บทที่ 6 เธอป่วนฉัน ฉันก็จะไปป่วนแฟนเธอ!
ลู่อวิ๋นเซียงเดาออกได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของซูเหวินยวน
พอดูจากท่าทีของหยางลี่ลี่ในตอนนี้ ซูเหวินยวนคงไปบอกให้เธอมาทำเรื่องส่งมอบงานสินะ?
หยางลี่ลี่คงยังไม่รู้ล่ะสิว่าเธอขายตำแหน่งงานนั้นทิ้งไปแล้ว!
ลู่อวิ๋นเซียงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของหยางลี่ลี่อย่างไม่เกรงใจ
“อยากไปทำเรื่องก็ไปทำเองสิ มาลากฉันทำไม!”
เธอกับหยางลี่ลี่ไม่ได้สนิทกันสักนิด
พอได้ยินแบบนั้น หยางลี่ลี่ก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นี่เธอจะเบี้ยวเหรอ?!”
ลู่อวิ๋นเซียงแค่นหัวเราะ “เบี้ยวอะไร? ฉันสนิทกับเธอตั้งแต่เมื่อไร?”
หยางลี่ลี่สติหลุดทันที หล่อนแผดเสียงตะโกนลั่น
“เธอรับเงินฉันไปแล้ว บอกว่าจะยกงานให้ฉัน แล้วตอนนี้มาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เนี่ยนะ! ฉันรอตำแหน่งนี้เพื่อจะเอาไปใช้แต่งงาน! เธอตั้งใจจะแกล้งฉันให้ล่มจมใช่ไหม!”
ลู่อวิ๋นเซียงยืนกอดอก ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“หยางลี่ลี่ เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? ข้าวจะกินซี้ซั้วได้แต่คำพูดน่ะอย่าพูดพล่อย ๆ! ฉันไปรับเงินเธอมาตอนไหน แล้วไปตกลงว่าจะยกงานให้เธอเมื่อไร?”
หยางลี่ลี่แยกเขี้ยวหน้าตาบิดเบี้ยว
“ฉันไม่ได้ให้เงินเธอโดยตรง แต่ฉันให้หยางชิงเสวี่ยไปแล้ว และหยางชิงเสวี่ยก็บอกว่าเธอยอมยกงานให้ฉัน!”
ลู่อวิ๋นเซียงมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“หยางลี่ลี่ ฉันว่าสมองเธอน่าจะบวมน้ำนะ! เธออยากได้งานฉันแต่ไม่มาตกลงกับฉัน กลับไปตกลงกับหยางชิงเสวี่ย? งั้นตามตรรกะของเธอ ถ้าคนอื่นเอาเงินมาให้ฉัน
ฉันก็มีสิทธิ์เอาตำแหน่งงานของจางเลี่ยงไปขายได้เลยงั้นสิ?”
จางเลี่ยง ก็คือแฟนหนุ่มของหยางลี่ลี่
พอได้ยินชื่อจางเลี่ยง หยางลี่ลี่ก็ยิ่งคลั่งกว่าเดิม
“แกกล้าเหรอ! งานของจางเลี่ยงเกี่ยวอะไรกับแก แกมีสิทธิ์อะไรไปขาย!”
ลู่อวิ๋นเซียงยิ้มกริ่มพลางมองเธอ
“อ้าว ก็ยังมีสมองอยู่นี่! แล้วงานของฉันมันไปเกี่ยวอะไรกับหยางชิงเสวี่ย? หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนฉัน?”
หยางลี่ลี่โกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ไม่คิดเลยว่าลู่อวิ๋นเซียงคนที่เคยว่านอนสอนง่ายและอ่อนแอ จะกลายเป็นคนแข็งกร้าวขนาดนี้ แถมเธอยังเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
แต่หยางลี่ลี่มีดีอยู่อย่างหนึ่ง คือความ ‘หน้าด้าน’ !
เดิมทีหยางลี่ลี่ก็ไม่ใช่คนรักนวลสงวนตัวอะไรอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เพื่อที่จะได้แต่งงาน เธอยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่าง ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเริ่มร้องห่มร้องไห้โวยวายทันที
“ทุกคนมาดูเร็ว เข้ามาช่วยให้ความเป็นธรรมหน่อย! ลู่อวิ๋นเซียงรับเงินฉันไปแล้วบอกจะให้งานฉัน แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมรับ! ฉันรอเอาตำแหน่งนี้ไปแต่งงานนะ! ทำแบบนี้มันจะฆ่ากันชัด ๆ!”
การโต้เถียงของทั้งคู่ดึงดูดความสนใจจากคนในโรงงานอยู่แล้ว พอหยางลี่ลี่โวยวายขึ้นมา ฝูงชนก็กรูกันเข้ามามุงดูเรื่องฉาวทันที
แต่ลู่อวิ๋นเซียงไม่ใช่คนที่จะยอมโดนข่มง่าย ๆ อีกต่อไป
กับคนหน้าด้านแบบนี้ เธอต้องหน้าด้านยิ่งกว่า
ที่สำคัญคือ หยางลี่ลี่มีจุดอ่อน
“หยางลี่ลี่ เธออยากจะอาละวาดใช่ไหม? ได้! ฉันจะเล่นด้วย! ฉันจะไปร้องไห้โฮที่โรงงานของจางเลี่ยง จะไปประกาศให้ทั่วว่าทำไมเขาจะแต่งงานกับเธอถึงต้องมาแย่งงานฉัน!
ต่อให้เป็นโจรก็ยังไม่รังแกกันขนาดนี้เลย!”
ลู่อวิ๋นเซียงทำท่าจะเดินไปจริง ๆ
จางเลี่ยงเป็นถึงเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคของโรงงานเหล็ก เขาเป็นคนรักหน้าถือตามาก ถ้าลู่อวิ๋นเซียงไปอาละวาดที่นั่น จางเลี่ยงจบไม่สวยแน่
เพราะลู่อวิ๋นเซียงเป็นผู้หญิง ถ้าเธอไปโวยวายแบบไม่กลัวเสียหน้า จางเลี่ยงอาจจะโดนข้อหา ‘พฤติกรรมเสื่อมเสีย’
แถมช่วงนี้จางเลี่ยงกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งด้วย
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นตอนนี้ จางเลี่ยงต้องเกลียดหยางลี่ลี่เข้าไส้แน่ และงานแต่งของทั้งคู่คงพังไม่เป็นท่า
หยางลี่ลี่รีบดีดตัวลุกขึ้นทันที “แกมันหน้าไม่อาย! นี่เป็นเรื่องระหว่างเรา ไปยุ่งอะไรกับจางเลี่ยง!”
ลู่อวิ๋นเซียงเท้าสะเอว “หยางชิงเสวี่ยบอกจะให้งานเธอ เธอให้เงินหยางชิงเสวี่ย แล้วตอนนี้เธอมาอาละวาดใส่ฉันมันหมายความว่าไง? ในเมื่อเธอมาป่วนฉันเพราะเรื่องงาน
ฉันก็จะป่วนจนจางเลี่ยงไม่แต่งงานกับเธอ! มาดูกันว่าใครจะชนะ!”
ตอนนี้ลู่อวิ๋นเซียงอยู่ในสถานะ ‘คนสิ้นเนื้อประดาตัวย่อมไม่กลัวตาย’
หยางลี่ลี่กล้าบ้า เธอก็กล้าบ้ากว่า
ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ การ ‘ประสาทแดก’ ใส่กันต่างหากคือทางรอด!
หยางลี่ลี่โกรธจนแทบกระอักเลือด เธอโดนลู่อวิ๋นเซียงเอาเรื่องจางเลี่ยงมาขู่จนทำอะไรไม่ถูก
แต่จะให้รามือไปง่าย ๆ เธอก็ไม่ยอมเช่นกัน
ลู่อวิ๋นเซียงมองทะลุถึงสิ่งที่อีกฝ่ายคิด จึงโยนระเบิดอีกลูกใส่ทันที
“งานของฉันน่ะ เธอไม่มีวันได้หรอก เพราะฉันขายให้โจวซวงไปแล้ว ตอนนี้โจวซวงก็เข้าไปทำงานเรียบร้อยแล้วด้วย! ถ้าอยากจะแต่งงานนัก ก็ไปหาทางอื่นเถอะ!”
หยางลี่ลี่หน้าถอดสี มองลู่อวิ๋นเซียงอย่างไม่เชื่อสายตา
“แกขายงานไปแล้วเหรอ?”
ลู่อวิ๋นเซียงยักไหล่ “ก็เออสิ! จะเก็บไว้ให้เธอชุบมือเปิบเหรอ? ฉันยอมยกงานให้คนอื่นฟรี ๆ ยังดีกว่ายกให้เธอเลย! เลิกฝันกลางวันได้แล้ว!”
คำพูดของลู่อวิ๋นเซียงเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงไป
หยางลี่ลี่โกรธจนตัวสั่น หายใจติดขัดเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้
สมัยนี้งานหายากจะตาย และไม่ใช่ว่าจะซื้อขายกันได้ง่าย ๆ
ความหวังทั้งหมดของเธอจึงฝากไว้ที่งานของลู่อวิ๋นเซียง แต่ตอนนี้มันถูกขายไปแล้ว!
จะทำยังไงดี?
ทางบ้านจางเลี่ยงยื่นคำขาดมาแล้วว่าเธอต้องมีงานทำถึงจะแต่งเข้าบ้านเขาได้!
พวกที่มายืนมุงดูเริ่มเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องแล้ว
ที่แท้หยางลี่ลี่อยากได้งานของลู่อวิ๋นเซียง แต่ดันเอาเงินไปประเคนให้หยางชิงเสวี่ย
นี่มันตลกร้ายชัด ๆ!
งานเป็นของลู่อวิ๋นเซียง แต่ไปตกลงกับหยางชิงเสวี่ยเนี่ยนะ? แบบนี้มันต่างอะไรกับการปล้น?
มีคนเริ่มเตือนหยางลี่ลี่ “หยางลี่ลี่ เธอซื้องานจากใคร ให้เงินใครไป เธอก็ไปทวงกับคนนั้นสิ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้คิดไม่ได้หรือไง?”
สมองของหยางลี่ลี่เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ใช่!
เธอต้องไปหาหยางชิงเสวี่ย!
งานของลู่อวิ๋นเซียงขายไปแล้ว คงฝากความหวังไม่ได้แล้ว
แต่งานนี้คือสิ่งที่หยางชิงเสวี่ยรับปากเธอไว้ และเงินก็อยู่ที่หยางชิงเสวี่ยด้วย!
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็ลนลานลุกขึ้นจากพื้น แล้ววิ่งหน้าตั้งไปหาหยางชิงเสวี่ยทันที
ลู่อวิ๋นเซียงมองตามหลังไปพลางแสยะยิ้ม เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้หยางชิงเสวี่ยคงจะได้เจอ ‘ศึกหนัก’ แน่ ๆ
หยางลี่ลี่ในตอนนี้กำลังหน้ามืดตามัวเพราะอยากแต่งงาน ใครขวางทางเธอ เธอก็พร้อมจะกัดไม่ปล่อย
ส่วนลู่อวิ๋นเซียงน่ะเป็นพวกไม่มีอะไรจะเสีย ถ้าหยางลี่ลี่กล้าบ้า เธอก็กล้าบ้ากว่าจนไม่มีใครสงบสุขได้
แต่หยางชิงเสวี่ยต่างออกไป เธอพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนใจกว้าง อ่อนโยนและแสนดีมาโดยตลอด เธอรักศักดิ์ศรีและหน้าตาเหนือสิ่งอื่นใด
เธอจะกล้าทิ้งศักดิ์ศรีมาแลกไหมล่ะ?
สำหรับคนอย่างหยางชิงเสวี่ย หน้าตามันสำคัญกว่างานเสียอีก
เธออยากจะรู้นักว่า งานของหยางชิงเสวี่ยจะยังรักษาไว้ได้อยู่ไหม!