บท
ตั้งค่า

Chapter 3

“เดี๋ยวพี่ไปรออยู่ที่รถนะ” พี่ซันพูดบอกหลังจากที่ป๊าทั้งสองคนทานมื้อเช้ากันเสร็จแล้วพร้อมออกไปทำงาน เหลือเพียงม๊าและผมเท่านั้นที่ยังจัดการมื้อเช้าในจานไม่หมด

“เมื่อวานที่ลูกออกไปกับลม ม๊ารู้นะว่าไม่ได้พกปืนไปด้วย”

“ม๊ารู้ได้ยังไงครับ!” เพราะการที่ไม่ได้พกปืนไปไหนมาไหนด้วยมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับลูกหลานตระกูลเราเลยน่ะสิ อุตส่าห์เนียนแล้วนะ

“เบาหน่อย ม๊ายังไม่ได้บอกป๊าหรอก แต่ถ้าป๊ารู้นะ เรื่องใหญ่แน่” ม๊าเป็นคนที่น่ารักแบบนี้เสมอเลย ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนยกมือเล็กเอาแก้วน้ำข้าง ๆ ขึ้นดื่มเมื่อจัดการอาหารคำสุดท้ายในจานเสร็จ

“วันนี้ อย่าลืมพกไปด้วย” พูดจบไม่นาน แม่บ้านที่เดินลงมาชั้นบนเมื่อครู่ก็ถือเอาปลอกดำด้านของกระบอกปืนพกส่งให้ผมเหมือนรู้งาน

“ไม่เห็นต้องเอาไปด้วยเลยหนิครับ ลูกไปเรียนนะ คงไม่มีใครทำอะไรลูกหรอก อีกอย่างพี่ซันก็อยู่ด้วยในมหาลัยเดียวกัน” ผมให้เหตุผล ใครมันจะอยากพกปืนไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา มันเป็นแบบนี้ตลอดสามเดือนกว่าแล้ว

“อย่าลืมสิ ว่าลูกขออะไรป๊าไว้ การที่ป๊าไม่ส่งบอดิการ์ดติดตามตัวลูกตลอดเวลาก็เพราะว่าลูกบอกว่าจะพกปืนไม่ใช่หรือไง?” มันก็จริงอย่างที่ม๊าพูดนั่นแหละและถ้าป๊ารู้ คงได้ส่งบอดิการ์ดจำนวนมาก ๆ มาตามผมอีกแน่ ๆ

“ก็ได้ครับ งั้นลูกไปเรียนก่อนนะครับ พี่ซันรอนานแล้ว” ผมยอมตัดใจก่อนหยิบเอาปลอกปืนดำตรงหน้าเข้าใส่กระเป๋าสะพายใบโปรดไว้ ร่างบางในชุดนักศึกษาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทั้งหมดที่มี ก่อนเดินอ้อมเก้าอี้ไปทางด้านหลังของม๊าที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

“ตอนเย็นเจอกันนะจ๊ะ รักลูกนะ”

“รักม๊าเหมือนกันนะครับ” ไม่ว่าเปล่าจุ๊บหนัก ๆ ลงที่แก้มนุ่มของม๊าด้วยเหมือนกัน

ผมเดินออกมาจากในบ้านเพื่อขึ้นรถที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว พี่ซันบอกว่าช่วงนี้จะเดินทางไปมหาลัยพร้อมผมก่อนเพราะถ้าเกิดว่าเหตุการณ์ไม่มีอะไรน่าห่วง เขาก็จะแยกตัวออกมาเอง แต่วันนี้พี่ซันก็ยังไม่ได้ขับรถเองหรอก มีคนขับให้แถมไปด้วยบอดิการ์ดมากมายที่ตามขับประกบหน้าประกบหลัง

ใช้เวลาไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง เราทั้งสองคนก็เดินทางถึงมหาลัย โชคดีที่การจราจรไม่ติดมาก ผมเดินลงจากรถหลังจากที่มีบอดิการ์ดเปิดประตูให้เรียบร้อยแล้ว

“ไงมึง” เป็นเสียงนิ่งของเพื่อนพี่ซันที่พูดขึ้นทักเขาที่เพิ่งลงจากรถมาได้ไม่นาน กลุ่มเพื่อนของพี่เขาก็มีอยู่ประมาณสามสี่คน ไม่เยอะไปกว่านี้และแต่ละคนก็ครอบครัวใหญ่โตทั้งนั้นด้วย

“มานานยัง”

“เมื่อกี้เอง พวกมันก็ถึงแล้วน่าจะอยู่ในตึก” เพื่อนพี่ซันพูดตอบ ผมไม่ค่อยรู้จักพวกเขาเท่าไหร่ เพราะไม่เคยได้คุยกันเลยสักครั้ง

