บท
ตั้งค่า

บทที่ 18 คนท้ายซอย

“นอนซะ ห้ามลุกออกไป ถ้าไม่เชื่อ ฉันจะนอนกับเธอ” เขาขู่เสียงต่ำ ดวงตาเป็นประกายระยิบ

“บังคับอยู่เรื่อย นึกว่ากลัวรึไง”

เถียงเขาแต่ก็ยอมเอนตัวลงนอน หันหลังให้เขาด้วยความโมโห ปากบอกว่าไม่กลัวแต่ใจเต้นแรง หากหล่อนดื้อไม่ยอมนอนตามที่เขาสั่ง เขานอนกับหล่อนบนเตียงนี้แน่นอน หล่อนไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขาตามลำพัง ทุกครั้งที่เขาถูกตัวหล่อน หัวใจของหล่อนเต้นแรง รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เรี่ยวแรงหายไปไหนหมดไม่รู้ แม้แต่จะยืน ยังแทบยืนไม่อยู่ หล่อนเป็นอะไร ความห้าว ความแกร่งในตัวเปลี่ยนเป็นอ่อนแอไปอย่างไม่น่าเชื่อ

พีรวัสนั่งมองคนนอนครู่หนึ่งจึงลุกเดินออกจากห้อง ปิดประตูเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ ปิ่นแก้วหลับไปอย่างรวดเร็ว ใจของหล่อนไม่อยากหลับ อยากลุกออกไปคุยกับนายตำรวจสายสืบ อยากบอกว่าหล่อนรู้...รู้เรื่อง...รู้เรื่องอะไร...รู้อะไร...คำถามเหล่านั้นค่อย ๆ จางไปพร้อมกับลมหายใจสม่ำเสมอ

ใบหน้าแต่ละนายเคร่งเครียด เสียงน้ำไหลเซาะโขดหินเล็กใหญ่ดังไม่ขาดระยะ นกคุยกันหนุงหนิง บางคู่ทะเลาะกันเสียงลั่นลำธาร เสียงพูดคุยหยุดครู่หนึ่ง ชุมพลเดินหายเข้าไปในบ้าน ไม่นานถือถาดใส่แก้วกาแฟออกมาวางบนโต๊ะไม้ซึ่งใช้ปีกเปือกไม้ทำเป็นโต๊ะ เก้าอี้ใช้ท่อนไม้ทอนเป็นท่อน ๆ ไม่ขัดเงาทาแล็กเกอร์ ไม่แต่งเติมสีสัน ทุกอย่างดิบตามธรรมชาติของไม้

“พล รู้เบาะแสอะไรอีก”

อัศนีต้องการความแน่ใจกับข่าวไม่ได้กรองอีกครั้ง หลักฐานชิ้นใหญ่ยังไม่มีใครรู้ หลักฐานเล็ก ๆ ตำรวจเก็บรวบรวมไว้ทั้งหมด เหลือเพียงชิ้นเดียวที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจสายสืบทั้ง 3 นายและคำพูดของปิ่นแก้วเป็นประเด็นใหม่ให้สืบหาหลักฐานชิ้นสำคัญและหลักฐานนั้นเป็นสิ่งมีชีวิต

“ไม่มีครับพี่ ไอ้ปิ่นมันน่าจะรู้นะครับ ไปปลุกมันมาคุยมั้ยครับ”

“ยังก่อน ปล่อยให้นอนอีกสักพัก ท่าทางไม่ค่อยดี ตอนนี้พี่โอ๊กสรุปอะไรได้บ้าง วินล่ะ บุด้วย มีอะไรให้ผมนอกจากเรื่องเมื่อคืน”

พีรวัสยังไม่อยากให้ปิ่นแก้วเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เขากลัวหล่อนเป็นอันตราย ชุมพลสนใจคำพูดของเขาทันที

“เรื่องเมื่อคืน เรื่องอะไรหรือครับพี่โอ๊ก”

“แกนี่สมกับเป็นนักข่าว ได้กลิ่นได้ยินอะไรไม่ได้เลยนะ”

อัศนีเริ่มคุ้นกับนักข่าวหนุ่มและนักข่าวสาวซึ่งกำลังหลับสนิท หล่อนหลับเพราะสาเหตุ นอนไม่เต็มอิ่ม พักผ่อนไม่เต็มที่และมีบางสิ่งทำให้หล่อนหลับ

“อยากรู้อะไรถามไอ้วิน”

พี่ใหญ่ในกลุ่มเลี่ยงตอบคำถามนักข่าว นาวินไม่ตอบอีกเช่นกัน เขาตอบไม่ได้เพราะบุรีคือคนอยู่ในเหตุการณ์ของเรื่อง

“ไอ้บุ บอกน้องไปว่าเกิดอะไรกับแก พลฟังพี่บุเล่า พี่ว่าเรื่องนี้เขียนข่าวไม่ได้นอกจากแกตามด้วยตัวเอง”

“เล่ามาพี่ ถ้าสำคัญผมตามแต่ถ้าไม่ ก็ฟังเฉยๆ”

“งั้นฟังแล้วพิจารณาเองว่าจะตามต่อมั้ย”

บุรีไม่ปิดบังนักข่าวเมื่ออัศนีให้เขาถ่ายทอดเรื่องคืนวันนั้น พวกเขาเกือบถูกต้อนจนมุม หากไม่มีคนช่วยไว้ คน ๆ นั้นเป็นเจ้าของบ้านท้ายซอย พวกเขาจะไปหาเจ้าของบ้านแต่มีเหตุต้องล้มเลิกเสียก่อน

“พวกพี่จะไปบ้านเขา พอดีสารวัตรตามไปกินส้มตำ”

บุรีพูดเป็นเรื่องตลก พีรวัสคิดถึงบ้านท้ายซอยในความฝันของเขา บ้านหลังนั้นไม่ใหญ่มากเป็นบ้านไม้ ใต้ถุนต่ำ อยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณบ้านร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยรอบบ้าน ไม่ใช่ต้นไม้ปลูกแต่เป็นป่าเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้าน รอการถากถางจากเจ้าของที่ดิน

“บ้านไม้ใช่มั้ยบุ”

“ใช่ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ตอนวิ่งหนีไอ้พวกนั้น เห็นหน้าต่างเปิดอยู่ เขาช่วยผมไว้ ไม่งั้นโดนพวกมันซิวไปแล้ว”

“ป่านนี้เป็นปุ๋ยต้นไม้แถวนั้นไปแล้ว”

นาวินพูดเหมือนล้อเพื่อนแต่หากเจ้าของบ้านไม่ช่วยบุรีไว้ สิ่งที่นาวินพูดเป็นความจริงอย่างแน่นอนเพราะพวกนั้นโหดร้ายตามคำสั่งนายของพวกมัน

“เอาไปเขียนข่าวได้มั้ยพล”

วีรชนเห็นสีหน้าชุมพลก็พอรู้ว่า นักข่าวหนุ่มสนใจตามเรื่องที่บุรีเล่า

“ต้องหาข้อมูลลึกกว่านี้ พี่บุ พาผมไปบ้านท้ายซอยด้วยนะพี่ ผมอยากรู้จักเจ้าของบ้าน”

“คนถีบสามล้อ”

พีรวัสเอ่ยลอย ๆ เขาเคยเห็นสามล้อถีบผ่านไปทางนั้น เขาขับรถตามไปห่าง ๆ วันนั้นไม่มีเจตนาจะตามสะกดรอยแต่ทำไมอยากรู้ อยากเห็นหน้าชายวัยกลางคน ทำไมอยากเห็นก็ตอบไม่ได้เช่นกัน

“พี่เคยเห็นเหรอ” วีรชนถามอย่างสนใจ

“อือ วันนั้นขับรถผ่าน”

“ผ่านไปไหน ไปบ้านไอ้ปิ่นละสิ ผมว่าพี่วัสเอาจริงกับไอ้ปิ่นนะเนี่ย ชอบมันตรงไหน ตอบมาซิครับคุณท่านสารวัตร”

วีรชนรู้ด้วยสายตาและการแสดงออกของพีรวัสที่มีต่อปิ่นแก้วแต่สารวัตรหนุ่มไม่ยอมรับใจตัวเอง ไม่เปิดใจรับหญิงสาวคนไหนสักคน กับปิ่นแก้ว พีรวัสยังปากแข็งอ้างเรื่องงานเกี่ยวข้องกันจึงไปหาหล่อนถึงบ้าน

พีรวัสไม่ตอบคำถามวีรชนซึ่งการนิ่งเงียบของเขาเป็นการตอบรับโดยไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ทุกคนอมยิ้มกับการนิ่งของพีรวัส

“สามสิบขึ้นแล้วนะสารวัตร ยังไงก็เร่งจีบ รีบบอกรักเธอซะ อย่ารอนาน เดี๋ยวขึ้นคาน”

อัศนีแกล้งล้อเพื่อนร่วมงาน หน้าตาของสารวัตรพีรวัสเป็นจุดดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดีทีเดียว ใครเห็นก็ชอบ หลงรัก พร้อมจะเป็นภรรยาของเขา หากเขาเอ่ยปากขอหรือบางคนตามตื๊อจนวิ่งหนีดื้อ ๆ ก็หลายครั้ง เขาก็ยังไม่สนใจใครเป็นพิเศษ

ปิ่นแก้วเป็นหญิงสาวคนแรก สามารถเปลี่ยนความรู้สึกเฉยชาของสารวัตรหนุ่มเป็นร้อนรนเมื่อหล่อนอยู่ในอันตรายและหงุดหงิดเมื่อถูกตอบโต้อย่างไม่ไยดีและไม่เห็นความสำคัญของเขา

“พี่โอ๊ก ขึ้นคานน่ะไม่มีแน่ครับ หมอภัคชอบพี่วัสมาก พร้อมจะดึงพี่วัสลงจากคานหรือว่าไงพี่วัส จะยอมหมอภัคมั้ย” วีรชนแกล้งยั่วสารวัตรหนุ่ม

“ทำเป็นพูดดี ถ้าหมอภัคมีแฟนจริง ๆ คนซึมน่ะคือแกไอ้วี หยุดพูดเรื่องนี้ คุยเรื่องงานต่อ จะทำยังไงต่อไปพี่โอ๊ก”

“ไปหาคนท้ายซอย” เสียงดังขึ้นแต่ไม่ใช่ในวงสนทนา เสียงมาจากด้านหลังพีรวัส อัศนีกับวีรชนนั่งตรงข้ามกับเขา เงยหน้ามองที่มาของเสียง

“หมายความว่าไงไอ้ปิ่น”

วีรชนถามเมื่อคนพูดเดินมานั่งข้างชุมพล พีรวัสมองหน้าหล่อนตาไม่กะพริบ หล่อนรู้อะไรเกี่ยวกับคนท้ายซอย

“ไปหาก็คือไปหา ไม่มีความหมาย อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าคนท้ายซอยเป็นใคร”

“ใครใช้ให้ตื่น”

พีรวัสเอาชนะผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริง ๆ หรือ หล่อนนอนครู่เดียวเท่านั้นตื่นมาร่วมวงสนทนาและชี้นำให้ไปพบคนท้ายซอยหรือน้าคนถีบสามล้อ เขามั่นใจว่าหล่อนรู้จักคนถีบสามล้อคนนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel