Chapter 5
เด็กพวกนี้ได้รับสิทธิพิเศษจากอธิบดีชาแห่งวิทยาลัยหว่านเก๋อกู้แห่งนี้ และนี้ยิ่งทำให้ซูซีหรานและพวกพ้องของเธอได้ใจยิ่งนัก นอกจากนี้แล้วอธิบดีชายังคงหลับหูหลับตายกยอปอปั้น เอาอกเอาใจบรรดานักเรียนลูกหลานเศรษฐีทั้งหลายเหล่านี้
นั้นก็เพราะครอบครัวของซูซีหรานเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไว้ในมือ และเขาเองก็อดจะเห็นแก่เงินบริจาคที่มากโขในแต่ละปี ที่ทางวิทยาลัยได้รับจากการสนับสนุนของผู้ปกครองเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้นั้นเอง
แมรี่จางเป็นตัวเลือกและเป้าหมายที่ดี ที่จะโดนกลั่นแกล้งจากเด็กกลุ่มนั้น นั้นเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า แมรี่จางไม่มีผู้ปกครองที่แท้จริง คอยคุ้มครองดูแล จึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าทำขวัญเพื่อปิดปากใคร
สาวน้อยแมรี่จางมักจะโดนหมายหัวและถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ เธอเคยโดนกลั่นแกล้งร้ายแรงที่สุดที่เคยเจอมาก็คือ ในเวลาพักกลางวันเหล่านักศึกษาจะไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร เหล่าสมุนของซูซีหรานแกล้งเดินเซ และชนเข้าอย่างจังกับแมรี่จางที่กำลังเดินถือถาดอาหารมา จนตัวเธอเองล้มลงและจังหวะเดียวกันกับถาดอาหารที่อยู่ในมือ หกระเนระนาดทุกอย่างราดรดบนตัวเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ท่ามกลางสายตาของฝูงชนมากมายที่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งเนื้อทั้งตัวของแมรี่จางเต็มไปด้วยอาหาร และโทรศัพท์มือถือของเธอก็โดนเหยียบจนแตกกระจายอยู่ข้างๆ ด้วยความตั้งใจอย่างเห็นได้ชัดของคนกลุ่มนั้น คนอื่น ๆ บางคนก็ไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
แค่หันมองเพียงชั่วครู่แล้วเมินหน้ากลับไปทำเหมือนนี่เป็นเรื่องปกติ บ้างก็มองด้วยความสงสารแต่ก็ไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าตนเองอาจจะโดนลูกหลงและถูกเล่นงานไปด้วย สุดท้ายก็ไม่มีใครเลยกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
"หึ! ก็คงเพราะความเบื่อหน่ายของเจ้าพวกเด็กที่ครอบครัวมีอันจะกินนั้นละมัง ถึงต้องสรรหาสารพัดวิธีแก้เบื่อเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น อดทนไว้นะตัวเรา เดี๋ยวก็เรียนจบแล้ว" แมรี่จางคิดแต่ก็ไม่ได้ปลดปล่อยความคิดออกมาเป็นคำพูดให้ใครรับรู้
เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนกลางฝ่ามือของตัวเอง เธอยังคงเก็บถ้อยคำ และทำตัวเงียบสงบเหมือนเช่นเคย
แมรี่จาง เธอเป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างเล็กและบอบบางแลดูน่าทะนุถนอมยิ่งนัก นี่อาจจะพาให้เธอแลดูอ่อนแอไปบ้าง แต่จิตใจของเธอนั้นเข้มแข็งและกล้าหาญเกินกว่าที่ใครจะคิดได้เชียว เดิมทีมันเป็นเรื่องน่าหดหู่และน่ารำคาญสำหรับเธอไม่ใช่น้อย ที่ต้องมาเจอกับเจ้ากลุ่มอันธพาลพวกนี้ แต่ตอนนี้เธอพยายามสร้างความแกร่งในจิตใจของตนเอง ให้รู้สึกชาชินกับวิถีชีวิตอันป่าเถื่อนของพวกลูกผู้มีอันจะกินนี้แล้ว เป้าหมายของเธอคือเรียนให้จบเพื่อชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า
แมรี่จางมักจะโดนกลั่นแกล้งต่อหน้าผู้คนมากมาย เพื่อให้เธออับอายในทุกวิธีการที่เด็กร่ำรวยพวกนี้จะสรรหามาคิดได้ และแน่ละ ซูซีหรานจะยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เห็นแมรี่จางเจ็บปวด
แม้แมรี่จางจะโดนรังแกโดยสารพัดวิธีแต่เธอก็ไม่เคยนำเรื่องที่เธอเองก็คิดว่ามันไร้สาระพวกนี้ ไปรบกวนซิสเตอร์มารีอาเลยสักครั้ง นั้นเพราะเธอ ไม่อยากเห็นคนที่เธอรักต้องเกิดความทุกข์ใจเพียงเพราะเป็นห่วงเป็นใยเธอนั้นเอง
แต่ครั้งนี้ แตกต่างออกไป ความอดทนอดกลั้นอย่างดีของแมรี่จางถูกทำลายลง นั้นเพราะล็อคเกอร์ของเธอถูกเปิดออก หนังสือเรียนและของส่วนตัวของเธอที่เคยเก็บไว้อย่างดีในนั้นล้วนหายเกลี้ยงและถูกแทนที่ด้วยขยะปฏิกูลที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง จนต้องเบือนหน้าหนี
อ่า~~~แน่นอนละว่า ขนมพุดดิ้งที่เธออุตส่าห์เก็บไว้อย่างดีในล็อคเกอร์ เพื่อเป็นของฝากสำหรับเจ้าเหมียวลีออนของเธอนั้น ก็โดนบดขยี้จนแหลกเหลว ไม่เหลือเค้าของความเป็นพุดดิ้งเลยแม้แต่น้อย
เธอมองมันด้วยแววตาแดงก่ำเศร้าสร้อย น้ำใสๆเอ่อล้นขึ้นรอบดวงตาคู่สวยของเธอ แต่เธอกักมันเอาไว้และบังคับมันไม่ให้ไหลออกมาได้แม้แต่หยดเดียว ด้วยขนตาที่หนาเป็นแพงามของเธอ
"ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!! " มีเสียงดังขึ้นในหัวของแมรี่จาง เธอเม้มปากของเธอจนเห็นเป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว แต่แล้วความคิดขัดแย้งก็เกิดขึ้นมาในห้วงสำนึกของเธอ
"แล้วยังงัยละ... ฉันจะไปมีปัญญาสู้รบปรบมืออะไรกับใครได้ ในเมื่อฉันเองยังต้องหวังพึ่งพาวุฒิบัตรของวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อเป็นใบเบิกทางให้ตัวเองในอนาคต ...ฉันต้องทนสิ ทนอีกนิด อดทนไว้นะตัวเรา"
เธอได้แต่คิดและตอบกลับความคิดของเธอเองคนเดียวอย่างเงียบๆ
แมรี่จางเดินก้มหน้ากลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนด้วยความหดหู่ เธอถอนหายใจยาวเพื่อขับไล่อารมณ์ขุ่นมัวของเธอให้จางลง แต่ถึงกระนั้นความโกรธที่ถูกกลั่นแกล้งในวันนี้ก็ยังคงมีผลกับอารมณ์ส่วนใหญ่ของเธอ แมรี่จางไม่มีสมาธิในการเรียนวันนี้เลย แม้แต่จะเงยหน้ามองอาจารย์ที่สอนวิชาที่เธอชอบที่สุดเลยด้วยซ้ำ และเป็นแบบนี้จนหมดชั่วโมงเรียน
