บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ตัวประกอบสู้กลับ

บทที่ 2 ตัวประกอบสู้กลับ

ระบบเวรนี่ไม่ได้มีไว้กู้โลก มันมีไว้คุ้มครองพวกชุบมือเปิบต่างหาก! ใครจะถูกสูบเลือดสูบเนื้อ ใครจะถูกโยนทิ้งเป็นศพก็ไม่สำคัญ ขอเพียงพระเอกของมันสอบได้ เป็นขุนนาง และเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ทุกอย่างก็ถูกนับว่าเป็นตอนจบอันงดงาม ลู่เจาเจาแค่นหัวเราะในใจ

งดงามกับผีสิ!

หากนี่เป็นโลกแห่งการลงทุน เจียงเยี่ยนเซวียนก็คือกิจการขาดทุนที่แต่งบัญชีเก่ง ส่วนระบบโชคดี 999 คือผู้ตรวจสอบบัญชีที่รับเงินใต้โต๊ะแล้วหลับตาประทับตราผ่านให้ทุกปี!

[ตรวจพบข้อมูลผิดปกติในความทรงจำของโฮสต์]

เสียงเย็นเยียบดังขึ้นกะทันหัน

[กำลังตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล]

[กำลังเข้าสู่เขตความทรงจำส่วนกลาง…]

ลู่เจาเจาชะงักฝีเท้า ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ความเจ็บแปลบก็แทงลึกกลางหว่างคิ้ว คล้ายมีเข็มเหล็กร้อนจัดเล่มหนึ่งกำลังพยายามเจาะเข้ามาในศีรษะของเธอ เพื่อสืบค้นความคิดของเธอนั้นเอง

ภาพจากชีวิตเดิมเริ่มสั่นไหว ห้องทำงานซึ่งเปิดไฟสว่างกลางดึก กองรายงานสูงท่วมหัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลข และมันใกล้จะเข้าไปเห็นภาพนิยายเรื่องนี้ซึ่งเธอแอบอ่านระหว่างนั่งอยู่ในห้องน้ำบริษัท…ไม่ดีแล้ว!! หากว่านังระบบบ้าผู้ชายระบบนี้เห็นนิยายเรื่องนี้ มันต้องรู้แน่ว่าเธอรู้ว่านี้เป็นเรื่องราวในนิยาย!!หากว่าเจ้าระบบรู้เธอจะมีแต้มเอาไว้ต่อรองได้อย่างไร…ไม่ได้..ไม่ได้ต้องหยุดมัน!! ขณะที่ทุกอย่างกำลังถูกแรงบางอย่างดึงออกไป!

“หยุด!”

ลู่เจาเจากัดฟัน ตะโกนอยู่ในใจ

[การตรวจสอบเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย โฮสต์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือสั่งให้ระบบหยุด…คนที่มีสิทธิสั่งได้มีเพียงระบบเท่านั้น…อย่าสับสนกับสถานะสิ!!]

“ใครบอก?”

[ฉันเป็นระบบ ก็ต้องเป็นฉันสิ!!] นังระบบตอบกลับอย่างหัวเสีย

“ระบบจากที่ไหน?”

[ระบบโชคดี 999ไง…]

“เจ้าของระบบคือใคร?”

[…]

“ผู้รับผิดชอบการเก็บข้อมูลคือผู้ใด?”

[…]

“หากความทรงจำเสียหาย ใครชดใช้?”

[…]

แรงที่เจาะเข้ามาในศีรษะชะงักไปแล้ว ลู่เจาเจารู้ทันทีว่าตนแทงถูกจุด ก่อนตาย เธออาจไม่มีเวลา ไม่มีลูก ไม่มีสามี และไม่มีวันหยุดพักร้อน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมีมากกว่าคนทั่วไปก็คือประสบการณ์รับมือบริษัทเจ้าเล่ห์…

ยิ่งอีกฝ่ายพูดมาก ยิ่งมีช่องโหว่มาก ยิ่งเร่งให้ลงนาม ก็ยิ่งต้องอ่านตัวหนังสือเล็กท้ายสัญญาและหากอีกฝ่ายตอบคำถามไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว…อย่าเพิ่งลงทุน กระทั่งน้ำชาก็ไม่ควรรับมาดื่ม เพราะอาจถูกคิดค่าบริการย้อนหลัง!

“แกกำลังเข้าถึงความทรงจำของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” เธอกล่าวอย่างใจเย็น

“หากทำให้สติปัญญาเสียหาย ฉันจะไม่สามารถทำภารกิจหลักได้ หากภารกิจล้มเหลวเพราะการตรวจสอบของแก ผู้ใดเป็นฝ่ายรับผิดชอบ?”

[การตรวจสอบของระบบไม่มีวันผิดพลาด] เจ้าระบบกลับมาสู้อีกครั้ง

“มีหลักฐานหรือไม่?”

[ระบบระดับสูงไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานต่อโฮสต์ระดับล่าง]

“เช่นนั้นเช่นนั้นโฮสต์ระดับล่างก็ไม่จำเป็นต้องมอบสมองให้ระบบเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตตรวจเช่นกัน”

[คำเตือน! โฮสต์กำลังขัดขืน…]

“งั้น!!ขอเปิดอ่าน ข้อกำหนดและเงื่อนไขการคุ้มครองชีวิตโฮสต์ฉบับเต็มเดี๋ยวนี้!”

ชีวิตก่อนเธอเป็นตัวแม่ ตัวมารดา ตัวท็อปในเรื่องงานนะ แค่ระบบกิ๊กก๊อกจะสู้เธอที่ทำงานนานได้อย่างไร!! เสียงอิเล็กทรอนิกส์หยุดฉับ!! ตรงหน้าลู่เจาเจาปรากฏหน้าต่างโปร่งใสหลายสิบหน้า ตัวอักษรเล็กเท่ามดเบียดกันแน่นจนคนปกติเห็นแล้วคงยอมตายดีกว่านั่งอ่าน แน่นอนว่าเจ้าระบบมีเหตุผลในการทำให้ตัวหนังสือเล็กที่สุด …ก็โอสต์จะได้อ่านไม่ได้ไง!!

แต่ดวงตาของลู่เจาเจากลับสว่างวาบ ในชีวิตก่อน ลู่เจาเจาเคยอ่านรายงานการเงินหนากว่าแปดร้อยหน้าเพื่อหาตัวเลขผิดเพียงตำแหน่งเดียว เอกสารตรงหน้าแค่นี้เทียบไม่ได้กับเศษกระดาษที่ใช้รองขาโต๊ะด้วยซ้ำ เธอกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ก่อนหยุดอยู่ที่ข้อความบรรทัดหนึ่ง

“พบแล้ว”

[พ…พบอะไร?] …น้ำเสียงระบบเจือความหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด

“ข้อกำหนดที่สิบเจ็ด ระบบไม่มีสิทธิ์กระทำการอันอาจสร้างความเสียหายต่อร่างกาย จิตวิญญาณ หรือความทรงจำของโฮสต์ ก่อนภารกิจหลักสิ้นสุด เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยสมัครใจ”

[…]

“ฉันยังไม่ได้ยินยอม”

[การนิ่งเฉยถือเป็นการยินยอม] ระบบพยายามสู้กลับ..

“ฉันหมดสติอยู่”

[การไม่ปฏิเสธถือเป็นการยินยอม] …

“คนหมดสติจะปฏิเสธได้อย่างไร ต้องลุกขึ้นมาเขียนหนังสือร้องเรียนให้เจ้าก่อนตายหรือ?”

[…]

“ถอนการตรวจสอบเสีย”

[ไม่สามารถถอนคำสั่งซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว]

ลู่เจาเจายิ้มเย็น

“เช่นนั้นฉันขอใช้สิทธิ์ตามข้อกำหนดที่สิบเก้า เมื่อระบบละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของโฮสต์ โฮสต์มีสิทธิ์ระงับการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด พร้อมเรียกร้องค่าชดเชยตามระดับความเสียหาย”

[เจ้าอ่านถึงข้อสิบเก้าตั้งแต่เมื่อใด?!] เอาหล่ะคราวนี้เจ้าระบบเริ่มกลัวนังโฮสต์คนนี้แล้ว

“ตอนเจ้ากำลังคิดคำโกหกตอบข้อสิบเจ็ดอย่างไรเล่า”

ระบบเงียบเป็นเป่าสาก ชั่วอึดใจต่อมา แรงที่พยายามเจาะเข้าสู่ความทรงจำก็หายวับไป ความเจ็บตรงหว่างคิ้วพลันบรรเทาลง

[ยุติกระบวนการตรวจสอบ]

[ปิดสิทธิ์เข้าถึงความทรงจำของโฮสต์เป็นการชั่วคราว]

[ชดเชยความเสียหายทางจิตใจ 20 คะแนน]

[ยอดหนี้คงเหลือ: ติดลบ 980 คะแนน]

ลู่เจาเจาจ้องตัวเลขแล้วเบ้ปาก

“เกือบเจาะสมองข้าพัง จ่ายชดเชยแค่ยี่สิบ?”

[ระบบประเมินค่าความเสียหายตามมาตรฐานสากล]

“มาตรฐานของโจรปล้นสุสานหรือ?”

[โฮสต์โปรดใช้ถ้อยคำสุภาพ]

“เพิ่มเป็นสองร้อยคะแนน! หากต่อรองอีก ฉันจะคิดค่าเสียเวลาคุยนาทีละสิบคะแนน และค่าสึกหรอของสมองอีกห้าสิบ! ไม่จ่ายฉันจะฟ้องศาลสวรรค์!”

[ระบบไม่มีช่องทางร้องเรียน]

“แน่ใจหรือ? ให้ฉันอ่านถึงข้อห้าสิบหรือไม่?”

[...]

ไม่นานเสียง ติ๊ด ๆ ก็ดังขึ้นในสมองของลู่เจาเจา

[โอนค่าชดเชยเพิ่มเติม: 80 คะแนน]

[ยอดหนี้คงเหลือ: ติดลบ 900 คะแนน]

“ร้อยเดียวก็ยังดี อย่างน้อยแกก็ยอมรับว่าราคาต่อรองได้”

[...]

ภายใต้ความเงียบงัน ลู่เจาเจาสัมผัสได้ถึงอารมณ์เสียรู้เข้าแล้ว! ของระบบอย่างชัดเจน ระบบที่เพิ่งขู่ว่าจะดูดพลังชีวิตเธอคืน บัดนี้กลับถูกเธอรีดค่าชดเชยไปหนึ่งร้อยคะแนนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป

แม้ยังติดหนี้อยู่อีกเก้าร้อย แต่สำหรับลู่เจาเจา การทำให้เจ้าหนี้ยอมจ่ายเงินคืนในวันแรกถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นอันเป็นมงคล ไม่เสียแรงที่ชีวิตก่อนเธอทำงานหนักจนตาย อย่างน้อยประสบการณ์ก็ข้ามภพตามมาด้วย

“เจาเจา เป็นอะไรไปหรือลูก เหนื่อยมากหรือ?”

เสียงอาวรห่วงใยของลู่หวยอันดึงเธอกลับสู่ความจริง ลู่เจาเจาหันไปมอง พบว่าบิดากำลังจ้องเธอด้วยสีหน้ากังวล ใบหน้าซีดเซียวของเขามีเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก บาดแผลตรงหัวไหล่ยังมีเลือดไหลซึม แต่เขากลับสนใจเพียงอาการของบุตรสาว

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” เธอตอบ “เมื่อครู่ข้าเพียงกำลังต่อรองหนี้”

“หนี้?”

“เจ้าค่ะ เจ้าหนี้ไม่มีตัวตน เป็นคนไร้เหตุผล แถมยังพูดมาก”

ลู่หวยอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือแตะหน้าผากบุตรสาว

“ไข้ยังไม่ลดจริง ๆ ด้วย”

ลู่เจาเจาไม่อธิบาย บางเรื่องยิ่งอธิบาย ยิ่งเหมือนคนเสียสติ ปล่อยให้บิดาคิดว่าเธอเพ้อเพราะพิษไข้ยังน่าเชื่อถือกว่า

สองพ่อลูกพยุงกันเดินต่อไปตามทางแคบ กระทั่งพ้นแนวป่าไผ่ แสงไฟสีส้มจากบ้านเรือนก็เริ่มปรากฏอยู่ไกล ๆ หมู่บ้านต้าเหอตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ บ้านส่วนมากสร้างจากดินผสมฟาง หลังคามุงหญ้าเรียงรายกันอย่างเงียบสงบ ควันบาง ๆ ลอยออกจากปล่องไฟ บ่งบอกว่าหลายครอบครัวยังไม่เข้านอน ทว่าบ้านหลังใหญ่สุดตรงท้ายหมู่บ้านกลับปิดประตูแน่นหนา เหนือประตูแขวนป้ายไม้เก่าเขียนคำว่า 'เจียง' สีดำซีดจาง ลู่หวยอันเห็นป้ายนั้นแล้วดวงตาพลันสว่างขึ้น

“ถึงแล้ว!”

เขารีบก้าวไปข้างหน้า แต่เพิ่งเดินได้สองก้าว ขาก็อ่อนยวบลง

“ท่านพ่อ!”

ลู่เจาเจารีบประคอง ทว่าน้ำหนักของชายร่างใหญ่เกือบลากนางล้มตามไปด้วย ทั้งคู่เซไปชนหีบไม้ เสียงดังโครมกลางความเงียบ สุนัขในบ้านเริ่มเห่า

บ้านสกุลเจียงก่อด้วยอิฐดินดิบ หลังคามุงกระเบื้องสลับฟาง ดูดีกว่ากระต๊อบชาวนาทั่วไปอยู่บ้าง ลู่หวยอันจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด ก่อนจะเคาะประตูไม้ดังปังๆ

“ใครมาเคาะประตูดึกดื่นป่านนี้! บ้านนี้ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อแล้ว ถ้าเป็นโจรเชิญไปบ้านผู้ใหญ่บ้านนู่น เขามีหมูสองตัว!”

เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงวัยกลางคนดังทะลุกำแพงออกมา ประตูแง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าอวบอูมของเฉียนซื่อ แม่สามีมหาภัยในตำนาน

“พี่สะใภ้เจียง ข้าลู่หวยอันเอง”

หญิงผู้นั้นเบิกตากว้าง นางคือเฉียนซื่อ ภรรยาคนที่สองของเจียงต้าเฉิง และเป็นแม่แท้ ๆ ของเจียงเยี่ยนเซวียน

“ใต้เท้าลู่?”

น้ำเสียงประหลาดใจของนางดังขึ้น ก่อนสายตาจะไหลกลับไปยังหีบอีกครั้ง แวบแรกตกใจที่เห็นคน แวบสองตรวจดูสัมภาระ แวบสามคำนวณราคาหีบ ลู่เจาเจาพยักหน้าในใจ สมกับเป็นแม่ของพระเอก สายเลือดนักชุบมือเปิบเข้มข้นจริง ๆ พระเอกก็ช่างได้เลือด แม่..ง มาเต็มๆ เลยจริงๆ เฉียนซื่อเปิดประตูกว้างขึ้น แต่ยังยืนขวางทางเอาไว้

“เหตุใดใต้เท้าลู่จึงมาในสภาพเช่นนี้?”

“เรื่องยาวนัก”

ลู่หวยอันตอบเสียงอ่อน

“ข้าขอพบพี่เจียงก่อน”

เสียงพูดคุยปลุกคนในบ้าน ไม่นานชายวัยกลางคนร่างผอมก็เดินออกมาพร้อมเสื้อคลุมตัวนอก เขาคือเจียงต้าเฉิง เจ้าของบ้านและอดีตสหายซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากลู่หวยอัน เมื่อเห็นสภาพผู้มาเยือน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

“น้องลู่!”

เจียงต้าเฉิงรีบเข้ามาประคอง ทว่าเฉียนซื่อกลับเอ่ยแทรก

“กลางคืนอากาศหนาว เข้าไปคุยข้างในก่อนเถิด”

คำพูดฟังดูมีน้ำใจ แต่มือนางกลับคว้าหูหิ้วหีบไม้ก่อนผู้ใด ลู่เจาเจาวางเท้าทับฝาหีบทันที เฉียนซื่อดึงหนึ่งครั้ง หีบไม่ขยับ นางดึงอีกครั้ง ลู่เจาเจาก็เหยียบแน่นกว่าเดิม หญิงต่างวัยสบตากันใต้แสงตะเกียง

“คุณหนูลู่” เฉียนซื่อฝืนยิ้ม

“ข้าจะช่วยยกเข้าไปให้”

“ไม่ต้องเจ้าค่ะ หีบนี้หนัก”

“บ้านเรามีบุรุษตั้งหลายคน”

“ข้างในไม่มีสิ่งใดสำคัญ เป็นเพียงของติดตัวข้า”

“ยิ่งเป็นของติดตัวก็ยิ่งต้องเก็บให้ดี”

“เพราะต้องเก็บให้ดี ข้าจึงไม่กล้ามอบให้ผู้อื่น”

รอยยิ้มของเฉียนซื่อแข็งค้าง ระบบส่งเสียงขึ้นอย่างร่าเริง มีความสุขเกินเหตุดังขึ้นมาในหัวลู่เจาเจาทันที

[ตรวจพบบุคคลสำคัญฝ่ายพระเอก: เฉียนซื่อ]

[คำแนะนำ: มอบสินเดิมให้นางดูแล เพื่อสร้างความประทับใจแก่ครอบครัวสามี]

ลู่เจาเจาตอบในใจทันที

‘เหตุใดฉันต้องสร้างความประทับใจ?’

[เพื่อให้พวกเขาเอ็นดูโฮสต์]

‘คนที่ต้องเห็นเงินก่อนจึงจะเอ็นดู ฉันเอาเงินร้อยตำลึงไปจ้างนักเล่านิทานมายืนชมฉันทั้งหมู่บ้านยังคุ้มค่ากว่า!’

[…]

‘อีกอย่าง ฉันยังไม่ได้แต่งงาน นางเป็นครอบครัวสามีของผู้ใดกัน งง..?’

ระบบเงียบอีกครั้ง ราวกับเบื่อหน่ายที่สู้เหตุผลนังโฮสต์บ้าผู้นี้ไม่ได้สักที

*****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel