่งชมวิวแม่น้ำ ดูแสงสีอีกฝากฝั่งมองดูเรือน้อยใหญ่ที่แล่นผ่านแม่น้ำไปมา ดูเหล่าผู้คนที่กำลังล่องเรือทานอาหารยามค่ำคืนบนผืนน้ำอย่างมีความสุข
“เสียงอะไร ผะ..ผะ..ผีหรอ แต่เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดไม่เคยเจอนะ เสียงอะไรว่ะ”
“ช่วยด้วย...ช่วย..ช่วยผมด้วย” เสียงทุ้มๆขาดๆหายๆลอยมาอีกระลอก
“ตาจ๋ายายจ๋ารู้ว่าหนูกลัวผีอย่ามาหลอกกันเลยนะจ๊ะสมบัติพัสถานแก้วแหวนเงินทองทั้งหลายที่ทิ้งไว้ให้หนูสัญญาว่าใช้อย่างดีไม่นอกลู่นอกทางเด็ดขาดเลยจ๊ะ” น้ำเสียงสั่นเครือยามพูดพร้อมกลับยกมือไหว้หันซ้ายหันขวาเตรียมวิ่งสี่คูณร้อยกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ยกขาเสียงทุ้มขาดๆ หายๆก็เอ่ยออกมาอีกรอบ
“ผม..ผมไม่ใช่ผะ..ผี”
ดาริกาชะงักเท้ากลั้นหายใจยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วค่อยๆหันหลังกลับไป สองมือเผยอออกมามองลอดนิ้วตัวเอง มองซ้ายมองขวามองข้างหน้าไม่มีอะไรนี่นา
“สงสัยจะหูแว่ว”
“ขะ..ข้างงงงล่าง”
ก้มมองลงไปที่ชานพักทางลงแม่น้ำเจอชายคนหนึ่งกำลังนั่งพิงราวบันไดอีกครึ่งตัวแช่อยู่ในน้ำที่มีผักตบชวาลอยอยู่อย่างหนาแน่นแขนขวามีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ถ้าชายคนนี้อยู่กลางน้ำแล้วลอยมาครึ่งตัวโผล่ขึ้นมาท่ามกลางดงผักตบชวาแบบนี้เธอคงวิ่งป่าราบไปแล้วแน่ๆ
“เฮ้ยคุณ คุณเป็นใครทำมาอยู่ตรงนี้ หรือว่าแกเป็นโจร หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะห้ามขยับเด็ดขาด” ดาริกาตกใจโหวกเหวกโวยวายเสียงดังความกลัวผีหายเป็นปลิดทิ้ง
“ผะ..ผมไม่ใช่..คนร้ายย” ชายปริศนาพูดได้แค่นั้นก็สลบไป
“เฮ้ย เอาไงดียัยดาช่วยไม่ช่วย โอ้ยช่วยก็ได้”
ดาริกาหันซ้ายหันขวาเอาว่ะลากก็ลากขอโทษนะคะพี่ชาย หลังจากลากผู้ชายปริศนาขึ้นมาจากน้ำแล้วด้วยกลัวว่าจะหงายหลังตกน้ำไปเสียก่อนจึงไปเรียกลุงเพิ่มกับป้าแก้วมาช่วย เพราะต่อให้เธอแบกไปก็คงไม่ไหว หลังจากที่ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นลุงเพิ่มก็ออกมาหาดาริกาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“คุณหนูบาดแผลที่แขนเหมือนรอยโดนยิงมาแจ้งความเถอะครับลุงกลัวว่าจะไม่ใช่คนดี”
“ดาว่าไม่น่าจะใช่ดูจากลักษณะเสื้อผ้านาฬิกาแล้วแบรนด์เนมทั้งตัวรอเค้าฟื้นมาก่อนแล้วกันค่ะยังไงดาต้องรบกวนลุงเพิ่มเฝ้าไข้ไปก่อนนะคะ”
“ได้ครับ” ลุงเพิ่มตอบรับแม้จะไม่เต็มใจนักกลัวชายคนนี้เป็นโจรแล้วคุณหนูจะไม่ปลอดภัย
“งั้นดาขึ้นเรือนก่อนนะคะ”
“คุณหนูคืนนี้ให้ป้าขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนนะคะ” มีผู้ชายแปลกหน้ามาอยู่ในรั้วบ้านป้าแก้วก็ไม่สบายใจจึงอาสาไปนอนเป็นเพื่อน
“ได้ค่ะ” ดาริกาตอบรับแม้ในใจอยากจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตามทีลุงเพิ่มกับป้าแก้วอยู่กับคุณตาคุณยายมานานและเอ็นดูเหมือนลูกหลาน เธอเข้าใจในความเป็นห่วงของทั้งคู่ดีเลยไม่อยากขัด
เฮนรี่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาหลังจากที่สลบไปเมื่อคืนความเจ็บร้าวระบบที่ต้นแขนทำให้ชายหนุ่มเบ้หน้า ตัวเขาโดนคนลอบทำร้ายขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้านข้างตัวเขาต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครรู้ตารางงานและใช้เส้นทางไหนกลับบ้าน
หลังจากที่สติของเขาเริ่มแจ่มชัดขึ้นมาแล้วสายตาก็ค่อยปรับโฟกัสก็พบเขานอนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อ่อใช่เขาโดนยิงแล้วพลัดตกแม่น้ำจึงลอยตามน้ำมาเห็นแสงไฟอยู่ที่ศาลาริมน้ำจึงพยายามว่ายไปขอความช่วยเหลือ
“ไง พี่ชาย” ดาริกาทักเสียงหวาน
เฮนรี่หันไปตามเสียงข้างเตียง “ยัยเด็กลัวผีนี่เอง” เฮนรี่คิดในใจ แต่เมื่อเห็นหน้าสาวน้อยคนนี้ชัดๆเขาถึงกับชะงักกึก สวย สวยกว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยเห็น มีคนสวยแบบนี้ด้วยหรอแต่ทำไมเขาถึงไม่มีความคิดด้านลบเลยล่ะ มีแต่ความรู้เอ็นดูอยากปกป้องเท่านั้นแปลกจังเลยแฮะ เมื่อตั้งสติได้เฮนรี่ก็ทักทายกลับ
“สาวน้อยขอบใจนะที่ช่วย”
“พี่ชายโดนยิงมาให้แจ้งความมั้ยค่ะ”
“ไม่ต้องเดี๋ยวผมจัดการเองแต่มั่นใจได้ผมไม่ใช่คนไม่ดี” เฮนรี่อธิบายออกมาเพราะมองข้ามไหล่ของหญิงสาวไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งมีสีหน้าวิตกกังวลยืนอยู่ด้านหลังหญิงสาว
“ทำไมพูดไทยชัดจัง”
“ผมเป็นลูกครึ่ง”
“โอเค ทานข้าวต้มจะได้ทานยาค่ะวันนี้ป้าแก้วทำข้าวต้มปลาทานให้อร่อยนะคะ” ดาริกาเลื่อนโต๊ะวางสำรับกับข้าวมาให้ชายหนุ่มแล้วถอยออกไป
“ไม่คิดจะถามผมสักคำหรอครับ”
“ไม่ค่ะ” ดาริกายิ้มให้ชายหนุ่ม “ทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง”
“หึ น่าสนใจ” เฮนรี่ยกยิ้มมุมปาก
“ใครจะไม่อยากถามล่ะคันปากจะตายล่ะแต่กลัวตายไงค่ะพ่อหนุ่ม” ดาริกาพึมพำอยู่คนเดียวคนบ้าอะไรใส่นาฬิกาเรือนละสิบล้านต่อให้ไม่ใช่โจรผู้ร้ายแต่ก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วยอยู่ดีคนระดับนี้อันตราย เธอเพิ่งจะเรียนจบมาได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเองยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์อย่างที่ตั้งใจไว้เลยนะ
“คุณหนูจะเอายังไงต่อดีค่ะ” ป้าแก้วถามด้วยเสียงยังไม่คลายกังวล
“เราไม่ต้องทำอะไรค่ะป้าแก้ว ดาว่าป้าแก้วกับลุงเพิ่มไปพักผ่อนเถอะค่ะเมื่อคืนก็ไม่นอนมาทั้งคืนแล้ว”
“แต่ว่า” ลุงเพิ่มกำลังเอ่ยขัด
“ไม่มีแต่ค่ะอย่าขัดใจดา คุณตากับคุณยายไม่อยู่แล้วดามีแค่ลุงเพิ่มกับป้าแก้วนะคะ” ดาริกาใช้เสียงออดอ้อนคนแก่จอมดื้อทั้งสองคน
“ได้ๆป้ายอมแล้วค่ะ” ป้าแก้วดึงแขนเสื้อลุงเพิ่มแล้วพาไปพักผ่อนที่เรือนหลังเล็ก
“นี่แม่มึง พ่อไม่ใจพ่อหนุ่มตาน้ำข้าวนั่นเลยถึงจะไม่ใช่โจรแต่ดูแล้วยังไงก็ไม่ใช่คนดี” ลุงเพิ่มบอกกับป้าแก้วด้วยความวิตกกังวล
“แต่แม่ว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอกอย่างน้อยคุณหนูก็ช่วยชีวิตพ่อหนุ่มนั่นไว้คงไม่มีอะไรหรอก” ป้าแก้วพูดให้ลุงเพิ่มคลายกังวล
“พักสักหน่อยเถอะพ่อเดี๋ยวแม่จะโทรหาตาอาร์ทสักหน่อยว่าว่างมั้ย”
“เออใช่ พ่อลืมลูกเราไปได้ยัง”
“ไปๆๆ ไปนอน”
ป้าแก้วหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาลูกชายรอสายอยู่นานก็ไม่มีใครรับสายถ้าไม่นอนก็คงเข้าเวรจึงส่งข้อความทิ้งไว้ “ตาอาร์ทว่างแล้วโทรกลับหาแม่หน่อยลูก”
