ตอนที่หนึ่ง ปรานีข้าเถิด2 (NC)
ตอนที่หนึ่ง
ปรานีข้าเถิด
“ไม่...ไม่ดี ข้าขอร้อง จะให้คุกเข่าก็ยอม พาข้าเข้าไปในห้องเถิด” ถึงตอนนี้เสิ่นเยว่ชิงย่อมรู้แก่ใจดีว่าหนีไม่พ้นและไม่อาจรักษาความบริสุทธิ์ไว้ได้เป็นแน่
นางขอเพียงอับอายน้อยที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุดเท่านั้น
“ได้ ในเมื่อเจ้าลงทุนเพียงนั้นก็ต้องทำให้ข้าพอใจที่สุด หาไม่ข้าจะโยนเจ้าออกมาให้เป็นรางวัลแก่เหล่าทหารที่เหน็ดเหนื่อยพวกนั้นได้เสพสุขสมใจ”
“ได้...เจ้าค่ะ”
คำตอบรับโดยไม่หยุดคิดเรียกเสียงหัวเราะร่าด้วยความลำพองยามเมื่อร่างบางกลั้นใจเดินนำเขาเข้าไปยังห้องของนาง
“ถอดเสื้อผ้าออก” ทันทีที่ประตูปิดลง คำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนก็เรียกน้ำตาคลอหน่วยของอีกฝ่ายให้หยดลงมาจนต้องรีบปาดออก
ท่าทางอิดออดกระบิดกระบวนของหญิงสาวช่างน่ารำคาญ แม่ทัพแคว้นหยางซึ่งยืนรอจึงไม่อาจอดทนปรี่เข้ามากระชากเสื้อผ้าจนขาดกระเด็นเผยผิวขาวนวลใต้ร่มผ้าที่ไม่เคยมีชายใดได้พบเห็น
เสื้อตัวนอกของหญิงสาวโดนขว้างออกไปไกลอย่างไม่แยแสตามมาด้วยเสื้อตัวในและบังทรงตัวจิ๋วเผยความอวบอิ่มเต่งตูมขนาดพอดีมือกับเม็ดจุกสีชมพูที่ถูกดันออกมาหลอกล่อให้จ้องมองความโดดเด่น
“อืม...ใช้ได้” สองตาซึ่งจดจ้องสองก้อนซาลาเปาลุกวาวขึ้นครู่หนึ่งพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากดั่งรู้สึกหิวโหย
เสิ่นเยว่ชิงได้ยินคำพูดนี้หรือจะคิดขวยเขินด้วยอับอายกับการเปลือยกายต่อหน้าชายแปลกหน้าและเจ็บปวดใจในการกระทำอันจาบจ้วงของเขาแทบตายแล้ว
แม้นางจะใจกล้าเจรจาต่อรองกับเขา แต่อย่างไรก็ยังเป็นสตรีบริสุทธิ์ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้องเนื้อตัวมาก่อน ยามนี้จึงอดตื่นกลัวสั่นสะท้านไปทั้งตัวไม่ได้
“ว้าย!...”
เสียงแห่งความตกใจร้องดังด้วยยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนอุ้มลอยโยนลงบนเตียงก่อนที่แรงถาโถมดุดันจะตะโบมลงมาบนความเต่งตึงด้านบน
มือหนากอบกุมสองก้อนเต้าเข้าหากันก่อนจะบีบเคล้นขยำคลึงราวต้องการพิสูจน์ความนุ่มเด้งแล้วจึงแสร้งกดจุกกลางที่ตั้งเด่นจนบุ๋มลงไปจากนั้นจึงดึงลากจนยืดยาวราวกับเป็นของเล่น
ร่างบางโดนฟอนเฟ้นคล้ายกลั่นแกล้งจึงดิ้นรนหลบฝ่ามือหนาจนค่อยๆ เลื่อนหลุดออก
ตอนที่รู้สึกว่าใกล้หลุดพ้น มือข้างหนึ่งของเขากลับเลื่อนลงไปกระชากผ้าปิดอายที่ด้านล่างจนเศษผ้าบาดเนื้อขาวเป็นรอยแดงทำให้นางอดผวาตามแล้วร้องออกมาอีกครั้งไม่ได้
“โอ๊ย!...เบาหน่อย”
แม้เสียงห้ามจะดังเพียงกระซิบแผ่ว แต่ยิ่งห้ามอีกฝ่ายกลับยิ่งอยากลงมือด้วยความฉุนเฉียว
ปากหนาจึงโผก้มลงงับเม็ดจุกที่ผลุบโผล่ตรงกลางความอวบหยุ่นแล้วกัดกลืนสะบัดไปมาพลางใช้ท่อนขาแข็งแรงกดขาเนียนทั้งสองข้างบังคับไม่ให้ดิ้นหนี
ทั้งแขนเรียวทั้งสองข้างของนางยังถูกจับรวบขึ้นไปบนหมอนเพื่อเปิดความตูมเต่งให้แผ่เด้งสั่นไหวเผยความอะร้าอร่าม
เสิ่นเยว่ชิงรู้ดีว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดย่อมไม่อาจฝืนสู้กำลังของแม่ทัพหนุ่มที่กำลังทาบทับอยู่ด้านบนได้ทั้งเขายังเต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง
นางจึงหยุดยั้งการขยับตัวแล้วนอนนิ่งปล่อยให้ลิ้นอุ่นตวัดโลมเลียหัวจุกสีชมพูสลับไปมาทั้งสองข้างขณะสองเต้าโดดเด่นถูกกอบกุมบีบเคล้นด้วยน้ำหนักแรงจนบิดเบี้ยวแทบไม่เหลือรูปทรง
ครั้นลิ้นร้อนละเลงรัวทั้งขบกัดจนเม็ดบัวตั้งแข็งชูชันเปียกฉ่ำไปด้วยน้ำลายและรอยแดงแห่งการขบเม้ม
เสิ่นเยว่ชิงจึงเม้มปากด้วยรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่พองตัวแข็งขึ้นเป็นลำซึ่งกำลังทาบทับอยู่บนเรียวขา
