บท
ตั้งค่า

#บทที่ 2 : แมวปีศาจผู้เย่อหยิ่ง

น้ำอุ่นที่ราดรดลงบนเรือนกายเล็กจ้อยไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นสักเท่าใดนัก กลิ่นสมุนไพรหอมที่พวกนางกำนัลใช้ประโคมลงบนขนของข้าช่างน่ารำคาญเมื่อเทียบกับกลิ่นอายแห่งพลังที่ข้าปรารถนา ทว่าเมื่อถูกเช็ดจนแห้งและนำมาวางลงบนตั่งนอนที่ปูด้วยแพรไหมเนื้อดีที่สุดในจวนชินอ๋อง ข้าก็ยอมรับอย่างไม่เต็มใจนักว่าชีวิตใหม่นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว

ห้องนอนของจ้าวเย่าเหยียนกว้างขวางและโอ่อ่าสมฐานะ แต่กลับตกแต่งอย่างเรียบง่ายจนน่าประหลาด มีเพียงเครื่องเรือนไม้สีเข้มสลักเสลาอย่างประณีตกับม่านปักลายเมฆาที่พลิ้วไหวตามลมเย็นยามค่ำคืน บรรยากาศโดยรวมแฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว สะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน

ข้าทอดกายนอนเอกเขนกอยู่บนหมอนนุ่ม ปล่อยให้ไออุ่นจากเตาอั้งโล่ขับไล่ความหนาวเย็นหลังอาบน้ำ ดวงตาสีทับทิมของข้าจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งทบทวนฎีกาอยู่บนโต๊ะทำงาน แสงเทียนริบหรี่ขับเน้นโครงหน้าคมคายให้ดูราวกับรูปสลัก ทว่าสิ่งที่ข้าสนใจหาใช่ความงามของเขาไม่ แต่เป็นกระแสพลังหยางอันบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้นอย่างสม่ำเสมอ มันเป็นอาหารชั้นเลิศที่กระตุ้นสัญชาตญาณของปีศาจในตัวข้าให้ตื่นขึ้นมาโห่ร้องด้วยความยินดี

หลายวันต่อมา ข้ายิ่งตระหนักได้ว่าตนเองนั้นโชคดีเพียงใดที่เลือกบุรุษผู้นี้เป็นเป้าหมาย

จ้าวเย่าเหยียนปฏิบัติต่อข้าราวกับเป็นของล้ำค่า เนื้อปลาชั้นดีที่เลาะก้างออกหมดจดถูกนำมาบริการให้ถึงที่ น้ำสะอาดถูกเปลี่ยนใหม่วันละสามเวลา ของเล่นทำจากขนนกและลูกไหมพรมกองอยู่เต็มมุมห้อง ข้ามีอิสระที่จะเดินสำรวจไปทั่วทุกแห่งหนในจวนอันกว้างใหญ่นี้ เว้นเสียแต่เพียงห้องหนังสือที่เป็นเขตหวงห้ามเท่านั้น บรรดาข้ารับใช้ต่างยำเกรงข้า ไม่ใช่เพราะความน่ารักน่าเอ็นดู แต่เพราะสายตาเย็นชาที่จ้าวเย่าเหยียนใช้มองทุกคนที่บังอาจทำให้ข้ารำคาญใจ

ชีวิตเยี่ยงราชันเช่นนี้ช่างน่าพึงพอใจเสียจริง

เช้าวันหนึ่ง ขณะที่แสงอรุณสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ข้าตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอันแสนสบายบนทรวงอกของอ๋องทรราชผู้นั้น ข้าขยับตัวเล็กน้อย เหยียดอุ้งเท้าหน้าออกไปจนสุด และหาววอดอย่างเกียจคร้าน

“ตื่นแล้วรึ เจ้าตัวเล็ก”

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ ข้าเหลือบตาขึ้นมองเจ้าของเสียง จ้าวเย่าเหยียนกำลังมองข้าอยู่ด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงกว่าปกติเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขายื่นมาหมายจะลูบหัวของข้า

ข้าจึงรีบหดคอกลับทันทีอย่างไม่ไว้หน้า

ในตอนกลางวัน ข้าคือแมวผู้หยิ่งทระนง จะไม่มีทางยอมให้ใครมาลูบหัวลูบหางได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ข้าจะเป็นฝ่ายต้องการเอง

“หึ” เขาร้องในลำคอเบาๆ ดูไม่ถือสาหาความกับการกระทำอันไร้มารยาทของข้าแม้แต่น้อย เขายังคงพยายามจะเกาคางให้ข้าอีกครั้ง

คราวนี้ข้าหมดความอดทน อุ้งเท้าหน้าข้างขวาของข้าตะปบลงบนแก้มสากของเขาอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้กางเล็บออก แต่ก็แรงพอที่จะทำให้เกิดเสียงดัง ‘เพียะ’ เบาๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องในทันที ข้าสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ใต้ตัวข้า บรรดาขันทีและนางกำนัลที่ยืนรอรับใช้อยู่หน้าห้องถึงกับกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว ข้าได้ยินเสียงใครบางคนเข่าอ่อนจนล้มลงไปกองกับพื้น

ข้าเตรียมพร้อมที่จะกระโจนหนีหากเขาเกิดบันดาลโทสะขึ้นมาจริงๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด

จ้าวเย่าเหยียนเพียงแค่นิ่งไปชั่วครู่ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นมาก่อน ก่อนที่มือใหญ่ข้างนั้นจะเปลี่ยนทิศทางมาลูบไล้แผ่นหลังของข้าเบาๆ แทน

“เจ้าช่างพยศนัก” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองข้ากลับฉายประกายพึงพอใจอย่างน่าประหลาด

ข้าชะงักไปเล็กน้อย บุรุษผู้นี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก คนอื่นหากโดนข้าทำเช่นนี้คงจับข้าโยนออกไปนอกจวนแล้ว แต่เขากลับดูชอบใจเสียอย่างนั้น

ข้ารู้สึกได้ถึงกระแสปราณสังหารที่ปั่นป่วนอยู่ภายในกายของเขาที่สงบลงเล็กน้อยเมื่อได้สัมผัสตัวข้า ดูเหมือนว่าการมีข้าอยู่ใกล้ๆ จะช่วยบรรเทาความคลุ้มคลั่งในตัวของเขาได้ ข้าจึงยอมให้เขาลูบหลังต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางดูดซับพลังงานที่เล็ดลอดออกมาทีละเล็กทีละน้อยอย่างแนบเนียน

“ท่านอ๋องได้เวลาเสด็จเข้าท้องพระโรงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงขันทีคนสนิทดังขึ้นจากหน้าประตูอย่างหวาดๆ

จ้าวเย่าเหยียนถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะอุ้มข้าขึ้นจากอกแล้ววางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล “ข้าจะไปแล้ว เจ้าอยู่ในห้องอย่างสงบเสงี่ยมล่ะ”

ข้าเพียงแค่สะบัดหางใส่เขาเป็นคำตอบ และเมื่อเขาหันหลังเดินจากไป ข้าก็กระโดดลงจากเตียงแล้วเริ่มการสำรวจจวนอ๋องประจำวันของข้าทันที

จวนชินอ๋องนั้นงดงามและซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด มีสวนหิน สระบัว และศาลาริมน้ำหลายแห่ง ข้าเดินทอดน่องไปตามทางเดินหินอ่อนอย่างสบายอารมณ์ สลับกับการฟังเสียงพูดคุยของเหล่าบ่าวไพร่ที่ดังแว่วมาเป็นระยะ ทุกคนล้วนแต่กล่าวขวัญถึงความโหดเหี้ยมของเจ้านายตนเองและหวาดกลัวแมวตัวโปรดของเขา ซึ่งนั่นก็คือข้าเอง

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการอาบแดดอ่อนๆ อยู่บนกิ่งหลิวริมสระ ข้าก็ได้กลิ่นหอมประหลาดโชยมาตามลม เป็นกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวานจนเกินจริง หวานจนเลี่ยน และภายใต้กลิ่นหอมนั้นข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจอีกตนหนึ่ง

กลิ่นอายที่อ่อนด้อยกว่าข้ามาก แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์และมุ่งร้าย

สัญชาตญาณของข้าตื่นตัวในทันที ข้ากระโจนลงจากกิ่งไม้แล้วย่องตามกลิ่นนั้นไปอย่างเงียบเชียบ แหล่งที่มาของกลิ่นนำข้าไปยังเรือนรับรองแขก ที่นั่นข้าเห็นสตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีชมพูอ่อนหวานกำลังสนทนาอยู่กับหัวหน้าแม่บ้านด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางมีรูปโฉมงดงามหมดจด กิริยาท่าทางดูสง่างามราวกับคุณหนูในห้องหอ แต่ดวงตาของนางกลับมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่บางอย่างที่ไม่ใช่ของมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด

“ท่านแม่นมโปรดวางใจ ข้าเพียงมาเยี่ยมเยียนท่านอ๋องในฐานะสหายเก่าเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง” น้ำเสียงของนางหวานใสราวกับน้ำผึ้ง

“คุณหนูเสิ่นช่างถ่อมตนนัก เชิญท่านพักผ่อนให้สบายเถิดเพคะ เดี๋ยวบ่าวจะไปเรียนให้ท่านอ๋องทรงทราบ” หัวหน้าแม่บ้านกล่าวอย่างนอบน้อม

คุณหนูเสิ่น เสิ่นหยาหนิง บุตรีของเสนาบดีกรมพิธีการอย่างนั้นรึ ข้าเคยได้ยินพวกนางกำนัลพูดถึงนางอยู่บ้าง ว่ากันว่าเป็นคู่หมายที่ไทเฮาทรงตั้งพระทัยจะพระราชทานสมรสให้แก่จ้าวเย่าเหยียน

แต่ข้ารู้ ข้ารู้ได้ในทันทีว่าสตรีนางนี้ไม่ใช่เสิ่นหยาหนิงตัวจริง จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนั้นคือปีศาจจิ้งจอก กลิ่นอายของมันแม้จะถูกอำพรางไว้ด้วยกลิ่นกายของมนุษย์และเครื่องหอมชั้นดี แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสัมผัสของข้าไปได้

ดูท่าแหล่งอาหารชั้นเลิศของข้ากำลังจะมีแมลงวันน่ารำคาญมาตอมเสียแล้ว

ความรู้สึกหวงแหนและไม่พอใจพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ข้าส่งเสียงขู่ในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินจากไปอย่างเงียบงัน ข้าต้องรีบกลับไปหา ‘เจ้าของ’ ของข้า อาณาเขตของข้ากำลังถูกรุกล้ำ ข้าจะยอมให้จิ้งจอกหน้าโง่ตัวไหนมาแย่งชิงแหล่งพลังงานของข้าไปไม่ได้เด็ดขาด

ค่ำคืนนั้น จ้าวเย่าเหยียนกลับมายังห้องนอนด้วยสภาพอิดโรยกว่าทุกวัน รังสีอำมหิตที่กัดกินร่างของเขาดูจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เขานั่งลงบนขอบเตียง ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างหงุดหงิด แล้วยกมือกุมขมับของตนเอง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ข้าเห็นเส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆ และสัมผัสได้ถึงพลังหยางที่กำลังเดือดพล่านปั่นป่วนอยู่ภายในร่างกายราวกับพายุคลั่ง นี่คือผลข้างเคียงของการมีปราณสังหารที่เข้มข้นจนเกินไป ซึ่งมันกำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

ข้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนหนึ่งในใจร้องบอกให้รีบเข้าไปดูดซับพลังงานที่กำลังรั่วไหลออกมาอย่างมากมายมหาศาลนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งกลับรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

สุดท้าย สัญชาตญาณของปีศาจก็เป็นฝ่ายชนะ ข้ากระโดดขึ้นไปบนเตียงอย่างแผ่วเบาแล้วเดินเข้าไปคลอเคลียที่ข้างกายของเขา

จ้าวเย่าเหยียนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่ม เขาค่อยๆ ลดมือลงแล้วหันมามองข้า นัยน์ตาสีนิลของเขาวูบไหวราวกับมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ภายใน “เจ้ายังไม่นอนอีกรึ”

ข้าไม่ตอบ ทำเพียงแค่เอาหัวถูไถกับมือของเขาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่ข้ายอมเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนในตอนพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเช่นนี้

เขามองข้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวข้าขึ้นมาวางบนตัก มือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของข้าอย่างเชื่องช้า ไอเย็นจากฝ่ามือของเขาช่วยให้ข้ารู้สึกสบายตัว แต่สำหรับเขาแล้ว ความร้อนรุ่มภายในกายคงยังคงไม่ทุเลาลง

ข้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ปกติจะไม่ทำ ข้าร้อง ‘เหมียว’ ออกมาเบาๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปเลียที่ปลายนิ้วของเขาอย่างแผ่วเบา

การกระทำของข้าดูเหมือนจะได้ผล จ้าวเย่าเหยียนชะงักไปอีกครั้ง ร่างกายที่เคยเกร็งแน่นของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาเป็นปกติ เขาทอดมองข้าด้วยสายตาที่ซับซ้อนและยากที่จะคาดเดา

“มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ช่วยข้าได้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

ข้าเอนตัวซบลงบนตักของเขา หลับตาลงแล้วเริ่มทำในสิ่งที่ข้าถนัดที่สุด นั่นคือการดูดซับพลังงานส่วนเกินที่กำลังทำร้ายเขาอย่างเงียบๆ กระแสพลังที่รุนแรงและป่าเถื่อนไหลเข้าสู่ร่างของข้า เปลี่ยนเป็นตบะบำเพ็ญเพียรของข้าเอง มันเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังและน่าอภิรมย์อย่างยิ่ง

ทว่าในขณะเดียวกัน ข้าก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดทรมานของเขาที่ค่อยๆ บรรเทาลงไปพร้อมๆ กัน ความสงบสุขกลับคืนสู่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง

เรานั่งกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งพลังงานในกายของเขากลับสู่ความสมดุล จ้าวเย่าเหยียนเอนกายพิงหัวเตียง หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แต่ยังคงกอดข้าไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น

ข้าซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกอุ่นของเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด

ข้าบอกกับตัวเองว่านี่เป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงพึ่งพาอาศัยกันเท่านั้น เขาต้องการข้าเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด และข้าก็ต้องการเขาเพื่อเพิ่มพูนพลัง มันเป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น

แต่ลึกลงไปในใจข้าไม่แน่ใจนักว่าตนเองจะสามารถรักษากำแพงที่สร้างขึ้นมาไว้ได้นานเพียงใด เมื่อปลายนิ้วของเขาเริ่มลูบไล้ขนของข้าอย่างเผลอไผลในยามหลับใหล ข้าก็ทำได้เพียงแค่ส่งเสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจออกมาเท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel