บท
ตั้งค่า

Chapter 6

“อ อึก! พี่ลม อ๊าาา~” เสียงครางเสียวดังขึ้นทั่วห้องคอนโดมาตลอดหลายนาทีติด หญิงสาวหุ่นดีเปลือยทั้งร่างครางกระเส่ากับทุกท่าจังหวะการบรรเลงบทรักของลม

เมื่อคืนเขาไปเที่ยวผับมาแต่ดันได้รุ่นน้องที่ไหนไม่รู้พากลับคอนโดด้วย ที่นี่ไม่ใช่คอนโดของเขาแต่เป็นคอนโดของหญิงสาวรุ่นน้องที่นอนครางอยู่บนเตียงตอนนี้ต่างหาก เช้านี้ก่อนกลับเลยได้ร่วมรักกันอีกรอบต่อจากผลงานเมื่อคืน

ครืดดดด~

เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของลมดังขึ้นที่หัวเตียงข้างเธอ เขาหยุดสอบเอวเท่านั้นก่อนขยับรั้งตัวยื่นมือหนาไปหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดูปลายสายที่โทรเข้ามา ‘เจอา’

“ว่าไงเจอา” วันนี้เจอาโทรมาแต่เช้า ถ้าไม่มีธุระจริง ๆ ลมพูดทักปลายสายทั้งยังคร่อมเอาร่างบางของคนใต้ร่างอยู่

“พี่ลมม~” หญิงสาวใต้ร่างพยายามร้องท้วงเพราะอารมณ์เสียวของตนเต็มที่มากแล้ว เธอไม่อยากให้มันขาดไปแต่สายตานิ่งคมออกดุของลมกลับก้มมองลงมาที่เธอเสียก่อนให้เจ้าของใบหน้าเสียวรีบกัดปากตัวเองแน่นเพราะลมดันท่อนเนื้อใหญ่ด้านในนั้นเข้าลึกมากกว่าเดิม

(คุณลมอยู่ไหนครับ?)

“ข้างนอก ผมไม่ได้กลับคอนโดตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ”

(คนของเราที่เฝ้าอยู่ที่คอนโดโทรมารายงานว่าตอนนี้คุณตะวันมาหาคุณลมที่คอนโดนะครับ) ลมนิ่งไปในทันทีอย่างครุ่นคิด

จริงสิ ตั้งแต่ผิดนัดรอบล่าสุดมาก็ไม่ได้เจอกับเด็กนั่นเลย สงสัยจะคิดถึงจนต้องเดินทางมาหาที่คอนโดเองเลย ดีแล้ว ยิ่งหลงเขายิ่งดี แบบนี้ทำอะไรง่าย ๆ หน่อย

“ขอบคุณมากนะ อีกสักพักก็คงจะโทรมาเอง” เพราะเขารู้นิสัยอีกคนดี

(ระวังตัวด้วยนะครับ) เจอามักพูดบอกเขาแบบนี้เสมอนั่นแหละ ไม่นานเกินรอ สายซ้อนก็โทรเข้ามาจริง ๆ ตามที่เขาบอกเจอา ทั้งคู่ต้องวางสายกันไปก่อนเพื่อรับสายของอีกคน

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ~” เสียงสั่นเทาของหญิงสาวใต้ร่างพูดถามเขาทั้งทางเชื่อมของทั้งคู่ยังสอดใส่กันอยู่เหมือนเดิม

“แฟนฉันโทรมาน่ะ”

“เด็กนิเทศฯ คนนั้นน่ะเหรอคะ?” ก็มองใครไว้ทำไมถึงจะไม่สืบประวัติครอบครัวของเขาก่อนล่ะ เธอรู้ว่าลมน่ะมีแฟนแล้ว แถมยังเพิ่งครบรอบหนึ่งปีกันไปได้ไม่นานอีก ลมเองก็ไม่สงสัยอะไรในคำพูดของเธอก่อนกดรับสายของตะวัน

“ครับ” เขาพูดทักทายเพียงสั้นเพราะยังต้องข่มอารมณ์ของตัวเองอยู่

บทรักกับหญิงสาวใต้ร่างได้เริ่มขึ้นเหมือนเดิมไม่มีท่าทีหยุดท่ามกลางแฟนของตัวเองที่โทรเข้ามาเมื่อครู่ เขาไม่ได้รู้สึกผิดหรืออะไรทั้งนั้นด้วยซ้ำ

ตะวัน :

“พี่ลมอยู่ไหนเหรอครับ? หนูมาหาที่คอนโดแต่เคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีคนเปิด” ผมพูดต่อหลังจากที่เขารับสาย ตั้งแต่วันครบรอบวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ทั้งในมหาลัยและข้างนอกก็ไม่ได้เจอ เพราะพี่ลมบอกว่ามีธุระตลอด ตอนนี้ก็วันที่สามแล้ว

(พี่ออกมาทำธุระข้างนอกน่ะ แต่เดี๋ยวก็กลับแล้ว หนูเข้าไปรอในห้องก่อนได้เลยนะ พี่จะรีบกลับครับ) ปลายสายพูดตอบเหมือนรีบเร่งอยู่ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ขาด ๆ หาย ๆ ยังไงไม่รู้ ผมรีบควานหาคีย์การ์ดสำรองของคอนโดพี่ลมในกระเป๋าทันที โชคดีที่ไม่ได้เอาออก

“ได้ครับ ว่าแต่พี่ลมทานข้าวยัง หนูจะสั่งอะไรเข้ามารอ”

(ดะ..ได้สิ พี่อยากทานข้าวกับ..หนูเหมือนกัน) พี่ลมพูดตอบกลับมาในลักษณะเดิมแต่หายใจไม่เป็นจังหวะมากกว่าเดิมเสียอีก

“พี่ลมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายหรือเปล่า” ก็เสียงเขามันแหบ ๆ หาย ๆ ถ้าไม่สบายก็คงจะรีบทำธุระของตัวเองอยู่แน่

(ปะ..เปล่า งั้นพี่ทำธุระต่อก่อนนะ เดี๋ยวรีบกลับ)

“ครับ หนูคิดถึ....” ไม่ทันที่ผมจะได้พูดตอบอะไรด้วยซ้ำ สายที่ถืออยู่ก็วางไปก่อนแล้ว สงสัยคงจะรีบมากจริง ๆ แต่ก็ดี เสร็จเร็วก็จะได้มาหาผมเร็วมากขึ้นด้วย

หลังจากที่เข้ามาในห้องของพี่ลมแล้ว ผมก็นั่งเลื่อนโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองต่อเลยเพื่อหาอาหารโปรดของพี่ลม กลับมาจะได้หายเหนื่อยถ้าเกิดว่าได้ทานอาหารอร่อย ๆ

ผ่านไปประมาณ 30 นาที อาหารที่สั่งไปก็มาส่ง ผมออกไปรับออเดอร์จากพนักงานส่งอาหารหน้าห้องก่อนจัดของทั้งหมดลงจานอย่างตั้งใจและบรรจงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่อาหารมาส่ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของพี่ลมอยู่ดี ผมที่เฝ้ามองประตูบานใหญ่นั้นอย่างใจจดใจจ่อก็แอบปวดตาไม่ได้ที่เพ่งเล็งมันมากเกินไป

“ส่งข้อความไปหาหน่อยดีกว่า” คิดได้แล้วก็หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปฯ เขียวเลยทันที แต่พอส่งข้อความไปก็ไร้การตอบกลับอยู่ดี สงสัยจะยังยุ่งอยู่

ผ่านไป 4 ชั่วโมง ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการนั่งรอเขาอยู่บนโซฟา ลุกขึ้นจากการนอนแต่ก็ยังไม่เห็นว่าพี่ลมจะมาถึงแล้ว เช็กไลน์ก็ไม่อ่าน ไม่ตอบอีก เป็นอะไรไปหรือเปล่านะ?

“เริ่มจะงอแงอีกแล้วนะพี่ลม” ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เดินออกไปดูที่ประตูและเดินกลับมาที่โซฟาอยู่แบบนั้นซ้ำ ๆ เมื่อกี้ได้เดินไปดูอาหารในจานอยู่แป๊บหนึ่ง เย็นหมดแล้ว....

“รอบนี้คงไม่เบี้ยวอีกใช่ไหม อุตส่าห์มาหาถึงที่ห้องแล้ว” ถ้าเขาผิดนัดอีกรอบนี้ ผมคงจะถอดใจเรื่องของเราแล้วจริง ๆ ไม่สิตะวัน อย่าคิดอย่าพูดในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้แบบนั้น

ป๊ากับม๊าสอนไว้ว่าพูดอะไรก็ต้องทำให้ได้เสมอ เราต้องซื่อสัตย์ต่อความคิดและคำพูดของตัวเอง จำไว้ตะวัน

...ติ๊ด ติ๊ด.....เสียงแนบคีย์การ์ดหน้าห้องดังขึ้นให้ดีใจก่อนประตูบานใหญ่ที่มองอยู่จะเปิดออก ร่างสูงของพี่ลมที่คิดถึงก็เดินเข้ามาหลังจากนั้นได้ไม่นาน

“รอนานไหม? รถติดมากเลย” เสียงนิ่งของพี่ลมพูดถามก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาใกล้ผมที่นั่งรออยู่ที่โซฟาหรูกลางห้องคอนโดใหญ่ เขาหอมแก้มนุ่มของผมอย่างตั้งใจเหมือนเป็นการง้อในตัว เป็นวิธีเดิม ๆ ที่เวลาผมงอนหรือโกรธ พอเขาทำแบบนี้ก็ใจอ่อนตลอดเลย

“เหนื่อยไหมครับ? หนูสั่งของที่พี่ลมชอบมาให้หลายอย่างเลย แต่ตอนนี้มันน่าจะเย็นหมดแล้ว เดี๋ยวหนูไปอุ่นให้ก่อนนะ” ก็ผมสั่งข้าวมาตั้งแต่เกือบเที่ยง จนตอนนี้เกือบหกโมงเย็นแล้ว ถ้าอาหารมันยังร้อนอยู่น่ะสิแปลก

“ขอบใจนะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอไปอาบน้ำก่อน ถ้าเกิดว่าอุ่นกับข้าวเสร็จแล้วพี่ยังไม่ออกมาก็เข้าไปตามพี่ได้เลย อาหารจะได้ไม่เย็นอีกรอบ” ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะเข้ามาหอมแก้มของผมอีกครั้งและเจ้าตัวก็เดินหนีออกไปเข้าห้องส่วนตัวในทันที

“บ้า” จากหน้าหงิกเมื่อกี้มันกลับฉีกยิ้มร่าออกมาอย่างไม่ต้องบอกเหตุผลเลย ใจอ่อนอีกแล้วสินะตะวัน แพ้ความน่ารักของพี่ลมตรงนี้ตลอด แบบนี้ก็แย่น่ะสิ

ผมรีบลุกขึ้นไปจัดการอุ่นกับข้าวให้เร็ว พี่ลมออกจากห้องมาก็จะได้ทานข้าวกันเลยให้สบายท้อง มันใช้เวลาไม่นานมากเท่าไหร่กับการอุ่น ผ่านไปแค่ 10 นาทีผมก็ได้กลับมานั่งอยู่ที่เดิมแล้ว

“น่าจะยังอาบน้ำไม่เสร็จ งั้นรอให้อาบน้ำให้เสร็จก่อนดีกว่า” ลำพังแค่สิบกว่านาที เขาคงไม่ได้อ่านน้ำเร็วขนาดนั้น อีกอย่างห้องนอนก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว ขนาดผมเองก็ยังเข้าไปในนั้นแบบนับครั้งได้เลย

นั่งรอพี่ลมอยู่สักพักพลางยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นไปด้วย ห้องแต่ละห้องในคอนโดนี้คงเก็บเสียงมากน่าดู เพราะแม้แต่เสียงของคนที่เข้าไปในห้องนอน ยังไม่มีเสียงการกระทำอะไรเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเลยสักนิด

“ลองไปดูหน่อยดีกว่า” มันเป็นเวลาประมาณหนึ่งแล้วที่พี่ลมเข้าไปอาบน้ำ ผมก็แค่ไปตามเขา ตามที่พี่ลมบอกเท่านั้น

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’

กำปั้นเล็กยกขึ้นเคาะประตูห้องนอนของเขาอยู่นานแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับออกมา

“พี่ลมครับ หนูอุ่นกับข้าวเสร็จสักพักแล้วนะ เสร็จหรือยังครับ?” ผมยังเอียงหูเพื่อฟังการตอบกลับของเขา แต่ก็ไม่ได้ยินอะไรอยู่ดี มือเล็กเลื่อนลงบิดลูกประตูเพื่อเปิดมันออก

“ยังอาบน้ำไม่เสร็จอีกเหรอครับ?” ผมถามถึงแม้จะยังไม่เห็นเขาในห้องนี้ก็ตาม น่าจะยังอยู่ในห้องน้ำ (?)

ร่างบางเดินทอดน่องเข้ามาในห้องนอนของพี่ลมอย่างถือวิสาสะ เขาดูเป็นคนที่ไม่มีสีสันในชีวิตเอาซะเลย แต่งห้องโทนดำเทาตั้งแต่หน้าประตูคอนโดยันห้องนอน ผมมองสำรวจภายในห้องเพื่อมองหาพี่ลมอีกครั้ง

“งั้นหนูออกไปรอด้านนอกนะครับ พี่ลมรีบอาบน้ำให้เสร็จนะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นอีกรอบ” ผมพยายามพูดออกไปให้เสียงดังมากกว่าเดิมเพื่อให้เขาได้รับรู้ว่าผมมาตามแล้วนะ ร่างบางหันหมุนตัวกลับมาทางประตูเหมือนเดิมหลังพูดจบ

“อ้ะ!” แต่ไม่ทันที่จะได้ยื่นมือเปิดประตูเลยด้วยซ้ำ แรงดึงรั้งจากทางด้านหลังก็กระชากผมไปก่อน ร่างสูงของพี่ลมประชิดเข้าตรงหน้าผมห่างกันเพียงคืบจริง ๆ

“พี่ลม หนูตกใจหมดเลยครับ” ขวัญเสียไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ มาไม่ให้สุ้มให้เสียงอีกแล้ว เนื้อตัวของเขาชุ่มไปด้วยหยดน้ำใสที่ประกายวาวตัดกับสีผิวน้ำผึ้งของเจ้าตัวแล้ว มันดูดีเอามาก ๆ เลย

“พี่เสร็จแล้วนะ หนูก็เสร็จแล้วใช่ไหม?” ร่างบางท่อนบนเปลือยที่ท่อนล่างพันไว้เพียงผ้าขนหนูริบหรี่พูดถาม ก่อนที่แผ่นหลังบางของผมจะชนชิดกับประตูห้องนอน เขาขยับหน้าลงเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นไม่ให้ช่องว่างระหว่างเรามันห่างเกินไป

“ครับ?”

“พี่อาบน้ำเสร็จแล้ว หนูก็อุ่นกับข้าวเสร็จแล้วใช่ไหม?”

“อ่อ คะ..ครับ เสร็จแล้ว” ผมพูดตอบกระอึกกระอักกับความใกล้ของเขา กลิ่นสบู่หอมอ่อนนี่มันกลิ่นอะไร ทำไมมันถึงทำเอาใจของผมเต้นถี่มากขนาดนี้

“รอพี่ในนี้แป๊บหนึ่งนะ พี่ขอแต่งตัวก่อนแล้วเดี๋ยวออกไปทานข้าวพร้อมกัน” ก่อนที่พี่ลมจะผละตัวออกไปให้ผมได้กอบโกยลมหายใจของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

“ครับ” พี่ลมกระตุกยิ้มขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะน้อยมากแต่คนที่มองใบหน้าหล่อของเขาอยู่ตลอดแบบผมทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าเขากำลังยิ้มอยู่ ผมเดินไปนั่งรอเขาอยู่บนเตียงนุ่มคิงไซซ์กลางห้องนอนเพื่อรอเขาแต่งตัวและออกจากห้องพร้อมกันตามที่อีกคนบอก จะว่าไปหัวใจมันก็ยังสั่นไม่หายเลยนะเนี่ย นี่คงเป็นครั้งแรกด้วยที่ผมได้เห็นรูปร่างของพี่ลมใกล้และชัดมากขนาดนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel