ตอนที่ 1 วีรกรรมของคุณหนูใหญ่
เซียวเยว่ฉีลงจากรถม้าด้วยความมั่นใจและเต็มไปด้วยความทระนง นางปรายตามองไปโดยรอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะแหงนหน้ามองป้ายด้านหน้าจวนอย่างเย็นชา “จวนตระกูลหวัง” เซียวเยว่ฉีแสยะยิ้มออกมาอย่างดูแคลน พวกรวยแต่เปลือกนอก หวังมาเกาะตระกูลเซียวเพื่อความอยู่รอด
น้องสาวของนางคือ คุณหนูรองเซียวเยว่ซื่ออายุ 20 ปี รักบุรุษนามว่าหวังเจียเฉิงอย่างหัวปักหัวปำ นางอยากแต่งเข้าตระกูลหวังโดยไม่ฟังคำทัดทานจากนางเลยสักนิด นางได้ข่าวว่าหลังจากแต่งงานเข้ามา ตระกูลหวังก็รักและเอ็นดูนางเป็นอย่างมาก
แต่พอวันเวลาผ่านไป พวกเขาปฏิบัติกับนางราวกับเป็นบ่าวในจวนผู้หนึ่ง ตำแหน่งฮูหยินใหญ่เป็นเพียงตำแหน่งที่ทุกคนเรียกขาน แต่แท้จริงแล้ว นางอยู่ที่จวนแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับบ่าวรับใช้ เพราะรักจึงยอมเพราะรักจึงต้องอดทน เซียวเยว่ฉีคิดแล้วก็นึกขันกับความโง่เขลาของเซียวเยว่ซื่อ
สตรียุคใหม่อย่างเซียวเยว่ฉีมองว่า มันไร้สาระสิ้นดี ที่ต้องมาจมอยู่กับความรักเช่นนี้ นางมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่เซียวเยว่ฉีได้ห้าปีแล้ว นางเข้ามาในยามที่บิดาและมารดาของร่างนี้ จากไป จากการถูกปล้นในระหว่างการเดินทางไปค้าขาย
นางมาอยู่ในร่างนี้ตอนที่นางอายุได้ 15 ปี ปัจจุบันร่างนี้มีอายุ 22 ปี เซียวเยว่ฉียังไม่ได้ออกเรือนแต่อย่างใด เพราะนางไม่คิดอยากจะมีใคร อีกอย่างตระกูลเซียวเป็นตระกูลพ่อค้า นางต้องช่วยดูแลกิจการและช่วยดูแลน้องสาวอีกสามคน
ชีวิตที่ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่จึงค่อนข้างยุ่งเหยิงจนนางไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องคู่ครอง นางเข้ามาในยามที่ตระกูลเซียวต้องการเสาหลัก นางช่วยดูแลกิจการและดูแลน้องสาวอีกสามคนให้อยู่รอดปลอดภัย จากการฮุบสมบัติจากตระกูลเซียวสายรอง ที่จ้องมองทรัพย์สมบัติที่บิดาของนางทิ้งเอาไว้ตาเป็นมัน การตายของบิดามารดา เซียวเยว่ฉีไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะนางคิดว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำแปลก ๆ นางจึงคิดจะสืบเรื่องราวอยู่เงียบ ๆ
“ข้าต้องการมาหาน้องสาวของข้า” เซียวเยว่ฉีบอกเจตจำนงในการมาของนางทันที
“เชิญขอรับคุณหนูใหญ่” บ่าวที่เป็นยามเฝ้าประตูจวนที่จริงถูกสั่งเอาไว้ว่า หากคุณหนูใหญ่เซียวมาให้รีบไปบอกทันที แต่ว่าเขานึกสงสารคุณหนูรอง จึงอยากให้พี่สาวของนางไปเห็นด้วยตาตนเองว่าเกิดอะไรขึ้น
เยว่ฉีเดินเข้าไปในจวนอย่างมาดมั่นพร้อมบ่าวคนสนิทอย่างลู่หมิงและลู่หลิง ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันมีวรยุทธ์ค่อนข้างแข็งแกร่ง พวกเขาจึงเป็นมือขวาและมือซ้ายให้นาง อีกทั้งค่อยดูแลและคุ้มครองเยว่ฉีอย่างใกล้ชิด
เมื่อเดินมาที่เรือนของฮูหยินใหญ่ สิ่งแรกที่นางเห็นก็คือเซียวเยว่ซื่อกำลังตากผ้าอย่างขะมักเขม้น เซียวเยว่ฉีจึงรีบหลบเพื่อมาแอบมองว่า น้องสาวของนางทำอะไรบ้าง หลังจากตากผ้าเสร็จนางก็เตรียมจะไปทำอย่างอื่นต่อ แต่ทว่าหวังเจียอีน้องสาวของหวังเจียเฉิง ก็ก้าวเข้ามาพร้อมผ้าในมือ
“พี่สะใภ้ท่านซักผ้าอย่างไรกัน!! ดูสิเจ้าคะ... สีตกปนกันแบบนี้ได้อย่างไร ชุดนี้ข้าซื้อมาแพงมากด้วย ท่านต้องรับผิดชอบซื้อชุดใหม่ให้ข้า” หวังเจียอีโยนชุดลงไปตรงหน้าเซียวเยว่ซื่อด้วยความกราดเกรี้ยว
จากนั้นแม่สามีอย่างหวังไฉ่หงก็ก้าวเข้ามาพร้อมบ่าวข้างกาย “เยว่ซื่องานปักปิ่นของเจียอีข้าสั่งอาหารมาจากเหลาอาหารชื่อดัง อย่างไรเจ้าก็ช่วยจัดการจ่ายด้วยแล้วกันนะ”
“เจ้าค่ะท่านแม่” เยว่ซื่อก้มหน้าตอบกลับไปอย่างอ่อนน้อม ทำให้เซียวเยว่ฉีถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นางโกรธทั้งคนยอมให้รังแก โกรธทั้งคนที่รังแกเอาเปรียบผู้อื่นอย่างเห็นแก่ตัว ความรักทำให้สตรีผู้หนึ่งต้องยอมถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“ไม่ทราบว่างานปักปิ่นจะเชิญข้าด้วยหรือไม่เจ้าคะ?” เสียงของเซียวเยว่ฉีทำเอาทุกคนตกใจจนหน้าซีดเผือด โดยเฉพาะหวังไฉ่หงและหวังเจียอี เหตุใดนางมาอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่มีบ่าวมาแจ้ง เห็นทีว่าต้องหักเบี้ยหวัดเสียแล้วทำงานไม่ได้เรื่อง!
“คุณหนูใหญ่มาได้อย่างไรเจ้าคะ?” หวังไฉ่หงรีบเข้ามาทักทายอย่างประจบประแจง แต่เซียวเยว่ฉีกลับปรายตามองอย่างเย้ยหยัน
“ข้าเพิ่งรู้ว่าตระกูลหวังดูแลลูกสะใภ้เยี่ยงนี้ แล้วไหนหวังเจียเฉิงเขาอยู่ที่ใด ข้าอยากพบเขาเสียหน่อย” เอ่ยจบเซียวเยว่ฉีก็เดินตรงไปที่เรือนใหญ่ทันที หวังไฉ่หงและหวังเจียอีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนพวกนางตั้งตัวไม่ทัน นางมารเยว่ฉีมาเหตุใดไม่มีใครไปแจ้ง บ่าวพวกนี้ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ เห็นทีว่าต้องทำโทษกันหน่อยแล้ว
เซียวเยว่ฉีเดินมาถึงเรือนใหญ่ ก็ต้องชะงักหยุดนิ่งอยู่กับที่ เสียงร่วมรักที่ดังออกมาในยามกลางวันแสก ๆ ทำเอาแก้มของนางขึ้นสีแดงจาง ๆ ก่อนเซียวเยว่ฉีจะกำหมัดขึ้นมาอีกครั้ง สารเลว! ให้มารดาและน้องสาวโขกสับภรรยาตัวเอง ส่วนตัวเขามาร่วมรักกับสตรีอื่นอย่างไม่อายฟ้าดิน
เซียวเยว่ฉีเดินขึ้นเรือนไปด้วยความโมโหสุดขีด จากนั้นก็ถีบประตูเข้าไปสุดแรง ปัง!
“ใครกัน! บังอาจ…” หวังเจียเฉิงรีบหุบปากเอาไว้อย่างรวดเร็ว นี่นางมารเยว่ฉีมาได้อย่างไรกัน! เหตุใดไม่มีใครมาแจ้ง เขารีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่อย่างลวก ๆ
“วันนี้ตระกูลหวังทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว เยว่ซื่อเจ้าจะทนอยู่หรือว่าจะหย่าแล้วกลับไปกับข้า?”
เยว่ซื่อยืนมองหวังเจียเฉิงด้วยสายตาเจ็บปวด สองปีมานี้นางรู้สึกว่ามันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ความรักที่นางคาดหวังว่าจะได้จากเขา นางได้รับเพียงช่วงแรก ๆ เท่านั้น เงินทองที่นางนำมาถูกพวกเขาเอาไปจนหมด พอนางไม่เหลืออะไร พวกเขาก็ปฏิบัติกับนางแตกต่างออกไป นางไม่น่าโง่งมเชื่อคำลวงของบุรุษเช่นเขาเลย พอกันทีนางจะหย่า
