บทที่ 17 เสี่ยก้องเกียรติ
“ไอ้ปิ่น เคยคุยกับคนขี่สามล้อบ้างรึเปล่า” อัศนีถามหญิงสาว เขาอยากรู้เช่นกัน
“เคย ตอนนั้นหนูไปทำคดีชิงทรัพย์ใกล้ ๆ คิวสามล้อ คนร้ายวิ่งหายไปทางหลังตลาด พี่ ๆ น้า ๆ สามล้อช่วยตำรวจไล่จับ...เออ..ใช่ หนูจำได้แล้ว มีคนหนึ่ง เขาจับคนร้ายได้ เขาแยกไปคนเดียวแล้วก็ล็อกคอคนร้ายมาให้ตำรวจ”
สมองทบทวนเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างรวดเร็วและใบหน้าของคนจับคนร้ายส่งตำรวจผุดขึ้นมาในความทรงจำ ดวงตาสีเข้มจ้องหน้าหล่อนขณะหล่อนถามตำรวจและเมื่อหันมาถามเขา ดวงตาคู่นั้น มีแววบางอย่างวูบวาบอยู่ แต่พริบตาเดียวก็หายไป หล่อนยืนงงครู่หนึ่ง คำถามที่จะถามหายไปหมด อาการเหมือนคนหลับถูกปลุกกะทันหัน คำถามต่าง ๆ ถูกกลืนหายไปในลำคอ...
สายตา 6 คู่จับเป็นจุดเดียวที่ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลาของหญิงสาว ใบหน้าซีดเซียวของหล่อนเปลี่ยนไปเมื่อพูดถึงคนถีบสามล้อ สงสัย แปลกใจและตื่นเต้นในตอนท้าย หล่อนเงยหน้าสบตาอัศนีเป็นคนแรก
“พี่โอ๊ก หนูว่า น้าคนนั้นรู้ค่ะ”
“รู้อะไรไอ้ปิ่น”
ชุมพลถามแทนอัศนีและทุกคน ตัวเขาเองอยากรู้ตามสัญชาตญาณนักข่าว ปิ่นแก้วตื่นเต้นเมื่อพูดถึงสามล้อถีบ หล่อนอาจเพิ่งคิดอะไรออกตอนนี้ก็ได้
“รู้เรื่องการตายของเสี่ยก้องเกียรติ” หล่อนตอบเร็ว
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น”
พีรวัสทึ่งกับความคิดของหญิงสาวอีกครั้ง หลังจากหลาย ๆ ครั้ง หล่อนเป็นผู้ชี้นำให้ตำรวจสืบหาเบาะแสของคดีนี้ ได้ข้อมูลดิบมาเป็นหลักฐาน ครั้งนี้ หล่อนกำลังจะชี้นำอะไรอีก
วีรชนสนใจคำถามของหัวหน้า เขาคิดตามไม่ทันเพื่อนสาว เมื่อครู่ หล่อนยังนอนสลบไสล อาการน่าเป็นห่วง เขาคิดถึงภัคจีรา หากอัศนีไม่ห้ามไว้ เขาจะไปรับหล่อนมาดูอาการของเพื่อนแต่อยู่ ๆ เพื่อนรักก็รู้สึกตัวและคิดถึงคนถีบสามล้อ นำไปสู่การไขคดีฆาตกรรมก้องเกียรติเสียอย่างนั้น
“ไอ้ปิ่น ฉันละเบื่อแกจริง ๆ เป็นลมจนคนเขาห่วงจะเป็นจะตาย พอแกฟื้นแกก็ไม่สนใจพี่วัสของฉันซะงั้น สนใจเขาหน่อยสิวะ เขาห่วงแกจะล้มดิ้นรู้มั้ย”
“ทะลึ่ง” พีรวัสส่งเสียงเน้นเข้มออกมา
“เดี๋ยวถูกเตะว่างั้น อย่าเพิ่งถามไอ้ปิ่นตอนนี้เลยพี่ กินข้าวก่อนมั้ย ไอ้ปิ่นมันจะได้มีแรงตอบคำถามพวกเรา เตรียมคำตอบไว้ได้เลยแก วันนี้ถ้าไม่กระจ่าง มึงนอนนี่แหละ”
ไม่ใช้คำพูดขู่เพียงอย่างเดียว มือชี้หน้าเพื่อสนิทพร้อมสายตาดุ อย่างเคยทำ ปิ่นแก้วขำกริยาของเพื่อนมากกว่ากลัว ทำไมหล่อนต้องเตรียมคำตอบด้วย ไม่มีอะไรมากนัก นอกจากสงสัยคนถีบสามล้อเท่านั้น
เหมือนมีอะไรบางอย่างสะกิดให้ปิ่นแก้วตอบคำถามของตำรวจสายสืบและสารวัตรพีรวัส วีรชนตั้งคำถามกับหล่อนบ้างและถามชุมพลบ้าง ตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเป็นรอบสุดท้ายเพื่อออกหมายจับคนร้ายตัวจริง คนสั่งฆ่าก้องเกียรติ ผู้อยู่เบื้องหลังการจบชีวิตเสี่ยใหญ่แห่งเมืองนี้
“ทำไมคิดว่าคนถีบสามล้อรู้เรื่องล่ะปิ่น แกสงสัยอะไรเหรอวะ”
“ไม่รู้สิวี มันเหมือนติดค้างอยู่ในใจยังไงไม่รู้ว่ะ พอคิดถึงน้าเขา มันก็สว่างวาบ โล่ง ๆ เลย ไม่อึดอัด ตอนนี้โล่ง”
หญิงสาวตอบตามความรู้สึกในวินาทีนี้ ตัวเบา สบาย ใบหน้าของน้าคนปั่นสามล้อเด่นชัดในมโนสำนึก สายตาสีเข้มจ้องหล่อน ไม่ใช่ด้วยความโกรธแต่อ่อนโยนและเศร้าอย่างไรชอบกล
“ไอ้ปิ่น ไอ้ปิ่น เป็นอะไรอีกแล้ววะ ไอ้ปิ่น”
“ตึ้บ...”
“โอ๊ย...เจ็บนะโว้ย ตบทำไมวะ”
ปิ่นแก้วร้องโอดโอย ยกมือลูบต้นแขนที่ถูกชุมพลตีเต็มแรงของเขา ใบหน้าสวยบึ้ง เจ็บจริงและโกรธเพื่อนร่วมงาน
“ตบให้มึงตื่นไง หมวดวีถามตั้งหลายคำ ทำไมไม่ตอบ หลับหรือไงวะ”
“เอ่อ...”
หลับอย่างนั้นหรือ เมื่อครู่หล่อนหลับหรือเปล่า หล่อนเห็นหน้าน้าคนนั้น น้าอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่พูด ใช้สายตาบอกแทน น้าสามล้อถีบมองหลังคาบ้านอำนาจจรัส หล่อนฝันเห็นบ้านอำนาจจรัส
หล่อนตอบคำถามชุมพลไม่ได้ หล่อนไม่ได้หลับ หล่อนลืมตามองเพื่อนและทุกคนตรงหน้าแต่ทำไมไม่เห็นหน้าใครเลย พีรวัสนั่งตรงข้ามกับหล่อน เขาจ้องหน้าหล่อน รอคำตอบจากหล่อน
“ว่าไงปิ่น แกสงสัยน้าปั่นสามล้อเพราะอะไร มีเบาะแสอะไรให้ชวนสงสัย”
วีรชนตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง เขาสบตาหล่อนเพื่อหาข้อผิดพลาดในดวงตาคู่นั้น ไม่พบอะไรนอกจากดวงตาของคนเพิ่งตื่นนอน ภายใน 2 ชั่วโมง เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรักคนนี้ มีกิริยาน่าสงสัยหลายอย่าง อยู่ ๆ เป็นลมหมดสติ อยู่ ๆ ฟื้น และอยู่ ๆ หลับตาใส ๆ
“พี่ว่าให้ปิ่นพักผ่อนก่อนมั้ย ปิ่น เข้าไปนอนในห้องไป หลับให้เต็มที่ พวกพี่จะคุยเรื่องงานที่ชานใต้ต้นไม้ ถ้าอยากคุย อยากบอกก็ไปนะ”
อัศนีอาวุโสกว่าเพื่อน ออกคำสั่งนักข่าวสาว เขาไม่สงสัยในตัวปิ่นแก้ว เขาคิดอย่างเดียว หล่อนนอนไม่เต็มอิ่ม กังวลเรื่องงานหรือทำงานจนดึกก็ได้จึงมีอาการวูบ
“ไม่นอนค่ะ หนูคุยด้วย หนูไม่ง่วง” หล่อนปฏิเสธความห่วงใยของอัศนี
“แต่พี่ว่าง่วงนะ ไปพักผ่อน หนังท้องตึง หนังตาหย่อนแล้วแหละ ไปนอนสักงีบค่อยออกมาคุยกับพวกพี่ หมวดวีพาเพื่อนไปนอนพัก ไป”
นาวินเห็นด้วยกับอัศนี หากปิ่นแก้วไม่ทำงานดึก หล่อนต้องพักผ่อนไม่พอ เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องอะไรสักอย่าง ทำให้หล่อนกังวล
“พี่หมวดวิน บอกไม่นอนไง ไม่ง่วง” หล่อนตอบนาวินแบบกวน ๆ
“แต่เมื่อกี้มึงหลับในนะไอ้ปิ่น กูพาไปเอง”
ชุมพลไม่รอให้เพื่อนปฏิเสธ เขาอายุมากกว่าหล่อน 2 ปี เป็นนักข่าวรุ่นพี่ ถูกชะตากับหล่อนเพราะลุย ไม่กลัวพวกมีอิทธิพลเหมือนกัน ทำให้เขารักและห่วงใยหล่อนมากกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ หล่อนเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานที่ดีและบางเวลาก็เป็นน้องที่น่าตีก้นหนัก ๆ เพราะความดื้อรั้นไม่ฟังใคร
“ฉันพาไปเอง”
พีรวัสไม่มั่นใจชุมพลจะพาตัวปิ่นแก้วเข้าไปพักผ่อนได้สำเร็จ เขาจำเป็นต้องบังคับหล่อนด้วยการคว้าข้อมือหล่อนและออกแรงดึงให้ลุกเดินตามเขา หากไม่ทำอย่างนี้คนอย่างปิ่นแก้วหรือจะยอม วีรชนกับชุมพลรู้นิสัยหล่อนดีกว่าเขาถึงแม้เขาจะรู้จักหล่อนทีหลังสองหนุ่มแต่เขาอ่านใจหล่อนออก
“คนปราบไอ้ปิ่นปรากฏตัวซะที คราวนี้แหละแกเสร็จสารวัตรวัสแน่ไอ้ปิ่นเอ๊ย”
ชุมพลพูดให้ตลกแต่ปิ่นแก้วไม่ตลกไปกับเพื่อนและพาลโกรธคนกึ่งจูงกึ่งลากหล่อนเข้าห้องนอน
“สารวัตร ปล่อยฉัน ฉันไม่ง่วง”
“อย่าดื้อ หน้ายังเซียวอยู่เลย นอนพัก หลับให้สบาย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ตื่นมาค่อยคุยเรื่องคดีเสี่ยก้องต่อ”
“ไม่เอา ฉันจะคุยกับพวกคุณ ต้องปิดคดีสิ้นเดือนนี้ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ เราถึงเร่งหาหลักฐานเพิ่มนี่ไง ห้ามเอาไปเขียนข่าว เรื่องนี้เป็นความลับทางราชการ พี่โอ๊กเสนอให้ฉันพาเธอกับเพื่อนมาคุยเพราะไว้ใจพวกเธอ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังล่ะ”
หญิงสาวไม่ตอบโต้อะไรอีก สารวัตรหนุ่มพาหล่อนมาถึงเตียงนอนซึ่งทำจากไม้เนื้อแข็ง กว้างเกือบเต็มห้อง ที่นอนปูบนเตียงทำจากไยสังเคราะห์ ผ้าปูสีฟ้าสลับขาวเป็นทางยาวตามความยาวของเตียง เขาจับตัวหล่อนนั่งลงบนเตียง
