บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เจิ้นเป่ยอ๋องผู้เย็นชา

บทที่ 3

เจิ้นเป่ยอ๋องผู้เย็นชา

ยามรุ่งอรุณหิมะโปรยปรายขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งจวน ความหนาวเย็นแทรกซึมผ่านประตูหน้าต่างเข้ามาจนทำให้ลมหายใจของผู้คนเป็นไอขาว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ที่เว่ยหว่านหนิงก้าวออกจากห้องนอน ร่างบางสวมอาภรณ์หนาหนักสีอ่อนเดินอย่างเงียบงันตามโถงทางเดินยาวที่ทอดตรงไปยังห้องอาหาร

เสียงรองเท้าสัมผัสกับพื้นหินเย็นเยียบดังแผ่วเบาโดยมีลั่วชิงเดินตามอย่างระมัดระวัง ระหว่างทางนัยน์ตาคู่สวยของเว่ยหว่านหนิงกวาดมองรอบด้าน พลันพบว่าบรรยากาศในจวนนั้นเงียบเหงาเกินคาด สวนกว้างและเรือนต่าง ๆ ดูว่างเปล่า มีบ่าวเพียงหยิบมือที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเงียบเชียบ ทว่าในทุกมุมกลับเต็มไปด้วยทหารในชุดเกราะยืนเฝ้าและเดินตรวจตราไม่หยุดยั้งราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จวนอ๋องแต่เป็นค่ายทหารใหญ่กลางชายแดน

สายลมหนาวพัดผ่านพาเกล็ดหิมะปลิวเข้ามาในโถงเว่ยหว่านหนิงชะงักไปชั่วครู่พลันนึกถึงถ้อยคำในนิยาย

เซียวอวี้หาน เจิ้นเป่ยอ๋องผู้ปกครองชายแดนทางเหนือผู้มีนิสัยเหี้ยมโหดสังหารคนอย่างไร้ปรานี บุรุษอัปลักษณ์ที่สตรีทั่วทั้งแคว้นต่างหวาดกลัว ทว่าในนิยายไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุที่เขาและเว่ยหว่านหนิงลงเอยแต่งงานกัน กลับบรรยายเพียงว่าทั้งสองได้ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนบางอย่างเท่านั้น

“พระชายาตอนนี้ท่านอ๋องประทับอยู่ด้านในแล้วเพคะ”

เสียงของลั่วชิงแผ่วเบาแต่ก็ปลุกเว่ยหว่านหนิงตื่นจากภวังค์ หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ พยายามเก็บซ่อนความประหม่าไว้ก่อนจะก้าวผ่านบานประตูเข้าไปด้านในห้อง

บรรยากาศภายในเงียบสงัดมีเพียงเสียงไม้ฟืนแตกดังเปรี๊ยะในเตาไฟกลางห้องที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บ นัยน์ตาของเว่ยหว่านหนิงตกกระทบเข้ากับร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหน้า เขาสวมอาภรณ์ทหารสีดำเข้มร่างสูงใหญ่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ทว่ากลับสวมหน้ากากครึ่งเสี้ยวสีเงินปกปิดครึ่งใบหน้าเหลือเพียงดวงตาคมกริบที่เย็นเยียบราวกับคมดาบจ้องตรงมา

เขาคือเจิ้นเป่ยอ๋องเซียวอวี้หาน สามีของเว่ยหว่านหนิงสินะ

เว่ยหว่านหนิงรู้สึกถึงความกดดันที่โถมใส่ทันทีที่สายตาของเขาสบกับนาง แววตาคู่นั้นไร้ความรู้สึกประหนึ่งมองเพียงสิ่งของไม่ใช่มนุษย์ผู้มีชีวิต หญิงสาวพยายามทรงกายให้นิ่งก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา

“ได้ยินว่าเจ้าเกิดอุบัติเหตุจนสูญเสียความทรงจำ”

ในที่สุดเสียงทุ้มต่ำเย็นชาไร้แววห่วงใยก็ดังขึ้น ทำให้บรรยากาศรอบกายเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเกล็ดหิมะที่ร่วงโปรย เว่ยหว่านหนิงหลุบตาลงต่ำสูดลมหายใจกลืนความหวั่นไหวในใจก่อนเอ่ยตอบเสียงเบา

“เพคะ หม่อมฉันจำสิ่งใดไม่ได้เลย”

สิ้นคำนัยน์ตาคมของเซียวอวี้หานก็หันมาสบกับใบหน้าหญิงสาว สายตาเย็นเยียบของชายหนุ่มยามจับจ้องภรรยาให้ความรู้สึกราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ ความเงียบกดทับในอากาศหนักอึ้งขึ้น ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของเขาจะดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่แทบไม่ปรากฏ

“นี่ไม่ใช่เรื่องโกหกที่เจ้าจงใจสร้างขึ้นใช่หรือไม่”

หัวใจเว่ยหว่านหนิงกระตุกวูบความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่างเพราะกลัวว่าบุรุษตรงหน้าจะรู้เรื่องที่ตนแสร้งสูญเสียความทรงจำ แต่ทว่าใบหน้างามยังคงแสร้งแสดงสีหน้าขุ่นเคือง นัยน์ตาคู่สวยไหววูบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก

“หม่อมฉันจะโกหกว่าตนเองเสียความทรงจำไปเพื่อสิ่งใดกัน”

ดวงตาคมเข้มยังคงจ้องมองอย่างจับผิด ครู่หนึ่งริมฝีปากของเขาก็เอ่ยถ้อยคำเรียบเย็นแต่บาดลึก

“นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าแกล้งป่วยเพื่อหลีกเลี่ยงข้าเสียหน่อย”

เว่ยหว่านหนิงนิ่งชะงักไปทันที นางเผลอหันไปมองหน้าสามีด้วยความตกตะลึงแต่สิ่งที่เห็นคือเพียงใบหน้าครึ่งเสี้ยวใต้หน้ากากเงินที่เรียบเฉยราวกับคำพูดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องปกติที่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแปลกใจอะไร

เซียวอวี้หานคีบอาหารเข้าปากต่ออย่างสงบเย็นดั่งมิได้พูดเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับตน ส่วนเว่ยหว่านหนิงนั้นได้แต่นั่งนิ่ง มือบางกำตะเกียบแน่นเพราะไม่รู้เลยว่าแท้จริงบุรุษตรงหน้านี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่

บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยสำรับร้อน ๆ บรรยากาศกลับเงียบงันเยือกเย็นไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบชามเบา ๆ ดังขึ้นประปราย ไม่นานนักเซียวอวี้หานก็วางตะเกียบลงอย่างเงียบเชียบก่อนจะเงยสายตาคมเข้มใต้หน้ากากครึ่งเสี้ยวขึ้นสบสตรีตรงหน้า

“เว่ยหว่านหนิงข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะใช้อำนาจและคนของข้าไปแก้แค้นหรือคิดจะสร้างเรื่องอันใด แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะทำตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับข้า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มต่ำจริงจังทำให้บรรยากาศรอบกายเหมือนถูกกดทับให้หนักขึ้นในชั่วขณะ

เว่ยหว่านหนิงที่กำลังคีบอาหารชะงักไปทันที ปลายตะเกียบสั่นเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบสายตาของชายหนุ่มความสงสัยฉายชัดในดวงตาคู่สวยเพราะนางไร้ความทรงจำของร่างเดิมจึงไม่อาจรู้ได้ว่าข้อตกลงนั้นคือสิ่งใด

“คือว่า…อย่างที่ท่านอ๋องรู้หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำไปแล้ว ก็เลยจำอะ....”

ทว่ายังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบประโยคเซียวอวี้หานก็เอ่ยตัดบทขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาราบเรียบเย็นชาดูไร้อารมณ์ประหนึ่งไม่ต้องการฟังเหตุผลใด ๆ

“ข้าจะไปค่ายทหารนอกเมืองเพื่อจัดการเรื่องกองทัพ เมื่อข้ากลับมา ข้าหวังว่าเจ้าจะเตรียมพร้อมร่างกายตนเองให้ดีเพื่อมารับใช้ข้าตามที่เจ้าสัญญาไว้”

ถ้อยคำเฉียบขาดหนักแน่นถูกกล่าวจบพร้อมกับการที่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่างามก้าวย่างออกไปจากห้องโดยไม่คิดหันกลับมามองสตรีบนโต๊ะอาหารแม้เพียงชั่วเสี้ยววินาที

กริ๊ก

ตะเกียบที่คีบอาหารอยู่ในมือของหญิงสาวพลันหลุดร่วงลงกระแทกชามเสียงดัง เว่ยหว่านหนิงนั่งนิ่งราวกับถูกตรึงเอาไว้ความตกใจแล่นวูบทั่วร่าง ใบหน้างามซีดเผือดคำว่า ‘เตรียมพร้อมร่างกายเพื่อรับใช้’ ยังคงสะท้อนก้องในโสตประสาทของนาง

นี่เขาคงไม่ได้หมายถึงให้ข้าเตรียมพร้อมร่างกายเพื่อปรนนิบัติเขาบนเตียงหรอกใช่ไหม?

เว่ยหว่านหนิงเจ้าคิดจะสร้างเรื่องให้ข้าต้องลำบากไปถึงไหนกัน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel