ตอนที่ 2 คุณหนูใหญ่ท่านมันบ้าไปแล้ว
“ข้าจะหย่าเจ้าค่ะพี่ใหญ่”
“ดี” เยว่ฉีตอบรับอย่างพอใจ “ลู่หมิง ลู่หลิงพังจวนให้เละ”
หวังไฉ่หงได้ยินก็ตกใจสุดขีด นางจะมากไปแล้วมีสิทธิ์อะไรมาทำลายข้าวของจวนคนอื่น
“คุณหนูใหญ่ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งคนให้ทำลายจวนคนอื่น ข้าจะแจ้งทางการ” เยว่ฉีแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“แจ้งเลยเจ้าค่ะ ข้าพร้อมจะแจ้งกลับเช่นกัน เงินทองที่ตระกูลหวังขูดรีดเอามาจากน้องสาวของข้า หากว่าข้าเรียกคืนพวกท่านคงหามาคืนให้ไม่หมด วันนี้ข้าไม่ขอเงินคืน แต่ข้าขอทำลายข้าวของแทนก็แล้วกัน พวกเจ้าจัดการ!”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
โครม! เพล้ง! กรี๊ดด เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของหวังไฉ่หงและหวังเจียอีดังขึ้นมาด้วยความตกใจ แจกันใบใหญ่ถูกทุ่มลงบนพื้นเสียงแตกดังสนั่น โต๊ะเก้าอี้ถูกจับเหวี่ยงลงกับพื้นแตกหักไม่มีชิ้นดี วันนี้เซียวเยว่ฉีพาคนมาไม่น้อย ยามนี้พวกเขาจัดการทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง
“คุณหนูใหญ่ท่านมันบ้าไปแล้ว!” หวังเจียเฉิงตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด
“ใช่แล้วข้ามันบ้า เพราะฉะนั้นอย่ามายั่วยุคนบ้าเช่นข้า พวกเรากลับ!”
เมื่อออกมาถึงหน้าจวน เซียวเยว่ฉีก็หันมาดึงน้องสาวมา กอดอย่างปลอบใจ เซียวเยว่ซื่อปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจให้ไหลออกมา นางกอดตอบผู้เป็นพี่สาวเอาไว้แน่น นางควรจะเชื่อฟังคำเตือนจากพี่ใหญ่ ไม่น่าดันทุรังแต่งเข้าตระกูลหวังเลย ยามนี้เสียทรัพย์สินเงินทองเสียทั้งตัว นางอับอายเหลือเกินแล้ว
“ไม่ต้องร้องไห้ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้า ทุกคนทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น คราวนี้ก็เริ่มต้นใหม่อย่างมีสติ จำเอาไว้บุรุษไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต”
“ต่อจากนี้ข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” เซียวเยว่ฉียิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
“เราไปที่จวนตระกูลหลิวกันเถอะ”
จวนที่เซียวเยว่ฉีจะต้องมาจัดการอันดับต่อมาคือจวนตระกูลหลิว คุณหนูสามเซียวเยว่ชิงอายุ 19 ปี มีใจรักกับหลิวฮุ่ยเจียง นางอยากแต่งเข้าตระกูลหลิวโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเซียวเยว่ฉีอีกเช่นกัน ผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากเซียวเยว่ซื่อ ทุกตระกูลที่เข้ามาก็หวังเพียงเงินมาพยุงฐานะ เซียวเยว่ฉีคิดว่าให้พวกนางไปเรียนรู้ด้วยตัวเองดีที่สุด เพราะบอกไปก็ไม่เชื่อและไม่ฟัง เมื่อประสบปัญหาพวกนางจะคิดได้เอง
รถม้าแล่นมาจอดที่จวนตระกูลหลิว จากนั้นเซียวเยว่ฉีก็ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีมั่นคง นางแหงนหน้ามองป้ายจวนตระกูลหลิวอย่างเย้ยหยัน บุรุษยุคโบราณไม่ต่างอะไรจากแมงดา เข้าหาน้องสาวของนางก็เพื่อเงิน ตระกูลเซียวเป็นตระกูลพ่อค้าไหนเลยพวกเขาจะรักพวกนางอย่างแท้จริง ยุคนี้บุรุษด้อยค่าสตรีที่มาจากตระกูลพ่อค้า เชิดชูสตรีที่มาจากตระกูลขุนนางหรือข้าราชการ
เพียงก้าวเข้ามาเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงก็ดังเข้ามาให้ได้ยินทันที “ท่านพี่! ท่านเอาไปไม่ได้นะเจ้าคะ นั่นมันปิ่นของมารดาข้านะ!”
เพียะ! โอ๊ย!
“เอามานี่! เจ้าแต่งเข้าจวนข้ามาแล้ว ของ ๆ เจ้าก็คือของ ๆ ข้า จำเอาไว้!”
“ข้าไม่ให้!”
เพียะ! โอ๊ย! เสียงต่อมาไม่ใช่เสียงของเซียวเยว่ชิง แต่เป็นเสียงของหลิวฮุ่ยเจียง เพราะเขาถูกเซียวเยว่ฉีฟาดเข้าไปที่ใบหน้าเขาสุดแรง เซียวเยว่ฉีให้สองพี่น้องตระกูลลู่ ช่วยสอนวิชาการต่อสู้ให้นาง เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว ซึ่งนางก็คิดว่ามันดีมากจริง ๆ เพราะนางได้นำมันมาใช้แล้วในวันนี้
“รังแกสตรีไม่มีทางสู้ไม่ละอายใจบ้างหรืออย่างไร?” เซียวเยว่ฉีมองหลิวฮุ่ยเจียงด้วยสายตาเย็นเยียบ เขาตกตะลึงไม่คาดคิดว่า คุณหนูใหญ่จะมายืนอยู่ตรงนี้ นี่นางปีศาจมาได้อย่างไรกัน
“พี่ใหญ่ปิ่นนั่นของท่านแม่” เซียวเยว่ชิงรีบเข้ามาฟ้องด้วยใบหน้าที่บวมช้ำปากแตกเลือดซิบ เซียวเยว่ฉีตวัดสายตาดุดันไปมองหลินฮุ่ยเจียงอย่างเอาเรื่อง
“ส่งปิ่นนั่นมาให้ข้า”
“คุณหนูใหญ่! ท่านจะมาเบ่งอำนาจไปทั่วเช่นนี้ไม่ได้นะ! ที่นี่เป็นจวนตระกูลหลิวไม่ใช่จวนตระกูลเซียว” เป็นเสียงของหลิวฮูหยินมารดาของหลิวฮุ่ยเจียง ที่ตวาดลั่นออกมาด้วยความโกรธสุดขีด เซียวเยว่ฉีปรายตามองนางอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าบอกว่าส่งปิ่นนั่นมาให้ข้า!” นางเอ่ยขึ้นมาอย่างดุดัน ทำเอาหลิวฮุ่ยเจียงต้องรีบยื่นปิ่นมาให้เซียวเยว่ฉีทันที หลิวฮูหยินถึงกับถลึงตาอย่างไม่พอใจ
“แต่งเข้าจวนหลิวแล้วของทุกอย่างก็ต้องเป็นของตระกูลหลิว เจ้าไม่มีสิทธิ์เอากลับไปนะ”
“ตรรกะอะไรของท่าน สิ่งใดที่เป็นของตระกูลเซียวก็คือเป็นของตระกูลเซียว ซึ่งรวมทั้งน้องสาวของข้าด้วย เซียวเยว่ชิงเจ้าจะอยู่หรือว่าจะไปกับข้า” เซียวเยว่ฉีหันไปถามน้องเพื่อให้แน่ใจ
“ข้าจะหย่าแล้วไปกับพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”
“ดี! เก็บข้าวของกลับจวน” เซียวเยว่ฉีฟังคำตอบอย่างพอใจ
รถม้าของเซียวเยว่ฉีมาหยุดอยู่ที่จวนตระกูลมู่ เซียวเยว่ฉีแหงนหน้ามองป้ายหน้าจวน ก่อนจะถอนใจออกมา จวนสุดท้ายแล้วสินะ เซียวเยว่ฉีก้าวเข้าไปอย่างมาดมั่น เมื่อทุกคนหันมาเห็นเซียวเยว่ฉีต่างก็ตื่นตระหนกตกใจ นางมารเซียวเยว่ฉีมาแล้วต้องรีบไปแจ้งนายหญิง
เซียวเยว่ฉีเดินไปเรือนท้ายจวนโดยไม่คิดจะแจ้งกับผู้ใด เหตุผลก็คือนางไม่คิดจะรักษามารยาทอีกต่อไป เพราะวันนี้น้องสี่หรือเซียวเยว่ฟาง จะหย่าขาดกับตระกูลมู่แล้วกลับไปกับนาง
“เก็บข้าวของเสร็จแล้วหรือ?” เมื่อมาถึงนางก็เอ่ยถามน้องสาวที่ยืนรออยู่
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“อืมงั้นไปกัน”
“เจ้าจะพานางไปไหน!” น้ำเสียงไม่พอใจของมู่เลี่ยงซิ่วดังขึ้นมาพร้อมร่างสูงโปร่งของเขา ด้านหลังของเขาตามมาด้วยสตรีมากมายหลายคน เพราะมู่เลี่ยงซิ่วเป็นบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลามากผู้หนึ่ง สตรีจึงต่างหลงรักเขากันอย่างมากมาย
