ตอนที่สอง ยิ่งเจ็บก็ควรร้องให้ดัง (NC)
ตอนที่สอง
ยิ่งเจ็บก็ควรร้องให้ดัง
ครั้นลิ้นร้อนละเลงรัวทั้งขบกัดจนเม็ดบัวตั้งแข็งชูชันเปียกฉ่ำไปด้วยน้ำลายและรอยแดงแห่งการขบเม้ม
เสิ่นเยว่ชิงจึงเม้มปากด้วยรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่พองตัวแข็งขึ้นเป็นลำซึ่งกำลังทาบทับอยู่บนเรียวขา
ยามนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางนับว่าเปลือยเปล่าเปิดโอกาสให้มือหนาลูบไล้ลากเลื่อนลงไปแตะต้องร่องดอกไม้อวบอูมที่ผลิตน้ำหวานออกมาเล็กน้อยแล้ว
นิ้วสากที่จับต้องแต่อาวุธหนักเพียงแหวกร่องบุปผางามสำรวจช่องทางคับแคบชั่วครู่ แล้วจึงเงยหน้าลุกขึ้นถอดเสื้อผ้ากับกางเกงขว้างออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนรุ่มที่อยากจะสอดแทรกตัวตนเข้าไปในร่องอบอุ่นของนางเต็มทีแล้ว
สายตาหวาดหวั่นมองมือของชายหนุ่มที่จับแท่งเนื้อปูดโปนซึ่งใหญ่เกินกว่าคาดคิดทั้งกำลังผงกหัวราวข่มขู่ เตรียมพร้อมจู่โจมเข้าไปในร่างกายของนางด้วยความรู้สึกตื่นกลัว
ใจหนึ่งหญิงสาวย่อมอยากดิ้นรนหลีกหนี แต่สถานการณ์ช่างล่อแหลมเต็มที ทั้งรู้ดีว่าไม่ว่าจะเอ่ยเจรจาเกลี้ยกล่อมอย่างไรย่อมไม่ทันแล้วด้วยอาวุธแข็งจดจ่ออยู่ตรงปากช่องทางอย่างหมิ่นเหม่
“เบาหน่อยได้หรือไม่ ท่านแม่ทัพ โปรดปรานีข้าเถิด” เสียงอ้อนวอนร้องขอทำให้ท่อนเนื้อที่กำลังรุกแหวกเข้ากลางกลีบดอกไม้นุ่มชะงักเล็กน้อย
แต่คำตอบที่ออกมากลับไม่ได้สื่อถึงความเห็นใจหรือเมตตาปรานี “อย่าได้พูดมาก ทำตัวโอนอ่อนหน่อย มิเช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าให้หนักกว่านี้”
เสิ่นเยว่ชิงพยายามทำใจยอมรับแต่เมื่อขาเรียวสองข้างถูกจับอ้ากางกว้างขึ้นแล้วพยายามแทรกตัวตนเข้าตรงกลางอย่างดุดันไร้การทะนุถนอม
ดวงตาของหญิงสาวจึงเบิกกว้างเผลอร้องดังยามเหลือบมองดุ้นลำที่กำลังผงาดง้ำอย่างน่าหวาดหวั่นมุ่งมั่นบุกรุกอย่างฉับพลันโดยไม่แยแสความเจ็บปวดของนางแม้แต่น้อย
“โอ๊ย!...”
ร่างบางเกร็งสะท้าน ช่องทางสีหวานบีบรัดพยายามขับส่วนแปลกปลอมที่มุ่งสอดแทรกยามส่วนปลายอันเต็มไปด้วยเส้นเลือดตั้งหน้าตั้งตาทิ่มแทงมุดทะลวงเข้าไป
เสิ่วเยว่ชิงขบเม้มริมฝีปากกำมือแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวดฝืนบังคับตนเองไม่ให้สะอื้นออกมาขณะช่องทางที่คับแคบถูกบังคับให้เปิดออกรับหัวปูดโปนซึ่งถูกดันเข้าข้างในความอุ่นชื้นทีละน้อย
แต่การเคลื่อนไหวย่อมเชื่องช้าและเป็นไปอย่างความยากลำบากด้วยขนาดที่แตกต่างทั้งอาการบีบเกร็ง
เพียะ!
จู่ๆ มือใหญ่ก็ฟาดตีลงมาบนเรียวขาขาวจนขึ้นรอยฝ่ามือสีแดงขณะร่างเล็กยังคงสั่นระริกจากการรุกล้ำของด้ามทวนแกร่งซึ่งพยายามกรีดไปตามรอยแยกของกลีบเนื้อนุ่ม
“อย่าบีบรัดให้มาก หาไม่ ข้าจะกระแทกไม่ยั้งเอาให้ฉีกขาดไปเลยทีเดียว”
เสิ่นเยว่ชิงซึ่งกำลังมึนงงกับความเจ็บปวดหรือจะเข้าใจว่านางต้องทำอย่างไร หญิงสาวได้แต่นอนนิ่งไม่กล้าขยับด้วยเกรงจะโดนฟาดลงมาอีกที
เมื่อติดขัดไม่อาจขยับเคลื่อนได้อย่างใจจากความคับแน่นข้างใน สะโพกแข็งแรงจึงอัดเข้าอย่างรุนแรงโดยไร้ความอ่อนโยนทั้งฝืนขยับตอกแทงจนอีกฝ่ายจุกเสียด
“ข้าเจ็บ! เบาหน่อยเถิด”
หลังจากนอนนิ่งอดทนจนไม่ไหว หญิงสาวจึงกำมือร้องโอดครวญด้วยถูกของแข็งใหญ่บุกทะลวงจนเจ็บแสบรู้สึกราวส่วนกลางกายกำลังจะแหลกแหวกขาดเป็นชิ้นๆ แล้ว
แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่ได้ยับยั้งเรี่ยวแรงอย่างที่ควรจะเป็นแม้จะถูกการตอดรัดบีบแน่นจนปวดหน่วงด้วยเช่นกันและจำต้องหยุดรออยู่ครู่หนึ่ง
