Chapter 7
หลังจากที่เราทั้งสองคนทานข้าวด้วยกันเสร็จในรอบหลายวันที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลย ตอนนี้พี่ลมเลยชวนเข้ามานอนเล่นด้วยกันก่อน แขนแกร่งของเขาโอบกอดผมได้เพียงข้างเดียวอย่างง่าย
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่ลมไม่คิดถึงหนูบ้างเหรอครับ?” เสียงนุ่มพูดขึ้นถาม ผมนอนซบอกของพี่ลมอยู่ ไม่ได้นอนกอดพี่ลมนานแค่ไหนแล้วนะ
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ พี่นึกถึงหนูตลอดนั่นแหละ” เจ้าตัวพูดตอบทั้งเปลือกตายังปิดสนิทอยู่เหมือนเดิม เขาน่ะมันเท่ที่สุดเลยจริง ๆ นะ ยืนก็หล่อ นอนก็หล่อ ตื่นก็หล่อแถมหลับก็ยังหล่ออีก
“พี่ลมสักด้วยเหรอ หนูไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“หื้ม?” ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อคมจะลืมตาขึ้นก้มมามองผมที่นอนอยู่ต่ำกว่าอย่างสงสัยอะไรสักเรื่องเกี่ยวกับคำถามเมื่อครู่
“ก็ก่อนหน้านี้พี่ลมยังไม่ได้ใส่เสื้อ หนูเลยเห็นรอยสักกลางอกน่ะครับ” ที่นอนซบอยู่เนี่ยมันแน่นมากเลยนะ โชคดีของเราจังที่มีแฟนเพอร์เฟกมากขนาดนี้
“อ่อ เห็นตอนนั้นสินะ” พี่ลมเอนหัวราบกับหมอนนุ่มใบใหญ่อีกรอบ
“แผลเป็นน่ะ เมื่อห้าปีก่อนพี่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดทรวงอกด่วน มันเลยเป็นแผลเป็นติดตัวมาตลอด”
“ก็เลยสักปิดแผลเป็นสินะครับ”
“แต่ถึงแบบนั้น เราก็ได้แค่ปิดมันนั่นแหละ ยังไงแผลเป็นก็คือแผลเป็นอยู่วันยังค่ำ” น้ำเสียงของพี่ลมเริ่มเข้มและนิ่งขึ้นมากกว่าเดิมจนผมอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่นอนสูงกว่าอย่างเขา
“อ้ะ! พี่ลมทำอะไรครับ” ก็เขาจับเอามือเล็กของผมล้วงเข้าชายเสื้อยืดขาวบางของตัวเองขึ้นไปจนถึงอกด้านในน่ะสิ
“ลองจับดูสิถ้าไม่เชื่อ” ก็ไม่เห็นจะต้องทำถึงขนาดนี้เลยหนิครับ ปลายนิ้วเรียวไล่ลูบไปทั่วรอบนูนที่สัมผัสได้แม้ไม่เห็น มันนูนเป็นเส้นยาวจากรอยกรีดของมีดเป็นแน่ เขาคงจะเจ็บปวดน่าดู
“ทำไมถึงสักเป็นรูปงูเหรอครับ?” ?
“เพราะมันยาวพอที่จะปิดแผลเป็นของพี่ได้มั้ง” ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจอย่างไม่มีข้อกังขาอะไร เพราะว่าแผลปิดของพี่ลมมันก็ยาวมากจริง ๆ รอยสักก็สุดยอดมากด้วย ปิดแผลเป็นได้เนียนมาก ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้
“เดี๋ยวอีกแป๊บหนูต้องกลับบ้านแล้วนะครับ ป๊า ๆ น่าจะใกล้กลับบ้านกันแล้ว” ที่ออกมาได้ก็เพราะว่าพวกป๊าและพี่ซันออกไปทำงานกันหมด วันนี้พี่ซันเริ่มทำงานกับพวกป๊าเป็นวันแรกหลังจากที่อายุครบ 19 ปีมาได้ไม่นาน
“อยู่ต่อกับพี่ก่อนไม่ได้เหรอ ยังกอดหนูได้ไม่นานเลย” พี่ลมพูดพลางพลิกตัวขึ้นมากึ่งคร่อมร่างบางของผมแทน
“ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวป๊าจะโมโหเอา ยังไงหนูก็อยู่ให้พี่กอดตลอดอยู่แล้ว” พี่ลมนิ่งไปไม่แม้แต่แสดงสีหน้าอะไรออกมาให้รับรู้ เขาคงจะไม่พอใจอยู่แน่ ๆ แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าช่วงหลังมา จากที่พี่ลมเป็นคนนิ่งอยู่แล้วมันกลับยิ่งนิ่งขึ้นไปใหญ่
‘จุ๊บ!’ เสียงจุ๊บดังขึ้นให้ได้ยินเมื่อผมผงะหัวขึ้นไปจุ๊บเอาริมฝีปากหยักของพี่ลมหนึ่งทีอย่างตั้งใจ คนด้านบนมองหน้าผมเหมือนเดิมแต่สีหน้าที่ไม่เหมือนเดิม มันไม่ตึงเท่าเมื่อกี้
“.........” เรานิ่งค้างกันแบบนั้นสักพัก ผมก็ไม่รู้ว่าทำแบบเมื่อกี้ไปได้ยังไง มันมีเพียงเสียงหายใจของสองเราที่แว่วมาให้ได้ยินเท่านั้นเลย
“อื้ออ!” ใบหน้าหล่อคมของคนบนร่างก้มลงซุกเข้ามาซอกคอระหงของผมหลังจากนั้นได้ไม่นาน ริมฝีปากอุ่นเม้มเข้ากับลำคอจนผมอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งตัวโยนขึ้น มือเล็กรั้งเอาอกแกร่งของพี่ลมไว้ไม่ให้เขาต้องก้มลงมามากกว่านี้
“หนูรักพี่ไหม?” เจ้าตัวผละหน้าออกก่อนพูดถาม
“รักครับ หนูรักพี่ลมมากด้วย” ผมพูดตอบทั้งพยักหน้างึกยืนยันคำพูดของตัวเอง รักตั้งแต่วันแรกที่เป็นแฟนยันตอนนี้ก็ยังรักมากเหมือนเดิม
“ไม่อยากให้หนูเป็นของคนอื่นเลย” ผมยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่
“หนูไม่ได้เป็นของใครอยู่แล้วครับ พี่ลมหายห่วงได้เลย”
“ถึงแบบนั้นพี่ก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี ที่บ้านหนูไม่ค่อยชอบพี่เท่าไหร่ พวกเขาจะขัดขวางอะไรเราบ้างก็ไม่รู้” พี่ลมสีหน้าไม่ดีขึ้นอย่างรู้สึกเป็นห่วง จริงอยู่ที่ป๊า ๆ และพี่ซันไม่ค่อยชอบเขา แต่ถ้าวันไหนผมทำให้ทุกคนรู้ได้แล้วว่าพี่ลมไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด วันนั้นพวกเขาจะต้องยอมรับแฟนของผมคนนี้แน่นอน
“แล้วหนูต้องทำยังไง พี่ลมถึงจะสบายใจ ยังไงหนูก็จะทำให้ครอบครัวของหนูยอมรับพี่ให้ได้ครับ” ใบหน้าของเราทั้งคู่ก็ใกล้กันอยู่เหมือนเดิม ผมเองก็ยังรอคำตอบของเขา
“หนูคงต้องเป็นของพี่ก่อน พี่ถึงจะสบายใจ” ปะ..เป็นของพี่ลม ไม่รู้ว่าความหมายของคำนี้ของเราสองคนมันเหมือนกันหรือเปล่า แต่ก็น่าจะเหมือนกันเพราะตอนนี้มือหนาของเขาเลื่อนล้วงชายเสื้อที่ผมสวมอยู่เข้ามาบีบเคล้นเอาเอวบางผมเรียบร้อยแล้ว
“แต่หนูไม่เคย....”
“เดี๋ยวพี่สอนให้เอง”
“อื้มมม~” สิ้นเสียงของพี่ลม เขาก็ประกบริมฝีปากมาบดจูบกับผมที่นอนราบอยู่ใต้ร่างทันที สัมผัสของมือหนาล้วงขึ้นมาลึกมากกว่าเดิมจวนจะถึงหน้าอกราบ ผมก็เผลอสะดุ้งกับสัมผัสของเขาทุกทีเลย
ลิ้นร้อนสอดเข้ามารับตวัดลิ้นเรียวของผมในปากอย่างชำนาญต่างจากผมที่ไม่รู้จะต้องทำอะไรต่อนอกจากอ้าเปิดปากให้พี่ลมเป็นคนเดินเกมอยู่คนเดียว ร่างบางเริ่มบิดเร่าขึ้นเองเพราะความรู้สึกแปลก ๆ จากการกระทำของคนรัก
“อึก!” ปลายนิ้วเรียวด้านในสะกิดเข้ากับเม็ดแข็งกลางอก ที่นับว่าเป็นจุดอ่อนไหวที่สุดของผม มือเล็กกำเอาเสื้อของพี่ลมไว้แน่นระบายความรู้สึกที่มี แรงบดจูบมันก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากเหมือนกัน
มันเป็นแบบนั้นซ้ำ ๆ จนไม่รู้ว่าเสื้อที่ผมสวมอยู่ในตอนแรกเลิกขึ้นมาถึงหน้าอกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้อีกทีก็เย็นตัวเป็นหมดแล้ว มือหนาบีบเคล้นลงกับหน้าอกของผมอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บแต่ก็ทักท้วงอะไรไม่ได้เพราะปากเราทั้งคู่ยังจูบกันอยู่
“อ อื้ออ ออ” ฝ่ามืออุ่นของพี่ลมเลื่อนลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างช่วงบนของผมเกือบทุกจุด ก่อนร่างบางของผมที่นอนราบในตอนแรกจะถูกเขารั้งให้เป็นท่านอนกึ่งตะแคง
ลิ้นเรียวของผมเริ่มตวัดรับเอาลิ้นร้อนของพี่ลมบ้างแล้วจนอีกคนกระตุกยิ้มรับอย่างพอใจกับสิ่งที่เชื่อมสอนให้ผมได้ทำตาม แต่มันก็ยังไม่ชินอยู่ดี มือหนาของพี่ลมเลื่อนลงต่ำไปทางด้านหลัง ก้นงอนภายใต้กางเกงวอร์มดำที่สวมถูกเขาบีบเคล้นเอาอย่างแรงไม่แพ้ช่วงอกเมื่อกี้เท่าไหร่
“เป็นอะไร?” เราละจูบออกจากกันจนได้เพราะผมรั้งอกแกร่งของเขาออก สัมผัสของเขาบางทีมันก็รู้สึกแปลกเกินไป มันรุนแรงมากทั้ง ๆ ที่ครั้งนี้มันเป็นครั้งแรกของผมหรือความจริงแล้ว ผมอาจจะยังไม่พร้อมจริง ๆ ก็ได้กับเรื่องนี้
“พอก่อนดีกว่าครับพี่ลม เดี๋ยวหนูจะกลับบ้านไม่ทัน แฮ่ก~” ทันทีที่เขาผละจูบออก มันเหมือนผมได้เกิดอีกครั้งจวนต้องรีบกอบเอาอากาศเข้าปอดให้มาก
“พี่กำลังบังคับหนูอยู่ใช่ไหม ขอโทษนะ” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของพี่ลมเศร้าไปจนผมเองก็ใจเสียไปด้วยเหมือนกัน ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนก้าวขาลงจากเตียงนอนคิงไซส์นี้ทันที
“หนูจัดการเสื้อผ้าของตัวเองเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน” เขาพูดต่อพร้อมกับยืนมองผมที่ยังนอนราบบนเตียง เขาคงจะรู้สึกแย่มากใช่ไหม ครั้งแรกของเรามันกำลังจะพังเพราะผมงั้นเหรอ
ร่างสูงเดินอ้อมไปทางปลายเตียงและเขาเองก็กำลังจะเดินออกไปจากห้องนี้แล้วด้วย ผมรีบลุกขึ้นในตอนนั้นเพื่อรั้งเขาเอาไว้ มือเล็กคว้าข้อมือหนาของเขาไว้อย่างหวุดหวิด
“หนูอยู่ต่อก็ได้ครับ แต่ช่วยอยู่ในห้องนี้ต่ออีกหน่อยเถอะนะ หนูจะทำทุกอย่างเอง พี่ลมช่วยสอนหนูหน่อยนะครับ” น้ำเสียงอึกอักของผมมันดังขึ้นในประโยคเมื่อกี้ มันไม่ใช่ความลังเลใจที่จะพูด แต่ว่ามันเขินมากกว่ากับคำพูดพวกนั้น ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ครั้งแรกถ้าคุมกำเนิด ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ป๊า ๆ และม๊าคงเข้าใจ...
