บทที่ 2
หมอบอกฉันว่า เนื้องอกในสมองของฉันจะต้องได้รับการผ่าตัดทันที
ตอนนี้คือปวดหัวจนหมดสติ และอีกไม่นานก็จะไปกดทับเส้นประสาทตาทำให้ตาบอด
ฉันได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล
ก่อนจะพยักหน้า
“ได้ค่ะ ฉันจะเข้ารับการผ่าตัด”
คุณหมอก็ถอนหายใจ
“แม้การผ่าตัดนี้อาจจะทำให้คุณสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน แต่การมีชีวิตอยู่ก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้มากขึ้น”
ครั้งหนึ่ง ฉันเคยไม่อยากละทิ้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตทั้งหมด
ฉันเคยคิดว่ามีแต่จำได้เท่านั้นถึงจะพิสูจน์ได้ว่าฉันเคยผ่านมาก่อน
แต่ ลี่เย่าสามารถนำความทรงจำระหว่างฉันกับเขามาเป็นมีดตัดอดีตของฉันกับเขาออกไป
ดูเหมือนเหตุผลที่ฉันจะจมอยู่กับอดีตก็ลดน้อยลงไปแล้ว
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการมีชีวิตอยู่
หลังจากคอนเฟิร์มแผนการผ่าตัดแล้ว ปัญหาเพียงอย่างเดียวคือเงิน
ฉันเป็นเด็กกำพร้า ดังนั้นเมื่อฉันโตขึ้น ฉันจึงพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน ฉันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองหลังหนึ่ง
ทรัพย์สินเดียวที่ฉันมีเพียงหนึ่งเดียวก็คือบ้านที่ลี่เย่ากับแฟนใหม่ของเขาอาศัยอยู่
ฉันจึงเสนอที่จะปล่อยเช่าให้เขา เช่นนี้ฉันก็จะมีรายได้ที่มั่นคง ประคับประคองชีวิตให้อยู่รอดต่อไปได้
นั่งหน้าโรงพยาบาล ในขณะที่กำลังค้นหาอย่างบ้าคลั่งว่าใครจะสามารถให้ฉันยืมเงินได้บ้าง
ขายาวสองข้างปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน ฉันแหงนหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นลี่เย่า
ฉันลุกขึ้นคิดจะเดินจากไป แต่เขากลับพูดขึ้นมาเสียก่อน
“เธอป่วยเหรอ?”
“ไม่ บริษัทจัดให้มีการตรวจร่างกายเท่านั้นแหละ”
เขาจ้องมองฉันด้วยความสงสัย สายตาก็ยังมีความเป็นห่วงอยู่บ้าง
แต่ฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องพวกนี้อีกต่อไป
ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายลี่เย่ากลับเอ่ยขึ้นมา
“อาเย่า คุณหลินมองก็รู้ว่าสุขภาพแข็งแรงดี ไม่เหมือนฉันที่เผลอหน่อยก็เป็นหวัดแล้ว แต่วันนี้นายจะมาเป็นเพื่อนฉันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เมื่อวานใครให้นายบอกให้ฉันสวมชุดน้อยชิ้นขนาดนั้น”
พูดไปก็มองมาที่ฉันอย่างยั่วยุ
กำลังแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนั้นหรือ
ฉันไม่อยากยุ่งกับพวกเขา ก็ได้แต่พยักหน้าก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
แค่ศีรษะปวดแสนสาหัสทำให้ร่างกายของฉันสั่นอย่างรุนแรง
คิดไม่ถึงว่า ผู้หญิงคนนั้นจะยื่นมือออกมาดึงฉัน ฉันสะบัดแขนโดยอัตโนมัติทันที
เธอล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ศีรษะที่เดิมทีก็ปวดหัวอยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งปวดขึ้นไปอีก
ลูกไม้เดิม ๆ มีมานานหลายปีแล้ว ไม่คิดจะหาลูกไม้ใหม่ ๆ บ้างเลยหรือไงกัน
เมื่อฉันเห็นเธอนั่งอยู่บนพื้นโดยไม่ลืมรักษาท่าทางยั่วยวน ฉันก็เลิกคิ้วขึ้น
ไปเอาคนที่มีความสามารถพิเศษมาจากไหน?
ลี่เย่าดึงหญิงสาวที่ล้มลงพื้นให้เข้ามาในอ้อมแขนของเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“หลินน่า เธอทำแบบนี้จะเกินไปหน่อยแล้วนะ”
“อาเย่า อย่าพูดแบบนั้นกับคุณหลินสิคะ เธออาจจะไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่อยากชวนเธอมากินข้าวเย็นด้วยกันเท่านั้น”
“หลินน่า ขอโทษโยวโยวซะ”
ศีรษะของฉันปวดอย่างรุนแรงจนคิดอะไรไม่ออก แต่ฉันไม่อยากขอโทษผู้หญิงคนนี้
“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย” ความเจ็บปวดทำให้ฉันควบคุมอารมณ์ไม่ได้ น้ำเสียงของฉันก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
ลี่เย่าดูเหมือนจะไม่พอใจกับท่าทีของฉัน สีหน้าพลันมืดทะมึน
“อาเย่า ช่างมันเถอะ คุณหลินอาจจะกลัวต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น”
ไม่ช้า การโต้เถียงของเราก็ดึงดูดผู้คนไม่น้อยเดินเข้ามาดู
เมื่อโยวโยวเห็นคนมามากขึ้น น้ำเสียงก็ดังขึ้น
“เพราะถึงอย่างไร”
“คุณหลินคิดจะเอาบ้านที่ซื้อกับนายสองคนมาเป็นของตัวเอง เธอคิดจะขาย และยังจะให้นายเป็นคนเช่าอีก”
“หญิงสาวหน้าตาดีอายุน้อยอย่างคุณหลินอาจจะมีเรื่องให้ต้องจ่ายเงินมากมาย”
พูดสองสามประโยคก็ทำเอาฉันกลายเป็นคนหน้าเงิน คนมามุงก็พากันชี้นิ้วมาที่ฉันเช่นกัน
“เธอดูใสซื่อไร้เดียงสา ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงที่คบกับผู้ชายเพื่อเงิน”
“ดูเหมือนว่าตอนนี้ตีคนแล้วแถมยังไม่ยอมรับผิด”
ฉันมองลี่เย่า เขาไม่คิดที่จะอธิบายแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านหรือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสตรงสมองเกือบจะทำให้ฉันหมดสติ
“ขอโทษ” ฉันกัดฟันพูด
“ได้หรือยัง” ฉันมองลี่เย่า เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องฉันอย่างเดียว เหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยฉันอย่างไรอย่างนั้น
โยวโยวที่อยู่ด้านข้างก็รีบเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเราสองคน กุมหน้าผากแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“อาเย่า ฉันปวดหัว ไปหาหมอก่อนเถอะ”
ลี่เย่าถูกเธอผลักเข้าไปในโรงพยาบาล ฉันก็พิงกำแพงค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงไป
ทันใดนั้น จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยมาก ๆ บางทีการลืมอาจจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดก็เป็นได้