“สวัสดีครับ” แต่ครั้งนี้รังจะไม่ทักเลยก็อาจจะเสียมารยาทไปหน่อย

“ครับ สวัสดีครับ” เขาทำท่างงอยู่หน่อย ๆ ผมไม่ได้ยกมือไหว้เพราะว่าเราก็อายุเท่า ๆ กัน

“น้องแฝดกูเอง” พี่ซันพูดตอบสีหน้างงของเพื่อนของตัวเอง

“อ่อ ตะวันเหรอ หน้าไม่เหมือนกันเลย คิดว่าเป็นเด็กไอ้ซันซะอีก” ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากยิ้มให้

“ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าให้ไอ้ลมเข้าใกล้มาก” พี่ซันพูดบอกก่อนที่เราทั้งคู่จะแยกย้ายกัน เราเรียนกันคนละคณะเพราะความชอบไม่เหมือนกัน พี่ซันเรียนบริหารเพราะว่าชอบและป๊าอยากให้เรียนด้วย ส่วนผมเรียนนิเทศศาสตร์ คนละทางกันเลยใช่ไหมล่ะ

“แต่พี่ลมเป็นแฟนน้องนะ”

“แล้วยังไง?” ยังจะมาถามหน้าตาใสอีก แต่เอาเข้าจริงก็อดห่วงไม่ได้เลยนะ พี่ลมกับพี่ซันเนี่ย เรียนคณะเดียวกันซะด้วย แต่คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายหรอก

“ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเลิกคลาสแล้วน้องโทรหา”

“แล้วตอนเที่ยงไม่ไปทานข้าวกับพี่เหรอ?” ผมไม่ได้อยู่เพื่อตอบกลับคำถามปล่อยให้พี่ชายต้องตะโกนตามหลังมาทั้งอย่างนั้น ใครมันจะไปทานข้าวกับพี่ซันกัน วันนี้วันครบรอบ 1 ปีของน้องกับแฟนนะ ก็ต้องไปทานข้าวกับแฟนสิ

ครืดดดดด~

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าให้ได้ยิน ผมล้วงมือเล็กขึ้นเอามันจากกระเป๋ากางเกงนักศึกษาขึ้นมาเพื่อดูรายชื่อที่โทรเข้า ‘แฟนของหนู’

“happy anniversary นะครับพี่ลม”

(happy anniversary ครับที่รักของพี่) เป็นประโยคตอบกลับที่ทำเอาผมใจสั่นไม่เป็นท่าเลย ไม่เคยได้ยินพี่เขาพูดคำนี้มาก่อน ได้ยินที ใจนวยไปหมด.....

(ถึงยังครับ พี่ถึงแล้วนะ) คงจะหมายถึงว่าถึงมหาลัยแล้ว

“ครับ ตอนนี้หนูกำลังจะเดินไปที่คณะแล้ว พี่ลมอยู่ไหนเหรอครับ” ผมถามต่อทั้งแก้มนุ่มทั้งสองข้างยังขึ้นแดงเอ่อให้ได้เห็น

(อยู่ตรงหน้าหนูไงครับ) ห้ะ? ผมรีบเงยหน้าขึ้นจากการมองพื้นในทันที เป็นร่างสูงของพี่ลมที่ยืนรออยู่ตรงหน้าแล้วจริง ๆ

“พี่ลมในชุดนักศึกษาแบบนี้ หล่อจังเลยนะครับ” มันอาจจะเป็นการนอกเรื่องไปหน่อย แต่ขออวยก่อนก็ยังดี

“แล้วปกติแล้วพี่ไม่หล่อเหรอ?” เจ้าตัวเลิกคิ้วมองก่อนที่สายของเราจะถูกวางไป

“หล่อครับ หล่อมากด้วย” พูดไปก็เขินไป คนอะไรอวยแฟนเก่งมากกก

“นี่ครับ” เจ้าของความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรพูดขึ้นก่อนยื่นเอาช่อดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ที่ผมชอบที่สุดส่งมาให้อย่างรู้ใจ

“ขอบคุณนะครับ หนูก็มีของขวัญให้พี่เหมือนกัน” ผมรับช่อดอกไม้นั้นมากอดไว้และไม่ลืมที่จะดมกลิ่นหอมอ่อนของมันด้วย

“อะไรล่ะ?” เจ้าตัวเลิกคิ้วมองมาทางผมอย่างรอคำตอบ

“หนูขอป๊ากับพี่ซันได้แล้วนะครับเรื่องที่วันนี้พี่ลมจะไปทานมื้อเย็นด้วยที่บ้าน” ความจริงมันก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอก มันมีของขวัญอื่นที่เตรียมไว้ให้ที่บ้านมากกว่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel