บท
ตั้งค่า

บทที่ 19 เศรษฐีใหญ่

“ไม่มีใครใช้ ไม่ง่วงแล้วนี่ ตอนนี้หิวค่ะ สารวัตรมีอะไรให้กินบ้างล่ะเมื่อกี้กินยังไม่อิ่ม หิวอีกแล้ว พล ชงกาแฟตรงไหน พาไปหน่อย” หล่อนตอบแบบไม่เกรงใจสารวัตรสักนิด

“ฉันชงให้เอง แกคุยกับพี่ ๆ เขาไปก่อนแล้วก็ช่วยตอบคำถามหมวดวีด้วยว่า แกให้ไปหาคนท้ายซอยเพราะ...ฉันอยากรู้ด้วย”

ชุมพลรับอาสาชงกาแฟให้เพื่อนรัก เขาอยากรู้เช่นเดียวกับชายหนุ่มอีก 5 คนที่กำลังจ้องหน้าเพื่อนของเขาอยู่ขณะนี้ วีรชนไม่เชื่อว่าไม่มีความหมายใด ๆ ในคำพูดของปิ่นแก้ว คนท้ายซอยมีความสำคัญอย่างไร ปิ่นแก้วจึงให้ตำรวจไปพบและหล่อนรู้จักคนถีบสามล้อบ้านอยู่ท้ายซอยมากน้อยแค่ไหน

“ตอบ ไอ้ปิ่น ไม่งั้นแกไม่ต้องกลับบ้าน ฉันจะให้พี่วัสขังแกไว้ที่นี่ ให้พี่วัสอยู่เป็นเพื่อน โอ.เค.มั้ยครับพี่วัส” วีรชนยื่นหน้าไปหาพีรวัสแล้วหันมายักคิ้วให้ปิ่นแก้ว หล่อนตอบทันที

“ทะลึ่งละ ๆ ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ แค่รู้สึกว่าอยากให้พวกเราไปก็แค่นั้นเอง”

งานแต่งงานจัดขึ้นอย่างอลังการในความคิดของชาวบ้านใกล้เคียง เหลนสาวของมหาเศรษฐี แต่งงานกับหลานชายนายอำเภอ คนใหญ่คนโตของเมือง รวมทั้งตำรวจไปร่วมยินดีกันเนืองแน่น

ลมปั่นป่วนขณะมีพิธีสวมแหวนให้เจ้าสาวและเจ้าสาวสวมให้เจ้าบ่าว เมฆฝนตั้งเค้าทมึน ฟ้าร้องครางครวญ แขกมาในงานเริ่มหาที่หลบฝน เจ้าภาพหันซ้าย หันขวา เมื่อเช้าท้องฟ้าใสกระจ่าง ไร้เมฆหมอกใด ๆ ทุกคนยิ้มแย้มยินดีกับบ่าวสาวและเจ้าภาพทั้งสองฝ่าย

งานวันนี้ต้องผ่านไปด้วยความราบรื่น ท้องฟ้าโปร่งเปิดทางให้เป็นอย่างดีแต่พอเริ่มพิธีสู่ขอและเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว สวมแหวนแลกกันเท่านั้น อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็ว

“ใครบนไว้บ้างหรือเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกันน้า ฉันไปถามก่อนนะ”

แม่เจ้าบ่าวถามหลานสาว พ่อเจ้าบ่าวกับพ่อแม่เจ้าสาวมองหน้ากัน ในใจต่างคิดโกรธฟ้าฝนจะทำให้งานมงคลสมรสของลูก ๆ พวกเขาเสียหาย

“บนแล้วค่ะน้า บนหัวหมูสิบหัว”

“แล้วทำไมเป็นยังงี้ บนไม่ได้ผลหรือไง ทุกทีมีงานใหญ่บนได้ผลนี่นา”

การบ่นไม่ได้ช่วยให้เค้าฝนจางหายไป กลับลอยต่ำลงมาทุกขณะและโปรยเม็ดใหญ่ ๆ ราวกับใครเทเม็ดกรวดทรายสีใสลงบนหลังคาบ้าน เสียงกระทบกับหลังคาดัง ดั่งจะทะลุลงสู่เบื้องล่าง ทุกคนต่างวิ่งหนีหลบฝนกันชุนละมุน สายฟ้าแลบวาบวับเห็นเป็นสายน่ากลัว เสียงฟ้าเปรี้ยงให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กัน

“บ้าเอ๊ย ทำไมเป็นยังงี้วะ”

สุนทรเสียงดังแข่งกับเสียงฟ้า เขาโกรธฟ้าฝน ทำให้งานแต่งงานของลูกสาวไม่ราบรื่นเท่าที่ควรจะเป็น นายอำเภอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ยอมรับดิน ฟ้า อากาศได้ ใครก็ห้ามฝนตกไม่ได้ คนจะคลอดลูกยังไม่มีใครห้ามได้เท่า ๆ กับหากคนจะเสียชีวิต ใครก็ห้ามไม่ได้เช่นเดียวกัน

“สวมแหวนเสร็จแล้วก็ถือว่าเสร็จพิธีนี้ เตรียมหลั่งน้ำสังข์ได้เลย ฝนมันตกถือว่าเป็นฤกษ์ดีก็แล้วกันสุนทร อย่าโวยวาย”

ญาติผู้ใหญ่เตือนเสียงนุ่มน่าฟัง สุนทรจึงระงับสติอารมณ์โกรธได้บ้าง หากฝนตกราวกับฟ้ารั่วอย่างนี้ งานเลี้ยงฉลองสมรสของลูกสาวจะมีปัญหาหรือเปล่าเขายังกังวล

แต่งานเลี้ยงจัดในโรงแรม ปัญหาเรื่องฝนฟ้าตัดทิ้งไปได้ ความกังวลต่าง ๆ จึงค่อย ๆ คลายตัว ส่วนกำนันอิน มหาเศรษฐีใหญ่ในชานเมืองยิ้มแย้มแจ่มใสรับแขกด้วยความสุขแม้วัยชราก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย

เขาลืมเรื่องในอดีตเมื่อเวลาผ่านพ้นไป 32 ปี สุนทรเป็นลูกชายของน้องชาย เขาช่วยเหลือหลานมาตลอดด้วยทรัพย์สินเงินทอง หวังฝากชีวิตบั้นปลายไว้กับหลานและเหลนสาวคนสวย วันนี้เป็นวันสำคัญของเขา สิริโสภาได้เป็นหลานสะใภ้นายอำเภอหรือลูกบุญธรรมซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นลูกสะใภ้นายอำเภอ โก้หรูในความรู้สึกของชาวบ้านชานเมืองอย่างพวกเขา ความร่ำรวยของเขาผสมกับความมีหน้าตาทางสังคมของนายอำเภอจะช่วยสร้างบารมีให้กำนันเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวทีเดียว

ฝนขาดเม็ดแบบสนิทเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวลุกจากเก้าอี้นั่งรดน้ำสังข์ ท้องฟ้าสว่างฉับพลัน แขกมาร่วมงานงุนงงกับดิน ฟ้า อากาศเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา พวกเขาแปลกใจ เกิดอะไรขึ้นกับงานแต่งงานลูกชายนายอำเภอกับเหลนเศรษฐีนาพันไร่

บางคนถือเป็นสิ่งดีแต่บางคนว่าเป็นลางไม่ดีมากกว่า ฟ้าพิโรธหมายถึงความหายนะ ไม่มีใครกล้าออกความเห็นใด ๆ นอกจากซุบซิบในซุ้มอาหาร นายอำเภอผลไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของหลานชาย เขาห้ามหลานเกี่ยวข้องกับเครือญาติกำนันอิน มีคนเล่าประวัติกำนันอินให้เขาฟังก่อนจะมีการสู่ขอเหลนสาวของกำนัน

“พวกนี้ขี้โกง โกงที่ชาวนาเป็นพันไร่ มันร่ำรวยเพราะมันโกง ใครเอาที่ดินไปจำนองไว้ มันกำหนดเวลาเอาเอง ใครหาเงินไถ่ถอนไม่ทันมันยึดเอาหมด เลวทั้งตระกูล เมื่อก่อนมันสั่งฆ่าเจ้าสาวของลูกเขยมัน ลูกเขยไม่รับผิดชอบลูกสาวมัน ปล่อยให้ท้องโย้ อับอายชาวบ้านร้านตลาด มันเลยสั่งฆ่า”

ข้อมูลจริงหรือไม่จริงนายอำเภอยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แต่ผู้ที่ให้ข้อมูลเป็นคนเก่าแก่ในหมู่บ้านและเป็นคนถูกโกงสูญเสียที่นาทำกิน 20 ไร่ คนแก่คนนี้เล่าให้นายอำเภอฟังทั้งน้ำตา

“พ่อมหาจำเริญ อย่าให้ลูกหลานพ่อไปเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้เลย ข้าขอเตือน หากไม่เชื่อข้า ความหายนะจะมาเยือนพ่อนะ อย่าไปขอเหลนมันเลยเชื่อข้าเถอะ”

พ่อมหาจำเริญอย่างนายอำเภอผล จำเป็นต้องสู่ขอเหลนกำนันอินให้หลานชาย หากไม่ทำตามความต้องการของหลาน เขาจะกลายเป็นลุงใจร้าย ชาวเมืองรู้ข่าวจะพากันเกลียดนายอำเภอผลซ้ำกล่าวหาว่าเขาเป็นคนใจดำแม้กระทั่งหลานที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กรักผู้หญิงยังไม่ยอมรับมาเป็นสะใภ้และสะใภ้คนนี้เป็นถึงเหลนเศรษฐี หากกำนันอินรู้ สงครามเล็ก ๆ เกิดในเมืองนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คนใหญ่คนโตของเมืองนับถือกำนันเพราะอำนาจเงิน ไม่ใช่เพราะคุณความดีของกำนันอิน นายอำเภอสังเกตสีหน้าของแขกในงานมงคลสมรส เสียงซุบซิบแว่วเข้าหู ใบหน้าแขกบางกลุ่มไม่พอใจกำนันอิน

“ทายกัน เหลนกำนันอินจะหายไปคืนฉลองแต่งงานมั้ย”

เสียงใครคนหนึ่งดังมาจากซุ้มกระดังงา งานแต่งงานจัดในห้องประชุมของอำเภอ ซุ้มกระดังงาอยู่ด้านข้างห้องจัดงาน แขกบางคนเลือกนั่งทานอาหารในซุ้มแต่ละซุ้มแทนการนั่งเก้าอี้รอบโต๊ะวงกลม

“ไม่รู้สิ วันนี้กี่ค่ำล่ะ ถ้าขึ้นแปดค่ำก็ไม่แน่นะ ฉันสังเกตหลายงานแล้วนะ ใครจัดงานเลี้ยงแต่งงานตรงกับวันขึ้นแปดค่ำละก็ เจ้าสาวหายตัวทุกงาน มาพบอีกทีกลายเป็นศพไปแล้ว”

“เออ แปลกเนาะ เป็นเพราะอะไร ผีเจ้าพ่อมาเอาไปทำเมียหรือเปล่าวะ”

“บ้า ไม่ใช่หรอกต้องมีอาถรรพณ์อะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นไม่เกิดเหตุร้าย เจ้าสาวหายตัวหรอก”

“เออใช่ แล้วมันอาถรรพณ์อะไรล่ะ ใครรู้บ้าง”

“ใครจะไปรู้ยะ เลิกพูด งานนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง นายอำเภอเป็นเจ้าภาพนะ คงไม่มีใครกล้าหรอกน่ะ”

นายอำเภอได้ยินทุกคำพูดของแขก เขายืนบังต้นไม้อยู่นานแล้ว แขกของกำนันไม่รู้ว่าคำพูดของพวกเขา ทำให้นายอำเภอคิดหนัก

คดีเจ้าสาวหายตัวและเสียชีวิต ถูกปิดไปอย่างเงียบ ๆ เกือบทุกคดีที่นายอำเภอรู้ข่าว รายล่าสุดปิดไปแล้ว

พีรวัส วีรชน ชุมพลและปิ่นแก้ว มาร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสหลานชายนายอำเภอ พีรวัสรู้สึกปวดศีรษะรุนแรงก่อนเข้างาน ชื่อกำนันอิน ใบหน้ากำนันอินเป็นสาเหตุของอาการปวด

สารวัตรหนุ่มกำลังเดินเข้าไปใกล้เศรษฐีชนบท ไม่เพียงเป็นใหญ่ในชนบท ชื่อเสียงกำนันทำให้เจ้าหน้าที่บางคนและนักธุรกิจบางคนเกรงใจ

“พี่วัส หมอภัคก็มา นั่งอยู่โต๊ะหมวดสิช ไปทักหน่อยมั้ยพี่”

วีรชนเห็นภัคจีรานั่งข้างสรสิช หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที รู้สึกหงุดหงิด สรสิชจีบภัคจีราทำไมเขาจะไม่รู้ นายตำรวจรุ่นพี่เป็นคู่แข่งกับเขาโดยที่รุ่นพี่ไม่รู้ว่าเขาก็ชอบหมอคนสวยเช่นกัน

“แกก็ไปสิ ฉันปวดหัว”

“เป็นอะไรพี่ อย่างนี้ต้องเชิญหมอภัคมาดูอาการนะ”

“ไม่ต้อง อย่าให้เธอมานั่งโต๊ะเรา”

ภัคจีรามากับสรสิช หล่อนโทรศัพท์ให้เขาไปรับ เขาปฏิเสธหล่อน วีรชนขอไปรับหล่อนแทนแต่เขาไม่อนุญาต ภัคจีราจะได้รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนหล่อน ไม่ใช่คิดจะจีบหล่อน คนที่เขาสนใจและจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งไป นั่งอยู่ข้างชุมพล หล่อนมองตามสายตาวีรชนไปที่โต๊ะภัคจีรา

“ฉันไปเชิญเธอมานั่งด้วยดีมั้ยวี ท่าทางหมออึดอัดนะ หมวดสิชเอาใจมากเกินไปหน่อย”

ปิ่นแก้วรับอาสาช่วยเพื่อนรัก หมอภัคจีราสวย น่ารัก ใคร ๆ ก็ชอบ พีรวัสอาจแอบชอบแต่ไม่แสดงออกให้ใครเห็น หล่อนอยากแกล้งพีรวัสด้วย

“ไม่ต้อง ฉันบอกแล้วไง ห้ามให้มานั่งโต๊ะนี้ เธอหยุดคิดช่วยไอ้วีได้แล้ว พล วันนี้ระวังตัวด้วย”

“ระวังทำไมพี่” ชุมพลถามกลับเร็ว

“เออน่ะ พี่ไม่แน่ใจ รู้สึกไม่ค่อยดี”

“เป็นไงพี่ ปวดหัวมากมั้ย ผมว่ากลับไปพักดีกว่ามั้ย” วีรชนเห็นหน้าพีรวัสซีดผิดปกติ

“ไม่เป็นไร” ตอบออกไปทั้งที่มือยังคงบีบขมับเหมือนมีอะไรบีบให้ยิ่งปวดรุนแรงกว่าเดิม เสียงตบมือดังก้องห้องโถงจัดเลี้ยงเมื่อเจ้าบ่าวจูงมือเจ้าสาวขึ้นเวที พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตามขึ้นไป พิธีกรพูดตามที่เคยพูดในงานแต่งทุกงาน พีรวัสไม่สนใจเท่ากับกำนันอินถูกเชิญขึ้นเวทีด้วย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel