ตอนที่ 3 อย่าปล่อยให้บุรุษมาควบคุมชีวิต
นอกจากเขาจะแต่งเซียวเยว่ฟางเข้ามาแล้ว เขายังแต่งฮูหยินรองและแต่งอนุอีกหลายคน เซียวเยว่ฉีแอบสงสัยว่า เขามีหัวมังกรเลี่ยมทองหรืออย่างไร เหตุใดสตรีถึงได้รักได้หลงเขาถึงเพียงนี้กัน
“ใบหย่าข้าวางเอาไว้บนเตียง สมบัติที่ติดตัวข้ามาข้ายกให้” เซียวเยว่ฟางเชิดหน้าเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจอย่างแน่วแน่ พอกันทีกับบุรุษจอมเจ้าชู้และมักมาก
เซียวเยว่ฟางเอ่ยออกมาอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเดินมากอดแขนเซียวเยว่ฉีแล้วพาเดินจากไปทันที มู่เลี่ยงซิ่วยืนตกตะลึงไม่คาดคิดว่า จู่ ๆ นางจะตัดสินใจหย่าขาดแล้วจากไป โดยไม่อาลัยอาวรณ์เขาเลยสักนิด คงต้องเป็นเพราะนางปีศาจเยว่ฉีแน่ ๆ ที่ยุยงให้นางหย่าขาดกับเขา เซียวเยว่ฉีชาตินี้ขอให้เจ้าขึ้นคานไปตลอดชีวิต!
จวนตระกูลเซียว ยามนี้สี่พี่น้องกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เซียวเยว่ซื่อ เซียวเยว่ชิง เซียวเยว่ฟาง คุกเข่าอยู่ต่อหน้าป้ายวิญญาณของบิดาและมารดา ยามนี้พวกนางสำนึกได้แล้วจริง ๆ ว่าการรีบออกเรือนโดยไม่ศึกษาใจคอกันให้ดี จะนำมาซึ่งความทุกข์ตรมอย่างแสนสาหัส
คำพูดของพี่ใหญ่ที่พูดเอาไว้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย บุรุษที่รักเราอย่างแท้จริงนั้นหาได้ยากนัก สตรีที่เกิดมาจากตระกูลพ่อค้า พวกเขาเข้าหาก็เพราะอยากได้เงินไปพยุงฐานะเพียงเท่านั้น พวกนางพบเจอมากับตัวเอง จึงรู้ซึ้งแก่ใจเป็นอย่างดี
เซียวเยว่ฉีไม่ได้มีอคติกับบุรุษในยุคนี้ แต่เท่าที่นางเห็นร้อยทั้งร้อยมองสตรีเป็นเพียงสิ่งบำบัดความใคร่ บุรุษยุคนี้ไม่ชอบสตรีที่เก่งกว่าบุรุษ และไม่ชอบสตรีที่เก่งเรื่องการค้า ใจความหลัก ๆ ก็คือบุรุษต้องอยู่เหนือกว่าสตรี และสตรีจะต้องอยู่ในโอวาทและต้องเชื่อฟัง ดั่งคำสอนที่ว่า สี่คุณธรรมสามคล้อยตาม ซึ่งเซียวเยว่ฉีมองว่ามันไร้สาระสิ้นดี
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ต่อไปพวกข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่และจะไม่ดื้อดึงอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อกล่าวคำมั่นต่อวิญญาณของบิดามารดาเสร็จ เยว่ซื่อ เยว่ชิง เยว่ฟาง ก็ลุกขึ้นมาสวมกอดเยว่ฉีอย่างสำนึกผิด เยว่ฉียิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
“คิดได้ตอนนี้ก็ยังไม่สาย เป็นสตรีหม้ายดีกว่าทนให้พวกเขาโขกสับ ชีวิตเป็นของเรา อย่าปล่อยให้บุรุษผู้หนึ่งมาควบคุมชีวิตเราไปทั้งชีวิต”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“ชุดที่พวกเจ้าใส่มาโยนทิ้งไปพร้อมอดีตที่เจ็บปวด ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ เพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะมีเข้ามาในชีวิต”
“เจ้าค่ะพี่ใหญ่”
หน้าประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นหนานเฉิง ยามนี้บรรดาสตรีทั่วเมืองหลวง ต่างมายืนรอบุรุษที่จะกลับมาจากชายแดนกันอย่างกระตือรือร้น ตามริมถนนยามนี้เต็มไปด้วยสตรีที่พกผ้าเช็ดหน้าหรือแม้แต่ดอกไม้ เพื่อที่เอาไว้ให้กับบุรุษผู้ที่จะกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง
รุ่ยอ๋องบุรุษผู้หล่อเหลาสง่างามดั่งลูกรักสวรรค์ เป็นโอรสของพระสนมกุ้ยเฟย เขาเป็นอันธพาลจอมเกเรแห่งแคว้นหนานเฉิงอายุ19 ปี เขาถูกส่งไปที่ชายแดน เพื่อให้แม่ทัพเหลียงซีห่าว อบรมสั่งสอนเป็นเวลาสามปี ตามคำบัญชาของฮ่องเต้เจิ้งห่าวอู๋ เพื่อดัดนิสัยเกเรของเขาให้ดีขึ้น
รุ่ยอ๋องมีสหายรักนามว่าเหลียงซีฮัน หล่อเหลาสง่างามไม่ต่างกัน เขาเป็นบุตรชายของแม่ทัพเหลียง ที่เติบโตมาด้วยกันอายุ 19 ปี มีนิสัยไม่ต่างกันกับรุ่ยอ๋องเท่าใดนัก เพราะเป็นบุตรคนเล็กของแม่ทัพเหลียง ความหยิ่งยโสเอาแต่ใจจึงมีอย่างล้นเหลือ เขาจึงถูกมารดาส่งไปอบรมที่ชายแดนพร้อมกันกับรุ่ยอ๋อง
สหายคนต่อมาของรุ่ยอ๋อง มีนามว่าหานฮุ่ยหมิงอายุ 19 ปี บุตรชายของเสนาบดีกรมยุติธรรม หานฮุ่ยหมิ่น ถึงแม้เขาจะมีบิดาที่ซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม แต่นิสัยของเขานั้นกลับผิดแผกจากบิดาโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นบุตรชายคนเล็ก เขาจึงมีนิสัยเกเรเอาแต่ใจ เขาถึงถูกบิดาส่งไปชายแดนพร้อมกันกับรุ่ยอ๋อง เพื่อให้แม่ทัพเหลียงช่วยขัดเกลาด้วยเช่นกัน
คนที่สี่คือเฉินอ๋องโอรสของพระสนมเสียนเฟย เขาไม่ได้ถูกส่งไปชายแดนเพื่ออบรมนิสัย เหตุเพราะพระสนมประชวร เฉินอ๋องจึงจำเป็นต้องคอยอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด
ทันทีที่ม้าสามตัวเดินเข้าประตูเมืองมา บรรดาสตรีก็กรีดร้องออกมาอย่างตื่นเต้น สามบุรุษผู้หล่อเหลา แม้ผิวจะคล้ำลงไปบ้างเล็กน้อยเพราะแสงแดด แต่ทว่าก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของพวกเขาลดลงไปเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับยิ่งทำให้พวกเขาสามคน ดูแข็งแกร่งบึกบึนงามสง่ามากขึ้น
เยว่ฉี เยว่ซื่อ เยว่ชิง เยว่ฟาง ออกมายืนอยู่บนระเบียงของโรงเตี๊ยม เพราะได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตื่นเต้นดีใจของเหล่าสตรี โรงเตี๊ยมเมฆาเคียงฟ้าเป็นโรงเตี๊ยมของตระกูลเซียว หลังจากเซียวเยว่ฉีเข้ามาดูแล ก็ทำให้กิจการรุ่งเรืองและก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
ยามนี้ชื่อเสียงโรงเตี๊ยมเมฆาเคียงฟ้าโด่งดังเป็นที่เลื่องลือ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักที่สะอาดและอาหารที่อร่อยเลิศล้ำ และการบริการที่เป็นกันเองอย่างน่าประทับใจ ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาพัก ต่างกลับมาพักทุกครั้ง ยามที่ต้องมาทำธุระที่เมืองหลวง
“สามจอมเกเรกลับมาแล้ว ยังมีอีกคนอยู่ที่เมืองหลวง” เยว่ฟางเบ้ปากเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ค่อยยินดีเท่าใดนัก เพราะชื่อเสียงของพวกเขาสี่คนไม่มีใครไม่รู้ แต่เพราะหน้าตาหล่อเหลา สตรีจึงยอมมองข้ามและให้อภัย แต่ไม่ใช่พวกนางอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ข้าเห็นบุรุษเหมือนเห็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ยิ่งพวกเขาสี่คนด้วยแล้ว พวกเราควรอยู่ให้ห่าง” เยว่ชิงเอ่ยขึ้นมาบ้าง นางยอมรับว่าเวลานี้ นางเข็ดหลาบกับบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลาแต่นิสัยเลวร้าย
“บุรุษสามคนนี้ไม่รู้ว่ากลับมาแล้วนิสัยจะดีขึ้นหรือไม่ แต่ข้าว่านิสัยคนเปลี่ยนได้ยาก” เยว่ซื่อยกแขนขึ้นมากอดอก พร้อมปรายตามองไปด้านล่างด้วยสายตาเย้ยหยัน
