บทที่ 1 : กรงทองของราชสีห์
บทที่ 1 : กรงทองของราชสีห์
รถยนต์ลีมูซีนคันหรูสีดำมันปลาบแล่นฝ่าความมืดของค่ำคืนเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังมหึมา ประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรเปิดออกต้อนรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ชายชุดดำนับสิบคนที่ยืนรออยู่ก็ก้มศีรษะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
"ยินดีต้อนรับครับนาย"
เสียงห้าวทรงพลังดังขึ้นพร้อมกันจน 'เจ้าขา' สะดุ้งโหยง ร่างเล็กหดตัวลีบติดเบาะรถด้วยความหวาดกลัว เธอเพิ่งรู้ซึ้งเดี๋ยวนี้เองว่า... เพื่อนสนิทของพ่อเธอไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดา แต่เขาคือผู้มีอิทธิพลระดับที่คนทั่วไปไม่ควรเฉียดเข้าใกล้
ประตูรถถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดหน้าบาก 'สงคราม' ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาขยับสูทให้เข้าที่เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองเด็กสาวที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในรถ
"จะนอนในรถหรือไง ลงมา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจทำให้เจ้าขารีบตะเกียกตะกายลงจากรถแทบไม่ทัน ขาสั้นๆ ภายใต้กระโปรงชุดกระโปรงสีดำก้าวตามขายาวๆ ของคนตัวโตกว่าอย่างทุลักทุเล
ภายในโถงบ้านกว้างใหญ่โอ่อ่าราวกับพระราชวัง พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบสะท้อนเงาของโคมไฟระย้าราคาแพงระยับ แต่มันกลับดูเงียบเหงาและน่าเกรงขามจนไม่กล้าหายใจแรง
"ป้าแก้ว" สงครามเอ่ยเรียกแม่บ้านเก่าแก่
"ค่ะ คุณคราม"
"พาเด็กนี่ไปที่ห้องพัก ปีกตึกฝั่งตะวันตก... แล้วบอกกฎระเบียบของบ้านให้เข้าใจด้วย ฉันจะขึ้นไปทำงาน ห้ามใครรบกวน"
สั่งจบ ร่างสูงก็เดินขึ้นบันไดวนไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองเด็กสาวที่ยืนเคว้งคว้างแม้แต่น้อย ทิ้งให้เจ้าขามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยความรู้สึกวูบโหวง
เขาดู... ไม่ต้อนรับเธอเลยสักนิด
. .
02.00 น.
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังงาม เจ้าขาพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่นุ่มสบายราวกับปุยเมฆ แต่เธอกลับข่มตาหลับไม่ลง
ภาพงานศพของพ่อ... สายตาเย็นชาของคุณอาคราม... และความแปลกที่ ทำให้ความหิวเริ่มก่อตัวขึ้น ท้องเจ้ากรรมร้องประท้วงเสียงดังจนต้องลุกขึ้นนั่ง
"หิวน้ำจัง..."
เด็กสาวตัดสินใจลุกจากเตียง ร่างเล็กในชุดนอนเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่ยืมมาจากแม่บ้าน (เพราะกระเป๋าเสื้อผ้าเธอยังจัดไม่เสร็จ) ยาวลงมาปิดเกือบถึงเข่า อวดเรียวขาขาวเนียนภายใต้แสงจันทร์สลัว
เจ้าขาค่อยๆ ย่องออกจากห้อง พยายามเดินให้เบาที่สุดเพื่อลงไปหาน้ำดื่มในครัว แต่ด้วยความที่บ้านหลังใหญ่เกินไป และเธอเองก็จำทางไม่ได้ แทนที่จะเลี้ยวไปทางห้องครัว เธอกลับเดินหลงขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของบ้าน... อาณาเขตส่วนตัวของสงคราม
"ทำไมทางมันซับซ้อนแบบนี้นะ"
เสียงหวานบ่นงุ้งงิ้ง มือเรียวคลำหาทางไปตามผนัง จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าห้องห้องหนึ่ง ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย มีแสงไฟสีส้มสลัวลอดออกมา
ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นห้องนั่งเล่นรวม เจ้าขาจึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป
"ใครอนุญาตให้เข้ามา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากมุมมืด ทำเอาเจ้าขาชะงักกึก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม!
แสงไฟในห้องสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นเจ้าของห้อง... 'สงคราม' ในสภาพที่ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ... ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วน หยดน้ำเกาะพราวตามแผงอกกว้างและลอนกล้ามหน้าท้อง (Six Pack) ที่เรียงตัวสวย มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผมสีดำขลับเปียกชื้นลู่ไปกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูหงุดหงิดเต็มประดา
"อะ... อาคราม!"
เจ้าขายกมือปิดตาด้วยความตกใจ แต่ก็แอบกางนิ้วออกดูภาพตรงหน้าจนแก้มใสแดงซ่านลามไปถึงใบหู
สงครามสาวเท้าเข้ามาหาผู้บุกรุกตัวจ้อย รัศมีกดดันแผ่ออกมาจากตัวเขาจนเจ้าขาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ
"ฉันถามว่าเข้ามาทำไม"
เขาเท้าแขนข้างหนึ่งกับผนัง กักขังร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน สายตาคมกริบกวาดมองเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า... เสื้อยืดตัวใหญ่ที่คอกว้างจนไหล่ตกเผยให้เห็นผิวขาวจัดตัดกับความมืด และเรียวขาเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมา
สายตาของมาเฟียหนุ่มเข้มขึ้นวูบหนึ่ง... ก่อนจะรีบแปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน
"หนู... หนูหลงทางค่ะ หนูหิวน้ำ" เจ้าขาตอบเสียงสั่น ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาเขา
"หลงทางขึ้นมาถึงห้องนอนฉันเนี่ยนะ?" สงครามแค่นหัวเราะในลำคอ โน้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มป่องๆ ของเธอ "หรือคิดจะใช้วิธีตื้นๆ มาอ่อยฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่น?"
"เปล่านะคะ! หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" เด็กสาวรีบปฏิเสธน้ำตาคลอเบ้า ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก
สงครามมองดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นแล้วชะงัก ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาจางๆ เขาถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะผละตัวออกมาเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
"ฟังนะ... เจ้าขา" เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อยู่ที่นี่... มีกฎเหล็ก 3 ข้อที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจ"
นิ้วเรียวยาวเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา
"ข้อ 1... ห้ามเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของฉัน" "ข้อ 2... ห้ามขึ้นมาบนชั้นนี้เด็ดขาด ถ้าฉันไม่อนุญาต" "และข้อ 3... ห้ามทำตัว 'น่ารำคาญ' หรือ 'น่ากิน' ไปมากกว่านี้"
ประโยคสุดท้ายเขาเบาเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ ข้างหูเล็ก
"เพราะถ้าเธอดื้อ... ฉันจะมีบทลงโทษแบบที่เด็กอย่างเธอคาดไม่ถึง เข้าใจไหม?"
เจ้าขาพยักหน้ารัวๆ ด้วยความกลัว ปากสั่นระริกเอ่ยตอบรับ
"ขะ... เข้าใจค่ะ... อาครามเจ้าขา"
คำว่า 'เจ้าขา' ที่ต่อท้ายชื่อเขา... เหมือนค้อนปอนด์ทุบเข้ากลางใจคนฟัง
สงครามชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ อ้อนเรียกชื่อตัวเองแบบนั้น
...ฉิบหายแล้วไอ้คราม...
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาผละตัวออกจากเด็กสาวทันทีราวกับต้องของร้อน แล้วหันหลังให้
"ออกไป... กลับห้องเธอไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ"
เจ้าขาไม่รอให้เขาไล่ซ้ำ รีบวิ่งแน่บออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว ทิ้งให้เจ้าของห้องยืนเสยผมเปียกๆ ของตัวเองอย่างหัวเสีย
สงครามเดินไปหยิบบุหรี่ที่หัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ มือหนาสั่นเล็กน้อยขณะมองไปที่ประตูที่เพิ่งปิดลง
"ฝากลูกไว้กับเสือชัดๆ ... ไอ้เพื่อนเวร"
เขาพ่นควันสีขาวออกมา พลางนึกถึงผิวขาวๆ และกลิ่นแป้งเด็กที่ยังติดจมูก
ดูท่าว่าการเลี้ยงเด็กคนนี้... จะยากกว่าการล้มล้างแก๊งคู่อริซะแล้ว
