บทที่ 2 ความจำเสื่อม?
บทที่ 2
ความจำเสื่อม?
ภายในห้องนอนเงียบสงัดยามนี้คลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานรักษาที่ถูกจุดไว้บนโต๊ะไม้ บนเตียงไม้เนื้อแข็งที่ปูด้วยผ้าห่มเนื้อดีมีร่างของนายหญิงเจ้าของจวนอ๋องที่สลบไปเพราะความตกใจและตื่นกลัวนอนพักอยู่
ทว่ายามที่หญิงสาวฟื้นคืนสติขึ้นมาคำแรกที่นางเอ่ยออกมากลับทำให้ทุกคนตกตะลึง....
“ข้าจำอะไรไม่ได้เลย พวกเจ้าเหตุใดจึงเรียกข้าว่าพระชายาเล่า?”
สิ้นคำพูดนั้นภายในจวนอ๋องก็เกิดความวุ่นวายขึ้น ท่านหมอที่พึ่งเดินถึงโรงหมอเมื่อครู่ถูกเรียกตัวกลับมาอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจอาการของพระชายาอีกครั้ง เพราะยามนี้นายหญิงของจวนอ๋องกลายเป็นคนไร้ความทรงจำไปแล้ว
เว่ยหว่านหนิงนอนมองชายชราที่กำลังตรวจจับชีพจรของนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพลางกล่าวขอโทษในใจที่ตนแกล้งเป็นคนป่วยที่สูญเสียความทรงจำ ส่วนเหตุผลที่ต้องโกหกเช่นนั้นก็เพราะแม้นางจะรู้เรื่องราวทั้งหมดในนิยายแต่กลับไร้ซึ่งความทรงจำของร่างเดิม ทำให้หว่านหนิงจำหน้าผู้ใดในจวนไม่ได้เลย
การแสร้งสูญเสียความทรงจำคือหนทางรอดเดียวสำหรับสถานการณ์ของนางในตอนนี้....
“พระชายาท่านจำสิ่งใดไม่ได้เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อเห็นหญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ อย่างหมดหนทางพร้อมสีหน้าแสดงออกถึงความว่างเปล่าไร้ความทรงจำใด ๆ ท่านหมอก็ถอนหายใจยาวอย่างรู้ชะตา สายตากวาดมองบาดแผลที่ศีรษะซึ่งพันด้วยผ้าขาวอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแฝงความกังวลลึก
“เกรงว่าครั้งนี้…พระชายาจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเพราะอุบัติเหตพ่ะย่ะค่ะ”
“สูญเสียความทรงจำ....ถ้าเช่นนั้นท่านหมอสามารถรักษาข้าได้หรือไม่”
“กระหม่อมจะรักษาพระชายาอย่างสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านหมอเอ่ยออกมาน้ำสียงเรียบทว่าสีหน้ากลับแฝงไปด้วยความกังวล เขาโค้งคำนับเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงันทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานสมุนไพรที่ยังคงลอยคลุ้งอยู่ภายในห้อง
“เจ้าชื่ออะไร”
เว่ยหว่านหนิงยันกายขึ้นนั่งพลางเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าแต่กลับแฝงแรงกดดันจนผู้ฟังสะท้าน ร่างบางเอนพิงหัวเตียงดวงตาคู่สวยทอดมองหญิงรับใช้ที่ยืนตัวแข็งอยู่ไม่ห่าง
“บ่าวมีนามว่าลั่วชิงเพคะ” หญิงสาวที่ยืนเฝ้าอยู่รีบโค้งกายตอบ
เว่ยหว่านหนิงพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อน้ำเสียงนิ่งเรียบหากแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“อย่างที่เจ้าได้ยิน ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”
เมื่อได้ฟังคำพูดของคนเบื้องหน้าหัวใจของลั่วชิงก็เต้นโครมคราม แววตาหวาดหวั่นฉายชัดขึ้นในดวงตาของนางอย่างชัดเจน หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นความคิดพรั่งพรูในหัวว่าตนได้ล่วงรู้ความลับสำคัญของผู้เป็นนายและนี่อาจหมายถึงชีวิต ร่างเล็กของนางทรุดฮวบลงทันทีก่อนจะคุกเข่าแนบหน้าลงกับพื้นทั้งตัวสั่นระริก
“พระชายาโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย บ่าวสัญญาว่าจะไม่นำความลับนี้ไปบอกผู้ใดเพคะ”
เสียงร้องขอชีวิตดังสะท้อนอยู่ในห้องเงียบ วินาทีนั้นเว่ยหว่านหนิงชะงักเล็กน้อยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาหญิงสาวมองลั่วชิงที่กำลังสั่นกลัวจนแทบสิ้นสติในใจพลันนึกขึ้นมาอย่างขื่นขม
เว่ยหว่านหนิงต้องร้ายกาจเพียงใดกัน ถึงทำให้ลั่วชิงแสดงท่าทีหวาดกลัวถึงเพียงนี้
“วางใจเถอะข้ามิได้ตั้งใจจะปิดบังผู้ใดเรื่องที่ข้าสูญเสียความทรงจำ เจ้าอย่าได้หวั่นเกรงว่าจะถูกกำจัดเพื่อเก็บความลับ ข้าเพียงมีบางอย่างอยากถามเจ้า ตัวข้าแต่งงานกับท่านอ๋องมานานเท่าใดแล้ว”
ลั่วชิงที่ได้ยินคำถามก็ชะงักงันหยุดหายใจไปชั่วครู่ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาจนดูน่าสงสาร ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยตอบน้ำเสียงสั่น
“พระชายาแต่งงานมาอยู่ที่เป่ยหลิงได้สองเดือนแล้วเพคะ”
คำตอบนั้นทำให้เว่ยหว่านหนิงนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของนางหม่นหมองลงเล็กน้อยก่อนยกมือโบกเบา ๆ
“เจ้าออกไปเถิด ข้าอยากอยู่ลำพัง”
“เพคะ” ลั่วชิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอยากลวก ๆ รีบลุกขึ้นก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังก่อนจะเปิดประตูออกไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อประตูปิดลงความเงียบก็กลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง ร่างบางเอนลงนอนบนเตียงดวงตาเหม่อมองเพดานไม้แกะสลักอย่างว่างเปล่า ความอ้างว้างและสิ้นหวังเกาะกินหัวใจ ในหัวของเว่ยหว่านหนิงกำลังทบทวนทุกสิ่งที่ได้ยินจากปากหญิงรับใช้พร้อมเรียบเรียงกับเรื่องราวที่ตนเคยอ่านจากนิยาย
จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปทั้งหมด...
ตอนนี้คือช่วงกลางเรื่องของนิยาย เว่ยหว่านหนิงแต่งงานกับเจิ้นเป่ยอ๋องเพียงเพื่ออาศัยอำนาจของเขาแก้แค้นอดีตคนรักที่หลอกใช้นางและสตรีที่เป็นสาเหตุทำให้ตระกูลเว่ยของนางล่มสลาย แต่อีกเพียงไม่นานแผนการที่เว่ยหว่านหนิงวางไว้จะพังลงอย่างไม่เป็นท่าเพราะเจิ้นเป่ยอ๋องผู้เป็นสามีและที่พึ่งเดียวของนางเสียชีวิตกะทันหัน…
เมื่อไร้คนปกป้องชีวิตของเว่ยหว่านหนิงก็เผชิญความพินาศเพราะกรรมที่นางก่อไว้กับผู้คนมากมายและสุดท้ายก็พบจุดจบที่ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน
“เหตุใดต้องเกิดเรื่องเช่นนี้กับข้าด้วย”
เพราะรู้ดีว่าก่อนที่นางจะมาอยู่ในร่างนี้เจ้าของร่างเดิมได้กระทำเรื่องเลวร้ายกับผู้คนไว้มากมาย ตอนนี้ที่นางยังมีชีวิตรอดนั่นก็เป็นเพราะการปกป้องจากเจิ้นเป่ยอ๋องผู้เป็นสามีเท่านั้น และหากเขาตายเรื่องทุกอย่างคงเป็นไปตามนิยาย ผู้คนมากมายจะเดินทางมาพบเว่ยหว่านหนิงเพราะต้องการแก้แค้น
และแน่นอนว่าคนที่ต้องถูกทรมานนั่นคือนางที่อยู่ในร่างเว่ยหว่านหนิงในยามนี้!
“เหตุใดข้าต้องมารับผลกรรมที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำด้วยเล่า...”
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังความคิดนั้นทำให้หัวใจของเว่ยหว่านหนิงหนาวเยือกราวถูกน้ำแข็งกัดกร่อนจากภายใน หากนางไม่คิดหาวิธีเปลี่ยนจุดจบของตนเองเกรงว่าอนาคตที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้าคงมีแต่ความทุกข์ทรมาน
