บทที่ 2 - 2
“ขิงฝากด้วยนะคะ มีเรื่องอะไรโทรหาขิงได้ตลอดเลยค่ะ” หญิงสาวหันไปพูดกับคุณครูด้วยน้ำเสียงจริงใจ ถึงแม้ลูกจะเข้าเรียนมาครบเทอมแล้ว แต่ความเป็นแม่ก็ยังคงห่วงไม่เคยลดลง
“ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” คุณครูตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่กำลังนั่งเล่นกับเพื่อน ๆ อย่างร่าเริง ราวกับลืมภาพแม่ไปแล้วชั่วคราว เธอยืนมองอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่ง หัวใจอบอุ่นปะปนกับความว่างเปล่า ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังกลับ เดินไปยังรถด้วยก้าวที่ช้าลงเล็กน้อยกว่าตอนมา
ด้านคิมหันต์
บริษัท
ภายในห้องทำงานของท่านประธานที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานสม่ำเสมอ ชายหนุ่มไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในยามนี้ ธาม เพื่อนสนิทที่รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเขา รวมถึงเรื่องที่เขาแอบมีลูก กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ มองหน้าเพื่อนด้วยสายตาจริงจังปนสังเกต
“มึงไม่คิดจะบอกพ่อแม่เหรอว่ะ ลูกสาวมึงโตขึ้นทุกวันนะเว้ย” ธามเอ่ยถาม น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่หนักแน่นราวกับจะย้ำเตือนสติคนฟัง ชายหนุ่มตรงข้ามกลับนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีเฉยชา สีหน้าเรียบนิ่งราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต
“กูยังไม่พร้อมว่ะ กูกลัวว่าพ่อแม่กูจะพรากกูจากลูก” เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาเบา ๆ คล้ายคำสารภาพที่เขาไม่อยากยอมรับกับตัวเอง
“มึงจะปิดไปแบบนี้ตลอดเหรอว่ะ” ธามพูดต่อ ดวงตาคมเข้มจ้องไปที่เพื่อนสนิทราวกับต้องการคำตอบที่ชัดเจน
“ไม่รู้ว่ะ…” คำตอบสั้น ๆ หลุดจากริมฝีปากอย่างไร้ทิศทาง สะท้อนความสับสนที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจ
ธามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เขาคิดมานาน
“แล้ว…ตอนนี้มึงมีความรู้สึกดี ๆ กับน้ำขิงบ้างไหม อยู่ด้วยกันมาหลายปี เลิกคิดว่าเธอจับมึงสักทีเถอะ กูไม่เห็นว่าเธอจะเรียกร้องอะไรจากมึงเลย เธออยู่ที่มึงให้อยู่มาตลอด ถ้าเธอจะจับมึงจริง ๆ คงไปบอกพ่อแม่มึงตั้งนานแล้ว” ห้องเงียบลงทันทีเมื่อคำพูดนั้นจบ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สีหน้าตึงเล็กน้อย ก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“…ไม่ กูไม่คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นสักนิดเดียว แค่อยู่บ้านเดียวกัน กูอึดอัดจะตายแล้ว ที่กูทนเพราะลูกทั้งนั้น” คำพูดนั้นทำให้ธามเงียบไปในทันที เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ในใจกลับผุดประโยคหนึ่งขึ้นมาอย่างเจ็บปวด
‘เมียกับลูก ทิ้งกู วันนั้นกูก็ไม่คิด…เหมือนมันวันนี้’ เพราะเขาเอง…เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ปากบอกไม่รัก ปากบอกไม่แคร์ แต่สุดท้ายวันที่เมียเดินออกไป เขาแทบไม่มีลมหายใจ และเกือบไม่มีโอกาสได้เธอกลับคืนมา
“กูกลับล่ะ…น้องแป้งรอกูอยู่” ธามพูดจบก็ลุกขึ้นยืนทันที เสียงขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นดังเบา ๆ ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและชายหนุ่มที่มีสีหน้ามั่นไส้ปนหงุดหงิดมองแผ่นหลังของเพื่อน
หลังจากเพื่อนสนิทของเขาออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดเข้ามาโดยไม่มีการเคาะก่อน เสียงประตูดังแผ่วแต่รวดเร็วพอจะทำให้ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าใช้ความคิดอยู่สะดุ้งเฮือกขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจเต้นวูบเหมือนถูกดึงออกจากภวังค์กะทันหัน
“พ่อ…” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา ตาโตอย่างไม่ทันตั้งตัว
“เป็นอะไร ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น คิดอะไรอยู่” คิรากรยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าฉายแววสงสัยชัดเจน
“เปล่าครับ… พ่อมาหาผม มีอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มรีบเก็บอาการก่อนตอบ
“ก็ฉันโทรหาแก แต่ติดต่อไม่ได้ ก็เลยต้องมาตามถึงที่นี่” คิรากรพูดพลางกวาดตามองโต๊ะทำงานรกๆ เหมือนพยายามหาบางอย่างจากสีหน้าลูกชาย
“แล้วพ่อมีอะไรครับ” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนและลืมเปิด
“ก็แกไม่กลับบ้านเลย แม่แกเป็นห่วงนะสิ เย็นนี้กลับบ้านด้วย” น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อฟังดูเหมือนคำสั่งเสียมากกว่าเป็นคำขอ
“ไม่ได้… ไว้วันอื่นนะครับ” เขารีบปฏิเสธทันที ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือเด็กน้อยที่เขานัดไว้ เขาไม่อยากให้ตัวเล็กรอเก้อ
“ทำไมต้องวันอื่น วันนี้แหละ” คิรากรขมวดคิ้ว มองพฤติกรรมรีบร้อนของลูกชายอย่างจับผิด
“วันนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ” เขาตอบหนักแน่นกว่าเดิม
“วันนี้แกก็ว่างไม่ใช่เหรอ… หรือว่าแกนัดกับใครไว้” น้ำเสียงและสายตาของคิรากรบ่งบอกว่ากำลังตั้งข้อสงสัยอย่างเต็มที่
“ไม่นัดกับใครทั้งนั้นครับ พ่อก็รู้นี่ว่า ผมกลับบ้านทีไร แม่ต้องหาผู้หญิงมาจับคู่ให้ทุกที… ผมเลยไม่อยากกลับ” ชายหนุ่มรีบส่ายหน้า
“ให้มันจริงอย่างที่แกบอกเถอะ” คิรากรแค่นเสียงเบาๆ เหมือนยังไม่เชื่อสนิทลูกชายไม่ได้ตอบอะไรต่อ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ พยายามกลบเกลื่อนความลึกลับบางอย่างในแววตาตัวเอง
