บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 เจียงเยี่ยนชิง ว่าที่สุดยอดตัวร้าย

บทที่ 4 เจียงเยี่ยนชิง ว่าที่สุดยอดตัวร้าย

[ติ๊ง! ภารกิจตัวร้ายแรกเปิดใช้งาน: ทำให้พระเอกสูญเสียสินเดิม 100 ตำลึง!]

ลู่เจาเจามองหีบที่เท้านาง ‘เดี๋ยวนะ เงินนี่มันของข้าอยู่แล้ว ข้าเพียงไม่มอบให้เขา ก็ถือว่าทำภารกิจสำเร็จแล้วหรือ?’

[...กำลังตรวจสอบกรรมสิทธิ์...]

[เนื่องจากสินเดิมเป็นของโฮสต์ การปฏิเสธไม่ส่งมอบ ถือว่าทำให้พระเอกสูญเสียโอกาสในการลงทุน]

[ภารกิจสำเร็จ!]

[ได้รับ: 100 คะแนนตัวร้าย!]

[ระบบนำคะแนนไปหักหนี้อัตโนมัติ... ยอดคงเหลือ: ติดลบ 800 คะแนน]

สวรรค์! หาเงินง่ายถึงเพียงนี้เชียว?! เพียงกอดเงินตัวเองไว้แน่นๆ ก็ได้รับคะแนน นี่มันสุดยอดแห่งการลงทุนความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนสูงชัดๆ!

“คุณหนูลู่?”

หลังจากที่ปล่อยให้ลู่เจาเจาอยู่กับโลกส่วนตัวมาพอสมควร เสียงเฉียนซื่อก็ปลุกนางจากภวังค์

“เมื่อครู่บอกให้ช้าก่อน เจ้ามีปัญหาอันใดหรือ?”

ลู่เจาเจาเงยหน้าขึ้น สบตาเจียงเยี่ยนเซวียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไม่แต่งกับเขาเจ้าค่ะ”

กริบ... ทั้งโถงกลางเงียบสงัดราวกับป่าช้า รอยยิ้มเฉียนซื่อแข็งค้าง เจียงต้าเฉิงอ้าปากค้าง ลู่หวยอันหันขวับมามองบุตรสาวด้วยความตกตะลึง ส่วนเจียงเยี่ยนเซวียนซึ่งรักษาท่าทีสุภาพมาตลอด หน้าตึงขึ้นทันที

“เจาเจา!” ลู่หวยอันเสียงหลง

“สัญญาตระกูลเรา...”

“ในสัญญาระบุเพียงว่า ‘รับข้าเป็นสะใภ้สกุลเจียง’ มิได้ระบุชื่อนี่เจ้าคะว่าต้องแต่งกับผู้ใด?”

ลู่เจาเจาเถียงกลับฉะฉาน เจียงต้าเฉิงอึกอัก เพราะยามที่ทำสัญญากัน บุตรชายทั้งสองยังเล็ก ลู่หวยอันจึงเขียนไว้หลวมๆ เช่นนั้นจริงๆ

“แต่... แต่เซวียนเอ๋อร์อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้า! อีกทั้งยังเป็นบัณฑิตอนาคตไกล!” เฉียนซื่อแผดเสียง

“แล้วตระกูลเจียงมีบุตรชายเพียงคนเดียวหรือเจ้าคะ?” ลู่เจาเจาเลิกคิ้ว

ทันใดนั้น เสียงไอก็ดังแว่วมาจากห้องฝั่งตะวันตกซึ่งปิดทึบ

“แค่ก... แค่กๆๆ!”

เสียงไอนั้นสั่นสะท้าน ราวกับคนข้างในกำลังจะกระอักปอดออกมา เฉียนซื่อหน้าถอดสี

“ยะ... เยี่ยนชิงป่วยหนัก! อาการร่อแร่ใกล้ตายแล้ว จะให้แต่งงานได้อย่างไร!”

“ป่วยก็รักษาได้สิเจ้าคะ”

“หมอบอกว่าเขาจะอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้แล้ว!”

ลู่เจาเจาขมวดคิ้วหมอจากไหนกัน (30 บาทรักษาทุกโรคหรือเปล่าที่ชอบแช่งให้คนไข้ตายไวๆ) นางไม่สนใจคำพูดนั้นก่อนจะตบหีบสินเดิมป้าบ!

“ยามนี้เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ร่วง ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน ข้าประเมินแล้วว่าคุ้มค่าที่จะลองลงทุน เจ้าค่ะ!”

“ละ... ลงทุน?!”

“หมายถึงลองรักษาดูน่ะเจ้าค่ะ”

เฉียนซื่อพุ่งเข้ามาขวาง

“ไม่ได้! เรื่องนี้เหลวไหลเกินไป! เจ้าเป็นคู่หมั้นของเซวียนเอ๋อร์ จะไปแต่งกับพี่ชายขี้โรคของเขาได้อย่างไร!”

“อ้าว เมื่อครู่ท่านป้าเพิ่งกล่าวเองมิใช่หรือ ว่าต้องถามความสมัครใจของเด็กก่อน? ตอนนี้ข้าไม่อยากจะถามเขาแล้ว ท่านยังจะมีปัญหาอีกรึ!!”

“ข้า... ข้าหมายถึง...” นางเฉียนซื่อทำตาหลุกหลิก ก็นะเงินหนึ่งร้อยตำลึงนั้นนางก็หมายตาเอาไว้อยู่นี่นะ ลู่เจาเจามองท่าทางทั้งโลภทั้งไม่อยากได้ของนางก่อนจะเอ่ยว่า

“หรือว่าหมายถึงข้าต้องสมัครใจเลือกคนที่ท่านกำหนดให้เท่านั้นน่ะหรือ?”

เฉียนซื่อพูดไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ เจียงเยี่ยนเซวียนเห็นมารดาเพลี่ยงพล้ำ จึงก้าวออกมารับหน้าแทน แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้เย็นเยียบลงหลายส่วน

“คุณหนูลู่ หากเจ้าไม่เต็มใจ ข้าย่อมไม่บังคับ แต่พี่ใหญ่ป่วยหนักถึงเพียงนั้น หากเจ้าดึงดันจะแต่ง ข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องกลายเป็นม่ายตั้งแต่อายุยังน้อยนะ”

ถ้อยคำฟังดูห่วงใย แต่หากแปลผ่านความคิดของลู่เจาเจา มันแปลได้ว่า ‘หากไม่เลือกข้า เจ้าก็โง่เขลาเตรียมตัวเป็นม่ายได้เลย เพราะเจ้านี่ตายเร็วแน่อะไรประมาณนั้น’

ลู่เจาเจายิ้มบาง

“ขอบคุณที่เป็นห่วงเจ้าค่ะคุณชายรอง แต่บังเอิญว่า ข้าไม่กลัวการเป็นม่ายหรอกเจ้าค่ะ”

นางปรายตามองพู่กันด้ามหยกที่เอวเขา

“ข้ากลัวการถูกปลิงดูดเลือดจนเป็นหนี้มากกว่า!”

ฉึก! เจียงเยี่ยนเซวียนหน้าม้านลงทันที

แอ๊ด...

จู่ๆ ประตูห้องตะวันตกก็เปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ภายใต้แสงสลัว เสื้อคลุมสีเทาซีดหลวมโพรกอยู่บนร่างที่ผอมบาง ใบหน้าหล่อเหลานั้นขาวซีดราวกับหิมะ ริมฝีปากยังคงมีคราบเลือดสดๆ ติดอยู่ ทว่า นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นกลับทอประกายคมกริบ เยือกเย็น และมืดล้ำราวกับก้นบึ้งของขุมนรก ไม่มีแววตาของคนป่วยใกล้ตายเลยสักนิด! ไม่ต้องมีผู้ใดบอก ลู่เจาเจารู้ทันทีว่านี่คือผู้ใด

เจียงเยี่ยนชิง ว่าที่สุดยอดตัวร้าย ผู้ที่ในอนาคตจะสังหารขุนนางทิ้งจนแท่นประหารต้องเปิดสาขาเพิ่ม!

[คำเตือนระดับวิกฤต! ตรวจพบบุคคลอันตรายระดับสูงสุด!]

[ค่าความเป็นปรปักษ์ต่อโลก: 95 / 100]

[ค่าความน่าจะเป็นที่จะสังหารโฮสต์: ประเมินค่าไม่ได้!]

ลู่เจาเจาจ้องมองใบหน้าคมคายของเขา ‘อืม... ถึงจะดูอำมหิตไปบ้าง แต่รูปโฉมหล่อเหลาดั่งสวรรค์ประทาน หน้าตาดีจัดๆ แม้จะซีดเซียวและดูเจ็บป่วย แต่ว่ามีสง่าราศรี ดีกว่าเจ้าพระเอกจอมปลอมตั้งเยอะ หากลงทุนพลาด อย่างน้อยตอนเช็ดตัวศพ ข้าก็ยังได้กำไรทางสายตา!’

ระบบร้องลั่นในหัว [โฮสต์! โปรดใช้สติ! นั่นคือตัวร้ายที่จะทำให้ราชสำนักนองเลือดนะ!]

‘ก็แค่ครึ่งราชสำนักมิใช่หรือ?’

[ประเด็นมันอยู่ตรงนั้นหรือ!!]

‘อย่างน้อยคนผู้นี้ก็ทำงานสำเร็จไปตั้งครึ่งหนึ่ง แปลว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ น่าลงทุนกว่าพวกดีแต่ปากตั้งเยอะ!’

[...]

ระบบอยากจะปิดตัวเองทิ้ง

เจียงเยี่ยนชิงยกหลังมือเช็ดเลือดตรงมุมปากช้า ๆ คราบสีแดงสดลากผ่านผิวซีดจนสะดุดตา เขาได้ยินบทสนทนาด้านนอกทั้งหมดแล้ว รวมถึงคำประกาศเลือกสามีของหญิงสาวที่บัดนี้กำลังยืนเชิดหน้าอยู่กลางห้อง นิ้วเรียวยังคงจับขอบประตูไว้ ทว่าสายตาที่ทอดมองนางกลับไม่มีความอ่อนแรงปะปนอยู่เลย

“คุณหนูลู่ เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเอ่ยสิ่งใดออกมา?”

น้ำเสียงแหบพร่าของเขาไม่ดังนัก แต่ทำให้เฉียนซื่อซึ่งเตรียมจะอ้าปากแทรกเม้มริมฝีปากลงโดยไม่รู้ตัว ลู่เจาเจาสบดวงตาคู่นั้นแล้วต้นคอเย็นวาบ สมกับเป็นตัวร้ายใหญ่ แค่ถามเรื่องแต่งงานยังทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกเรียกตำรวจมือเก๋ามาสอบปากคำ

ทว่านางเพียงกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ ก่อนคลายออกช้า ๆ บอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งเสียขวัญ แล้วถือโอกาสสำรวจว่าที่สามีให้ชัดอีกหน่อย คิ้วเข้ม จมูกโด่ง สันกรามคม แม้เสื้อคลุมเก่าจะหลวมจนเห็นชัดว่าซูบผอม แต่ไหล่ยังผึ่งตรง ไม่ห่อเหี่ยวตามสภาพร่างกาย น่าเสียดายที่ป่วยหนักถึงเพียงนี้ หากเลี้ยงให้มีเนื้อมีหนังขึ้นมาอีกสักหน่อยละก็…

“คุณหนูลู่”

เสียงเรียกครั้งที่สองทำให้นางเลื่อนสายตาจากแนวไหล่กลับไปยังใบหน้าเขา เจียงเยี่ยนชิงหรี่ตาลง เห็นชัดว่าเขาจับได้ว่านางกำลังมองอะไรอยู่ ลู่เจาเจาไม่หลบ ทั้งยังพยักหน้ารับอย่างเปิดเผย

“รู้สิเจ้าคะ ข้าสติดีครบถ้วน”

ลู่หวยอันซึ่งยืนอยู่ข้างนางขยับปากคล้ายอยากช่วยยืนยัน แต่พอนึกถึงคำพูดเรื่องเจ้าหนี้ไม่มีตัวตนระหว่างทาง เขาก็ตัดสินใจเงียบไว้ก่อน เจียงเยี่ยนชิงมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ครู่หนึ่งจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าเป็นคนป่วย ไม่มีสมบัติสักชิ้น และอาจจะตายคืนนี้เลยก็ได้”

เขาจงใจกล่าวทุกคำให้ชัด รอเห็นความลังเลบนใบหน้านาง อย่างน้อยก็ควรมีอาการสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่าตายแต่ลู่เจาเจากลับตอบทันที

“ข้ามีเงิน”

ปลายนิ้วที่จับกรอบประตูของเขาหยุดขยับ นางพูดราวกับเขาเพียงแจ้งว่าขาดเงินติดตัว มิใช่กำลังเตือนว่าชีวิตคู่ของนางอาจสั้นกว่าธูปในพิธีแต่งงาน!

“ข้าให้สัญญาอนาคตที่สุขสบายกับเจ้าไม่ได้”

“ข้าสร้างอนาคตเองได้”

คราวนี้น้ำเสียงของนางหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่มีรอยยิ้มล้อเล่น ความสุขสบายที่ต้องรอให้ผู้อื่นอนุญาต นางไม่กล้าฝากชีวิตไว้ด้วยหรอก ยิ่งเป็นโลกที่คนดีคนชั่วถูกตัดสินด้วยตำแหน่งพระเอกตัวร้ายเช่นนี้ ยิ่งต้องเก็บเงินและสิทธิ์เลือกไว้ในมือตัวเอง เจียงเยี่ยนชิงนิ่งไป เขามองนางอีกครั้งสายตาของนางไม่ได้กำลังอ้อนวอนให้เขารับไว้ และไม่มีความสงสารแบบที่เขาเกลียด นางยืนอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังเสนอข้อตกลงให้คนที่มีสิทธิ์ตอบรับหรือปฏิเสธเท่าเทียมกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างไหวผ่านอก ก่อนเขาจะกดมันลง

“แล้วหากข้าตายเล่า?”

เขาถามช้าลง ดวงตายังจับอยู่บนใบหน้านาง ไม่ยอมปล่อยให้แม้แต่ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลุดรอดไป ลู่เจาเจาขมวดคิ้ว ในที่สุดนางก็เงียบ เฉียนซื่อลอบผ่อนลมหายใจ มุมปากที่เกร็งอยู่ค่อย ๆ คลายออก ดูท่าเด็กสาวจะเริ่มคิดได้แล้วว่าการเลือกสามีไม่ใช่เดินตลาด เห็นของถูกใจก็ชี้เอาตามอำเภอใจ

ลู่หวยอันกลับมองบุตรสาวด้วยความปวดใจ มือหยาบขยับเข้าหานางอย่างลังเล หากนางเปลี่ยนใจตอนนี้ เขาก็พร้อมพาออกไปหาหนทางอื่น ทว่าลู่เจาเจาเพียงก้มมองหีบไม้ข้างเท้า แล้วเงยหน้าถามด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม

“หากท่านตาย… สินเดิมร้อยตำลึงก็ยังคงเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

เงียบกริบ!!มือของลู่หวยอันค้างอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มของเฉียนซื่อหายวับ ส่วนเจียงเยี่ยนเซวียนที่ยืนรักษาท่าทีสงบมาตลอดหลุบตามองหีบใบนั้น ก่อนเบือนหน้าหนีด้วยกรามที่ขบแน่นขึ้น เจียงเยี่ยนชิงเองก็นิ่งไปถึงสองลมหายใจ เขาเตรียมใจไว้แล้วว่านางอาจหวาดกลัว อาจร้องไห้ หรือกล่าวคำปลอบโยนที่ตนไม่ได้อยากฟัง แต่คำถามเรื่องกรรมสิทธิ์สินเดิม…เขายังไม่ได้เตรียมคำตอบ

ลู่เจาเจาเห็นไม่มีผู้ใดพูดก็ยิ่งระแวง นางขยับเท้ามาชิดหีบอีกนิด ดวงตาที่เคยมองเขาอย่างมั่นอกมั่นใจพลันจริงจังขึ้นทันที เมื่อตอนเขาบอกว่าจะตาย นางยังไม่หน้าตึงเท่านี้เลย มุมปากซีดของเจียงเยี่ยนชิงกระตุกน้อย ๆ ที่แท้นางมิได้กลัวเป็นม่าย

นางกลัวเป็นม่ายแล้วถูกยึดเงินต่างหาก!! เจียงเยี่ยนชิงจ้องนางนิ่งไปสามลมหายใจ ก่อนที่มุมปากซีดๆ ของเขาจะกระตุกขึ้น มันเป็นรอยยิ้ม... รอยยิ้มของคนที่เพิ่งเคยพบเจอสตรีที่หน้าหนาที่สุดในใต้หล้า

ลู่เจาเจาเห็นเขายิ้ม ก็เลยถือโอกาสเสนอข้อตกลงทันที

“เอาล่ะ ข้าจะออกค่ารักษาให้ท่าน แต่เงินทุกอีแปะต้องลงบัญชีไว้! หากท่านรอด ท่านต้องทำงานหาเงินมาใช้หนี้ข้า... แต่หากท่านไม่รอด หนี้ถือเป็นสูญ ข้าจะไม่ตามไปทวงที่ปรโลก ถือว่าแถมให้”

“ช่างเป็นสตรีที่เปี่ยมเมตตาเสียจริง” เขาประชด

“อ้อ แต่ค่าธูปเทียนเซ่นไหว้ศพ ข้าคิดแยกต่างหากนะเจ้าคะ”

คราวนี้ เจียงเยี่ยนชิงหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ! เสียงหัวเราะแผ่วเบาปะปนกับเสียงไอ แต่กลับทำให้เจียงต้าเฉิงและเฉียนซื่อขนลุกซู่ เพราะหลายปีมานี้ พวกเขาไม่เคยเห็นคนผู้นี้หัวเราะเลยสักครั้ง!

เจียงเยี่ยนชิงหรี่ตามองสตรีตรงหน้า ชาติก่อน สตรีผู้นี้เป็นเพียงคุณหนูขี้ขลาด ยอมก้มหัวแต่งให้น้องชายสารเลวของเขา แล้วก็โดนวางยาตายในคืนเข้าหอ แต่ชาตินี้ สตรีหน้าหนาผู้นี้กลับกล้าต่อปากต่อคำ หอบหีบสมบัติมาขอแต่งงานกับเขา แถมยังเสนอหน้าจะปล่อยเงินกู้ให้คนใกล้ตายอีก! น่าสนใจ... น่าสนใจจนเขาอยากจะผ่าความคิดนางดู ว่าข้างในมันซ่อนวิญญาณผู้ใดไว้กันแน่!

เขาเงยหน้ามองเจียงต้าเฉิง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ข้าตกลงรับนางเป็นภรรยา”

*****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel