บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 - 1

บทที่ 3

เวลา 14:20 น.

ลลิตาที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนของลูกสาวได้ไม่นาน เธอดับเครื่องยนต์ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กลงจากรถ อากาศยามบ่ายยังอุ่นจัดจนแดดสะท้อนพื้นปูนเป็นเงาร้อนระยิบ แต่ศาลาไม้ที่อยู่ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ใกล้หน้าอาคารเรียนกลับดูเป็นมุมสงบที่พอให้หลบแดดได้ชั่วครู่

หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งเบาะไม้ยาวอย่างแผ่วเบา เธอวางกระเป๋าบนตักก่อนผ่อนลมหายใจ เธอมารอเร็วกว่าเวลาที่ลูกสาวเลิกเรียน เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยต้องรอนาน เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังแผ่วเบาใกล้เข้ามา แต่เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจนกระทั่งเสียงทุ้มสุภาพดังขึ้นข้างกาย

“ขออนุญาตนั่งด้วยคนนะครับ” ลลิตาชะงักเล็กน้อยก่อนเงยหน้าไปมองชายแปลกหน้า เขาแต่งตัวหรูหราพอดีตัวตั้งแต่เสื้อเชิ้ตจนถึงนาฬิกาแบรนด์แพงที่ข้อมือ ลุคโดยรวมดูสะอาดสะอ้านและเรียบร้อยจนรู้ได้ทันทีว่าเป็นคนมีฐานะพอ ๆ กับพ่อของลูกสาวเธอ

“ได้ค่ะ…” เธอยิ้มสุภาพให้ แม้จะเป็นคนพูดน้อย และยิ่งกับคนไม่คุ้น เธอยิ่งยั้งคำพูดจนเก็บตัวเสียมากกว่า

“ขอบคุณครับ…” ชายหนุ่มยิ้มตอบอย่างมีมารยาทก่อนจะนั่งลงห่างจากเธอเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ลำบากใจ

บรรยากาศเงียบลงชั่วอึดใจ ลลิตาก้มมองโทรศัพท์ในมือเหมือนกำลังเช็กเวลา แต่จริง ๆ เธอแค่ไม่ชินกับการเปิดบทสนทนากับใครง่าย ๆ ทำให้ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่มองเธอด้วยแววตานุ่ม ๆ เหมือนจะอ่านออกว่าเธอเป็นคนแบบไหน ก่อนที่เขาจะลองชวนคุยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด

“มารับลูกเหรอครับ” ลลิตาชะงัก เธอเงยหน้ามองเขาเล็กน้อยก่อนพยักหน้าตอบสั้น ๆ

“ค่ะ…” เขายิ้มเหมือนโล่งใจที่เปิดเรื่องได้แล้ว แต่ก็ยังลังเลแทบจะเห็นได้ชัด ก่อนจะถามออกมาเสียงเบา ๆ

“เอ่อ… คุณชื่ออะไรครับ” ลลิตากระพริบตาเบา ๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจว่าจะโดนถามตรง ๆ แบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม

“น้ำขิงค่ะ… แล้วคุณชื่ออะไรคะ”

“นทีครับ… ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” นทีส่งยิ้มเรียบ ๆ แต่เป็นมิตรให้ แววตาเขาดูสุภาพจนไม่น่ากลัวแม้แต่นิดเดียว เหมือนคนที่คุ้นเคยกับการเจอผู้คนใหม่ ๆ แต่ก็พยายามเก็บความนอบน้อมไว้ตลอด เขาดูเหมือนจะกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่กลับถูกตัดบทด้วยเสียงเล็กแหลมสดใสของเด็กผู้หญิงตัวจิ๋วที่กำลังวิ่งตะโกนเข้ามาอย่างดีใจสุดขีด

“แม่ขา~” เสียงนั้นดังจนลลิตาหันไปตามทันที หัวใจอ่อนยวบเหมือนละลายลงไปตรงพื้นเมื่อเห็นลูกสาวในชุดนักเรียนตัวจ้อยวิ่งมาหา แก้มแดงระเรื่อเพราะความตื่นเต้น ผมถูกรวบเป็นหางม้าที่แกว่งไปมา พร้อมรอยยิ้มกว้างที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้เห็นเป็นประจำ

“ขาน้องลิลิน…” เสียงหวานของลลิตาดังขึ้นทันทีที่เห็นลูกสาวตัวน้อยวิ่งตรงเข้ามา เธอลุกขึ้นยืนรวดเร็วเหมือนสัญชาตญาณของแม่ที่พร้อมรับลูกทุกวินาที แต่เด็กน้อยกลับไม่แม้แต่หันมามองหน้าแม่ก่อน สายตากลมโตคู่นั้นหันไปจ้องชายแปลกหน้าข้างแม่อย่างแข็งกร้าวจนนทีชะงักไปวูบหนึ่ง ลิลินยืนเท้าสะเอวตัวจิ๋ว ริมฝีปากเล็กเม้มตึง

“ลุงเป็นใคร ทำไมต้องมานั่งใกล้แม่หนูด้วยคะ” เสียงเล็กแต่แฝงความไม่ไว้ใจจนฟังแล้วเหมือนคนตัวเล็กกำลังประกาศอาณาเขตชัด ๆ นทีถึงกับชะงัก คิ้วกระตุกแผ่ว ๆ เพราะไม่คิดว่าจะเจอการต้อนรับแบบไฟลุกจากเด็กประถมหนึ่งคนนี้

ลลิตารีบเอื้อมไปแตะหัวลูกเบา ๆ พร้อมรีบกล่าวตักเตือน

“น้องลิลิน ไม่เอาค่ะ อย่ามองคุณลุงเขาแบบนั้นสิคะ… สวัสดีคุณลุงเขาก่อนค่ะ” ลิลินทำแก้มป่องอยู่สองวินาทีก่อนจำใจยกมือไหว้แบบเสียไม่ได้

“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงนั้นเรียบร้อยตามมารยาทที่แม่สอน แต่สายตา…โหดร้ายจนคนตัวโตอย่างนทีอยากหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาย่อตัวลงมานิดเพื่อไม่ให้ดูสูงเกินไปนัก

“ลุงชื่อนทีครับ…” เด็กหญิงเชิดหน้าขึ้นใส่เขาราวกับบอกว่า ไม่ได้อยากรู้จักค่ะก่อนจะก้าวเท้าไปหลบอยู่ด้านข้างแม่ หยิบชายกระโปรงแม่ไว้แน่นเหมือนหวงจนกลัวใครมาทำให้แม่หายไป แล้วเสียงงึมงำเบา ๆ ก็หลุดออกมาจากริมฝีปากเล็ก

“หนูจะบอกคุณพ่อ…” คำขู่เล็ก ๆ ที่ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองสะดุดหายใจไปเสี้ยววินาที

นทีถึงกับหลุบตาลงเล็กน้อย สีหน้าเหมือนคนที่กำลังพยายามกลั้นขำแต่ก็รู้สึกโดนต่อยเบา ๆ จากเด็กตัวจ้อย ลลิตายิ้มสุภาพให้เขาอย่างเสียมารยาทไม่ได้

“เอ่อ… ฉันขอตัวก่อนนะคะ ไปค่ะ คนสวยของแม่” เธอจูงมือลูกสาวเดินออกไป ลิลินหันมามองเขาอีกรอบด้วยสายตาแบบ อย่าเข้าใกล้แม่ฉันอีกนะคะลุง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเดินตามแม่อย่างสง่างามแบบเด็กตัวน้อย ๆ

นทีมองตามสองแม่ลูกไปจนลับ สายตาเขาแผ่วลงอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มบาง ๆ ที่เคยมีจางหายไปเหลือเพียงสีหน้าที่ปนเสียดายปนขำแต่ยังไม่ทันที่เขาจะมีเวลาคิดอะไรต่อ เสียงเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้นด้านหลัง

“คุณลุงครับ” เขาหันกลับไปเห็นหลานชายตัวกลมในชุดนักเรียนกำลังวิ่งหน้าตั้งมาเหงื่อเปรอะหน้า

“ครับ… สายฟ้าครับ เรารู้จักลิลินไหม” เด็กชายพยักหน้าแรงจนผมหน้าม้าสะบัด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel