บทที่ 1 ชะตาของตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง
บทที่ 1 ชะตาของตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง
“เจาเจา!อย่าหลับนะลูก อีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว!”
เสียงแหบพร่าสั่นระริกของบุรุษผู้หนึ่งดังทะลวงแก้วหู ราวกับกำลังรีดเร้นพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายออกมาตะเบ็ง
“ต่อให้พ่อต้องตาย พ่อก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันจับลูกไปด้วย!”
สวบ!
แกรก!
ตึง!
ใครบางคนกำลังแบกนางวิ่งกระหืดกระหอบ ฝ่าเท้าเหยียบย่ำโคลนตมดังสวบสาบ กิ่งไม้ฟาดหน้าฟาดตา เสียงลมหนาวหวีดหวิวกลางป่าไผ่ฟังดูหลอนสยองเกล้า ทว่าสิ่งที่หลอนยิ่งกว่าคือศีรษะของลู่เจาเจาที่กำลังโขกกระแทกแผ่นหลังแข็งๆ ของคนแบกเป็นจังหวะสามช่า
ปึก! ปึก! ปึก!
ลู่เจาเจาอยากจะอ้าปากด่าว่า ‘เปลี่ยนจากแบกเป็นอุ้มพาดบ่าได้ไหม ไส้ติ่งฉันจะแตกแล้ว!’ แต่เปลือกตากลับหนักอึ้ง ร่างกายร้อนจี๋ราวกับเหล็กเผาไฟ ทว่ามือเท้ากลับเย็นเฉียบ
เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!!!
เธอจำได้แม่นยำว่าตัวเองเพิ่งลากสังขารออกจากบริษัทตอนเที่ยงคืน หลังปั่นรายงานการลงทุนติดกันสามวันสามคืน ขณะยืนรอข้ามถนนพร้อมกาแฟกระป๋องในมือ รถม้า... ไม่สิ!! รถบรรทุกสิบแปดล้อที่ไหนไม่รู้ก็พุ่งเสยร่างเธอจนลอยละลิ่วข้ามแยก แทนที่จะไปโผล่หน้าประตูนรก ทำไมถึงมาถูกชายแปลกหน้าแบกวิ่งฝ่าดงไผ่แทนล่ะ? ยังไม่ทันที่สมองของเธอจะประมวลผลจบ ความเจ็บปวดก็ระเบิดตู้มกลางสมอง
“อึก!”
ลู่เจาเจาครางลอดไรฟัน สองมือจิกเสื้อชายตรงหน้าแน่นจนเล็บแทบหัก ความทรงจำระดับ Full HD หลั่งไหลเข้ามากระแทกจิตวิญญาณราวกับเขื่อนแตก
เจ้าของร่างนี้ชื่อลู่เจาเจา อายุสิบเจ็ดปี บุตรสาวคนเดียวของลู่หวยอัน อดีตรองเจ้ากรมคลังผู้ซื่อสัตย์ (จนเซ่อ) สามวันก่อนบิดาถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเสบียงหลวง หลักฐานมัดตัวแน่นหนายิ่งกว่าแหนมป้าย่น (คืออ…มันแน่นมาก555) ทรัพย์สินถูกยึด บ่าวไพร่ถูกขาย บิดาต้องโทษเนรเทศ ส่วนนางเตรียมตัวโดนจับไปเป็นนางกำนัลล้างห้องน้ำหลวง
แต่ก่อนทหารจะมาถึง บิดาบังเกิดเกล้าก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ หอบหีบสินเดิมหนึ่งใบแบกนางหนีตายข้ามวันข้ามคืน มุ่งหน้ามายังหมู่บ้านต้าเหอ เพื่อฝากฝังนางไว้กับครอบครัวสกุลเจียง ผู้ซึ่งบิดาเคยช่วยชีวิตและทวงสัญญารับนางเป็นสะใภ้ ภาพความทรงจำปะติดปะต่อกันจนถึงฉากสุดท้าย ทำเอาลู่เจาเจาหนาวสันหลังวาบ
ชิ…หายแล้ว!!โลกนี้มันนิยายทะลุมิติที่นางเพิ่งอ่านจบตอนเข้าห้องน้ำที่บริษัทนี่หว่า! และยัยลู่เจาเจาคนนี้ คือตัวประกอบใช้แล้วทิ้งที่มีบทอันน้อยนิดเพียงแค่สามหน้าเท่านั้น!!!
ตามเนื้อเรื่องในนิยายที่เธออ่านแบบผ่านๆ ยัยหนูลู่เจาเจาคนนี้คือคู่หมั้นที่ถูกส่งมาประเคนให้พระเอก ตอนตกอับ แต่งเข้าบ้านคืนแรกปุ๊บก็ชิงตายปริศนาในห้องหอปั๊บ ทิ้งสินเดิมหนึ่งร้อยตำลึงให้พระเอกเอาไปเป็นทุนรอน ซื้อตำรา จ่ายค่าเดินทางเข้าเมืองหลวง จนสอบติดจอหงวน แล้วไปแต่งงานเสวยสุขกับนางเอกตัวจริง สองผัวเมียถูกยกย่องว่าสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยสองมือ...
สองมือพ่อง!!!…หมายถึงด้วยสองมือบิดาเจ้าสิ!!
มือหนึ่งถือพู่กัน อีกมือล้วงเงินตำลึงเมียที่เพิ่งตายเนี่ยนะ?!
ลู่เจาเจาเบะปากหมั่นไส้จนแทบถึงใบหู แม่นางลู่คนเดิมมีชีวิตมาสิบเจ็ดปี สุดท้ายมีค่าแค่กองทุนตั้งตัวของไอ้ผู้ชายหน้าเหม็นคนหนึ่ง แถมตายแล้วยังไม่มีใครคิดจะชันสูตรศพอีก ช่างเป็นตัวประกอบที่เกิดมาเพื่ออุทิศตนระดับรางวัลโนเบลสาขาเสียสละจริงๆ! ขณะที่ลู่เจาเจาพยายามเค้นสมองนึกถึงเรื่องราวต่อไป จู่ๆ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังก้องในหัว
[ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!]
[ระบบโชคดี 999 เชื่อมต่อสำเร็จ!]
[ตรวจพบโฮสต์ประสบอุบัติเหตุวิญญาณหลุดลอย ระบบได้ดึงพลังงานสำรองฉุกเฉินเพื่อช้อนวิญญาณท่านลงเซิร์ฟเวอร์นี้]
[ค่าบริการช้อนวิญญาณ: 1,000 คะแนน]
[ยอดหนี้ปัจจุบัน: ติดลบ 1,000 คะแนน]
ลู่เจาเจา: “…”
คนอื่นทะลุมิติได้มิติวิเศษ ได้แหวนมิติ ได้บ่อน้ำพุ น้ำแร่วิญญาณ ได้ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนฉันลืมตายังไม่ทันสุดตา ก็โดนทวงหนี้แล้ว?
‘นี่ระบบหรือแก๊งหมวกกันน็อก? ร้อยละยี่สิบต่อวันไปเลยไหม?’ ลู่เจาเจาถามกลับในใจ ราวกับว่าตัวเองรู้เรทอัตราการทวงหนี้ของแก๊งหมวกกันน็อกดีกว่าใคร!!
[หากโฮสต์ปฏิเสธการชำระหนี้ ระบบจะทำการยึดพลังงานชีวิตคืน และส่งกลับแล้วนะ!!] เสียงอิเล็กทรอนิกส์สังเคราะห์มีความเชิดหยิ่งไม่ง้อใครก็ดังสวนขึ้นมาอย่างถือดีทันที…
‘พูดภาษาคนสิ’
[ไม่จ่ายก็ตายซ้ำสองครับโฮสต์] ….
ดูเหมือนมันจะไม่ง้อจริงๆ ด้วย!! เยี่ยมจริงๆ ... ตายรอบแรกโดนสิบแปดล้อเหยียบเละ… ตายรอบสองโดนแอประบบทวงหนี้เถื่อนดูดวิญญาณหากไม่ยอมก็จะส่งกลับ…ส่งกลับไปแล้วจะให้อยู่ไหนกันในเมื่อร่างในชีวิตที่แล้วแหลก เละซะขนาดนั้น!!! ชีวิตบัดซบได้โล่จริงๆ
“เจาเจา!”
ชายที่แบกนางเบรกเอี๊ยดจนหัวคะมำ เมื่อสัมผัสได้ว่าลูกสาวบนหลังตัวเกร็งผิดปกติ เขารีบวางนางลงพิงต้นไม้ริมทางอย่างทะนุถนอม
“ลูกปวดหัวอีกแล้วหรือ? มองพ่อสิ เจาเจาลูกรัก!”
ลู่เจาเจาปรือตาขึ้นมอง ภายใต้แสงจันทร์สลัว ชายวัยกลางคนตรงหน้ามีสภาพดูไม่จืด เสื้อคลุมขาดวิ่นประหนึ่งไปฟัดกับหมาหมู่ บาดแผลที่ไหล่มีเลือดซึมจนผ้ากลายเป็นสีดำ ผมเผ้าหงอกขาวทั้งที่อายุไม่น่าเกินสี่สิบ ดวงตาแดงก่ำเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
นี่คือ ลู่หวยอัน อดีตขุนนางตงฉินที่กำลังจะตายข้างถนนในอีกสามเดือนตามเนื้อเรื่องเดิม ความรู้สึกผูกพันของเจ้าของร่างเดิมตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ลู่เจาเจาสูดน้ำมูกเสียงดังฟืด... ก่อนจะเอ่ยประโยคแรกแห่งการทะลุมิติ
“ท่านพ่อ...”
ลู่หวยอันน้ำตาคลอเบ้า พรั่งพรูความโล่งใจ
“พ่ออยู่นี่ลูก! ทนอีกนิดนะ บ้านสกุลเจียงอยู่แค่เอื้อมแล้ว ถึงที่นั่นเมื่อไหร่ลูกจะรอด”
“สินเดิมร้อยตำลึงของข้าอยู่ไหนเจ้าคะ?”
กึก.
ความซาบซึ้งใจขาดผึงกลางอากาศราวกับถูกกรรไกรตัด ลู่หวยอันอ้าปากค้าง น้ำตาที่กำลังจะไหลหยดแหมะลงกลับคืนสู่เบ้า เขามองลูกสาวด้วยสายตาเลิ่กลั่ก หรือว่าไข้ขึ้นสูงจนสมองส่วนหน้ากระทบกระเทือนไปแล้ว? เพิ่งหนีตายกระสุนตกมาหมาดๆ ฟื้นมาคำแรกดันถามหาตังค์!
“อยู่... อยู่ในหีบไม้นี่ไง” เขาตบหีบใบเขื่องข้างตัวป้าบๆ
“ตั๋วเงินพ่อเย็บซ่อนไว้ใต้ซับในเสื้อกันหนาวลูก ปลอดภัยหายห่วง”
“ขึ้นเงินได้ที่ไหน แลกเป็นทองได้หรือไม่?”
“ต้องโรงรับแลกเงินทงเป่าในเมืองหลวงเท่านั้น และต้องใช้ตราประทับของลูกด้วย... ถามทำไมหรือลูก?”
ลู่เจาเจาลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ ค่อยยังชั่ว! โชคดีที่ตาเฒ่าลู่ไม่ได้หอบมาเป็นก้อนเงินแท่งล้วนๆ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยสันดานของคนบ้านเจียง หีบใบนี้คงถูกงัดจนพรุนตั้งแต่คืนแรกเข้าหอ
“ข้าแค่เช็กสภาพคล่องทางการเงินน่ะเจ้าค่ะ…เออ ข้าหมายถึง..หมายถึง..ก็เช็คดูเจ้าค่ะ”
เอาเถอะ!!คิดไม่ทันก็ตอบท่านพ่อไปตรงๆ แล้วกัน เขาจะเข้าใจคำว่า เช็กสภาพคล่องหรือไม่ก็ช่างเขาเถอะ…ลู่หวยอันขมวดคิดเล็กน้อยเพราะว่าไม่เข้าใจจริงๆ แต่เมื่อเขาคิดว่าลูกคงตกใจและสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อาจจะพูดอะไรมัวๆ ไป เขาก็ถอนหายใจ และมองลูกสาวด้วยแววตาสงสารจับใจ ใช่แล้ว!!!ลูกคงลำบากจนเสียสติไปแล้วแน่ๆ
“เจาเจา... พ่อขอโทษนะลูก” น้ำเสียงเขาแหบเครือ
“พ่อมันไร้ความสามารถ ปกป้องบ้านเราไว้ไม่ได้ ยังต้องพาลูกมาระหกระเหิน…”
“คนที่ควรขอโทษไม่ใช่ท่านพ่อ แต่เป็นไอ้พวกที่ใส่ร้ายท่านต่างหาก”
ลู่เจาเจาตัดบทฉับ นางคว้ามือหยาบกร้านของเขามากุมไว้แน่น
“จำไว้นะเจ้าคะ ตราบใดที่เรายังมีชีวิต มีตั๋วเงิน และมีสมอง เรื่องนี้ยังไม่จบหรอกเจ้าค่ะ”
ลู่หวยอันเบิกตากว้าง คล้ายเพิ่งเคยรู้จักลูกสาวตัวเองเป็นครั้งแรก เขาเม้มปากแน่นก่อนจะหันหลังย่อตัวลง
“ขึ้นมาเถอะ พ่อจะแบกลูกต่อ”
“ข้าเดินเองได้”
“เท้าลูกเป็นแผล”
“แต่หลังท่านพ่อเลือดจะหมดตัวแล้วนะเจ้าคะ ท่านอยากให้ข้ากำพร้าก่อนถึงหน้าหมู่บ้านหรือ?”
สองพ่อลูกจ้องตากันปริบๆ สุดท้ายลู่หวยอันก็ยอมแพ้ ยอมพยุงลูกสาวเดินกระเผลกๆ ไปตามทาง ทันใดนั้น เสียงระบบก็เด้งขึ้นมาป่วนอีกครั้ง อย่างไม่มีปี่มีขลุยและเอาแต่ใจตัวเองมากที่สุด
[ภารกิจหลักบังคับ: แต่งงานกับเจียงเยี่ยนเซวียนพระเอกของโลกใบนี้ ส่งเสียเขาสอบจอหงวน และเดินตามเส้นเรื่องอย่างเคร่งครัด!]
ลู่เจาเจา: หมายถึงแต่งปั๊ปตายปั๊ปอะนะ!! เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร… ไม่นานเสียงสังเคราะห์ก็ดังขึ้นมาอีก ราวกับว่ามันเป็นนายใหญ่นายหญิงที่อยากจะสั่งเมื่อไหร่ก็ได้!!
[รางวัล: ล้างหนี้ติดลบทั้งหมด + เปิดล็อกมิติเพาะปลูกเพื่อช่วยเหลือพระเอก 1 หมู่]
ลู่เจาเจาหรี่ตาลงเล็กน้อย..ฮึ!!!คิดจะมาหลอกเธอหรืออย่างไร เธอรู้ดีว่าแต่งไปปุั๊ปก็ตายปั๊บแล้วจะมีเวลาไปเปิดมิติปลูกผักปลูกหญ้าได้อย่างไร!!!เธออ่านนิยายเรื่องนี้มาเธอรู้ดี…
แล้วอีกอย่าง…ทำไมไม่ให้เจ้าพระเอกมันปลูกผักกินเอง!!!มันไม่มีมือหรืออย่างไร…แน่นอนเธอคิดแต่ไม่ได้เอ่ยออกไป!! จากนั้นไม่นาน ประวัติของเจียงเยี่ยนเซวียนเด้งพรึบขึ้นมาเป็นโฮโลแกรมในหัว
เจียงเยี่ยนเซวียน บุตรชายคนรองสกุลเจียง อายุ 17 ปี รูปงามหล่อเหลาราวสายลมและหยกสลัก ทั้งยังแสนจะ สุภาพ กตัญญู เป็นว่าที่มหาเสนาบดีผู้แบกรับชะตากรรมแผ่นดิน
ลู่เจาเจาไล่อ่านวีรกรรมของพ่อพระเอก แล้วมุมปากก็กระตุกยิกๆ แม๊!! กลัวคนอื่นไม่รู้หรืออย่างไรว่าเป็นระบบที่อวยพระเอกจนออกหน้าออกตา!! แน่นอนว่าคิดแล้วต้องเงียบไว้ก่อน ตอนนี้ยังสู้เจ้าระบบไม่ได้ ลู่เจาเจาคิด ถึงเรื่องราวที่อ่านมา
เงินค่าสอบ ปล้นมาจากเบี้ยเลี้ยงพี่ชายคนโต…
ตำราสอบติดระดับอำเภอ ขโมยของพี่ชายมาอ้างผลงาน
ค่าเดินทางเข้าเมืองหลวง ใช้สินเดิมเมียที่ตายแล้ว
ผลงานแก้ภัยแล้งเลื่อนขั้น ลอกบันทึกของพ่อตา (ลู่หวยอัน)
"นี่น่ะหรือบุรุษผู้แบกชะตาแผ่นดิน? วีรกรรมนี่เพียบจริงๆ ยังหน้าด้านจะเป็นพระเอกอีกนะไ ลู่เจาเจาพำพึมเบาๆ
[ถูกต้อง!! ฉันชอบเขา!! ฉันเลือกเขา!!.ใครจะทำไม!!] ตอนนี้เสียงนังระบบดังแทรกขึ้นอีกครั้ง
“แผ่นดินคงหนักมากสินะ ถึงต้องขี่คอคนอื่นแบกน่ะ”
[…] ระบบถึงกับเออเร่อไปสามวิ อาจจะเพราะคิดไม่ทันว่าลู่เจาเจาด่าใคร!!
‘ถ้าฉันไม่แต่งกับไอ้ปลิงนี่ล่ะ?’
[เรียกเขาดีๆ เขาเป็นพระเอก!!…หากว่าเธอไม่ทำตามเนื้อเรื่องจะพังทลาย! พระเอกอาจไม่มีเงินไปสอบ!แล้วใครจะไปแบบแผ่นดินแทนเขา..ชาติก่อนเธอเป็นคนฉลาดมีสมองก็คิดสิ คิด!!] เขาระบบใช้น้ำเสียงสะบัดใส่เธออีกแล้ว ลู่เจาเจากำหมัดอยากชกมัน..ชกไปตั้งแต่นังระบบนี้เลย!!
“มันเป็นง่อยหรือไงถึงหาเงินเองไม่ได้?”
เสียงพึมพำเบาๆ ลอดออกมาจากปากเธออีก ความจริงเธออยากจะด่าดังๆ แต่ก็กลัวท่านพ่อได้ยิน!!
[พระเอกมีภารกิจยิ่งใหญ่กว่าการหาเงิน!ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ของหล่อนที่จะต้องเตรียมเอาไว้ให้เขา]
…จากคำว่า เธอ… ต้องนี้นังระบบเรียกเธอว่าหล่อนแล้วนะ!!
“แล้วภารกิจฉันคือต้องนอนตายเป็นตู้เอทีเอ็มให้มันกดเงินงั้นสิ? และไม่ใช้อะไร ให้ตายเร็วด้วย”
ระบบเงียบกริบ…เพราะคิดไม่ถึงว่านังโฮสต์จะรู้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้น...ตอนนี้เจ้าระบบโชคดี 999 เริ่มประมวลผลใหม่ หึ่งๆ อย่างรวดเร็วเพื่อหาข้อผิดพลาดว่า นังโฮสต์ลู่เจาเจาผู้นี้รู้เรื่องราวได้อย่างไรกันแน่!!!
ลู่เจาเจาแค่นหัวเราะในใจ ระบบเวรนี่ไม่ได้มีไว้กู้โลก แต่มันมีไว้คุ้มครองไอ้พวกชุบมือเปิบต่างหาก ใครจะเป็นจะตายก็ช่าง ขอแค่พระเอก ได้ดีมีสุขเจริญรุ่งเรืองคนเดียวเป็นพอ..มารดา (แม่) มันเถอะ! ใครเป็นคนยัดบทบาทพระเอกให้เจ้านี้กันเนี้ย นี้มันโจรขี้ขลาดขัดๆ !!!
*****
