ตอนที่ 4 นางอัปลักษณ์แทบดูไม่ได้
เยว่ฉีมองพวกเขาสามคนอย่างครุ่นคิด นางเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงของพวกเขา เพิ่งจะเห็นตัวตนของพวกเขาก็วันนี้ หล่อเหลาสง่างามแต่นิสัยไม่ผ่าน แต่สตรียุคนี้คงไม่ใส่ใจนัก โชคดีที่น้องสาวของนางเลิกคลั่งไคล้คนหน้าตาดีแล้ว ไม่เช่นนั้นนางคงต้องปวดหัวมากแน่
“พี่ใหญ่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะแวะที่โรงเตี๊ยมของเรา” เยว่ฟางเอ่ยขึ้นเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่าพวกเขาหยุดม้าแล้วกระโดดลงมา จากนั้นก็ก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยม
“กลับเข้าไปทำงานกันเถอะอย่าใส่ใจเลย”
“เจ้าค่ะ”
ห้องพิเศษถูกเปิดให้บริการสำหรับคุณหนูคุณชายและคนชั้นสูง ผู้จัดการของโรงเตี๊ยมรีบพาพวกเขามายังห้องส่วนตัวพิเศษ ที่ยามนี้มีสามบุรุษนั่งรออยู่แล้ว นั่นก็คือหวังเจียเฉิง หลิวฮุ่ยเจียง มู่เลี่ยงซิ่ว เพราะพวกเขามีนิสัยที่คล้ายคลึงกันจึงคบหากันได้
“ถวายบังคมรุ่ยอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” รุ่ยอ๋องรีบยกมือขึ้นทันที “คนกันเองไม่ต้องมากพิธี” เอ่ยจบเขาก็ทรุดกายลงนั่งทันที จากนั้นเขาก็กวาดตามอง การตกแต่งภายในห้องอย่างสนใจ การตกแต่งดูดีมีระดับทีเดียว “โรงเตี๊ยมนี้เป็นของตระกูลใด”
เมื่อรุ่ยอ๋องถามขึ้นมาเช่นนั้น ก็ทำให้อดีตลูกเขยตระกูลเซียวทั้งสามคนหน้าตึงขึ้นมา “เป็นของตระกูลเซียว ที่ยามนี้คนดูกิจการทั้งหมดคือ นางมารจอมปีศาจเซียวเยว่ฉี” มู่เลี่ยงซิ่วเอ่ยขึ้นมาอย่างเจ็บแค้น
น้ำเสียงของเขาทำให้ รุ่ยอ๋อง เหลียงซีฮัน หานฮุ่ยหมิง รีบหันมามองด้วยความสนใจ นางมารจอมปีศาจเซียวเยว่ฉีอย่างนั้นหรือ พวกเขาไม่อยู่สามปี มีเรื่องราวน่าสนใจเกิดขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ
พวกเขาเริ่มคุยกันดังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผลจากการดื่มสุราเข้าไปหลายจอก หวังเจียเฉิงที่ดื่มมาพอสมควร พอได้ยินมู่เลี่ยงซิ่วเอ่ยถึงนางมารเซียวเยว่ฉี ความโกรธแค้นในใจของเขาก็ถูกระบายออกมาในทันที โดยไม่สนว่าคนที่เขากำลังต่อว่าต่อขานคือเจ้าของที่นี่
“พวกเจ้าไม่อยู่ถึงสามปีคงไม่รู้ว่า แคว้นหนานเฉิงมีนางปีศาจจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต นามว่าเซียวเยว่ฉี นางยุยงให้น้องสาวของนางหย่าขาดกับข้า ก่อนพวกนางจะจากไปยังให้คนของนางทำลายข้าวของจวนข้าพังย่อยยับ หากมีโอกาสข้าจะต้องเอาคืนนางแน่” หวังเจียเฉิงดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บแค้น
หลิวฮุ่ยเจียงได้ยินสหายระบายออกมา เขาก็อยากจะเล่าวีรกรรมของนางเช่นกัน “นางตบหน้าข้าเสียจนหน้าชา แล้วยังให้น้องสาวหย่ากับข้า สักวันข้าต้องเอาคืนนางปีศาจนั้นแน่”
“เจ้าเรียกนางว่านางปีศาจ หน้าตาของนางคงน่าเกลียดและอัปลักษณ์มาก” เหลียงซีฮันเอ่ยขึ้นอย่างขบขัน กับคำเรียกที่พวกเขาเรียกนาง
“อย่าให้ข้าพูดเลย หน้าตาของนางนะอัปลักษณ์แทบดูไม่ได้ นิสัยของนางยิ่งเลวร้าย ชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีบุรุษตาบอดแต่งนางเข้าจวนหรือไม่” หวังเจียเฉิงเอ่ยเล่าอย่างเจ็บแค้น
“หากนางที่เป็นพี่สาวหน้าตาอัปลักษณ์ ถ้าเช่นนั้นน้องสาวของพวกนาง หน้าตาก็คงอัปลักษณ์ไม่ต่างกันสินะ” หานฮุ่ยหมิงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก็หน้าตาพอดูได้ ที่พวกข้าแต่งกับพวกนาง… ก็หวังเพียงเงินทองมาช่วยพยุงฐานะ หลังจากแต่งนางแล้ว ข้าถึงต้องแต่งฮูหยินรองและแต่งอนุเข้ามาอีกหลายคน” มู่เลี่ยงซิ่วเอ่ยเล่าอย่างเมามัน เพราะเจ็บแค้นนางเป็นอย่างมาก ยามนี้เขาใส่สีตีไข่โดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น
“อาหารที่สั่งได้แล้วขอรับ” ผู้จัดการโรงเตี๊ยมเอ่ยขัดบทสนทนาขึ้นมา
จากนั้นคนที่ถืออาหารจานแรกเข้ามาคือเซียวเยว่ฟาง จานที่สองเป็นเซียวเยว่ชิง จานที่สามเป็นเซียวเยว่ซื่อ ส่วนจานสุดท้ายเป็นเซียวเยว่ฉี
พวกเขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกโดยเฉพาะ มู่เลี่ยงซิ่ว หวังเจียเฉิง หลิวฮุ่ยเจียง ยามนี้ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ไม่นะ! สิ่งที่พวกเขาพูดออกไป อย่าบอกนะว่า…พวกนางได้ยินทั้งหมด แย่แล้ว ๆ ลืมไปเลยว่านางมารเยว่ฉีคือเจ้าของที่นี่
ส่วนรุ่ยอ๋อง หานฮุ่ยหมิง เหลียงซีฮัน ตกตะลึงกับความงดงามของสตรีที่ยกอาหารเข้ามา พนักงานยกอาหารของโรงเตี๊ยมที่นี่ งดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ พวกเขาจากไปถึงสามปี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ
“ท่านให้คนไปช่วยยกอาหารมาทีเจ้าค่ะ”
“ได้ขอรับคุณหนูใหญ่” จบคำพูดของผู้จัดการร้าน สามบุรุษที่เพิ่งมาจากชายแดนต่างชะงักไปในทันที สีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ และสายตาคมกริบของพวกนาง ทำให้พวกเขาเห็นแล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ พวกนางคือคุณหนูตระกูลเซียว!
รุ่ยอ๋อง หานฮุ่ยหมิง เหลียงซีฮัน มองพวกนางอย่างพิจารณา อะไรคืออัปลักษณ์ หากว่าพวกนางอัปลักษณ์บนโลกใบนี้คงไม่มีคนงดงามอีกแล้ว โดยเฉพาะคนที่พวกเขาเรียกว่า “นางปีศาจ” นางงดงามอย่างไร้ที่ติเลยทีเดียว
พวกนางวางอาหารเสร็จ ก็เดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร แต่นั่นยิ่งทำให้คนที่กล่าวว่าร้ายพวกนาง รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจนเหงื่อแตกพลั่ก คุณหนูใหญ่นางนิ่งสงบเช่นนี้ ดูไม่เหมือนนางเลยจริง ๆ หรือว่า…
“อาหารพวกนี้ไม่รู้ว่าจะมีอะไรใส่มาหรือไม่!” หวังเจียเฉิงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล ซีฮันได้ยินก็หัวเราะออกมา “เจ้าว่าร้ายพวกนางก็เลยคิดว่า พวกนางจะแก้แค้นเอาคืนสินะ”
หวังเจียเฉิง หลิวฮุ่ยเจียง มู่เลี่ยงซิ่ว รีบพยักหน้ารับทันที พวกเขายอมรับว่าหวาดระแวง ก็คุณหนูใหญ่เซียวเยว่ฉีนะร้ายกาจอย่าบอกใคร พวกเขานินทาว่าร้ายพวกนางถึงเพียงนี้ เขาไม่เชื่อว่านางจะไม่คิดทำอะไร “พวกข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า”
