บท
ตั้งค่า

Chapter 18

-เช้าวันใหม่-

สัมผัสชื้นตามตัวทำเอาผมที่นอนหลับอยู่ต้องตื่นขึ้นมาดู เมื่อคืนพี่ลมก็ร่วมรักกับผมอีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกคืนตั้งแต่ผมถูกเขาพาตัวมาอยู่ที่นี่ ภายในใจมันหนักอึ้งไปหมดแต่ร้องไห้ไปเท่าไหร่เขาก็ไม่เห็นใจอยู่ดี

“นอนเฉย ๆ” น้ำเสียงนิ่งพูดบอกระหว่างที่ผมกำลังจะลืมตาขึ้นมองสภาพแวดล้อมภายนอกตอนนี้ แต่พอลืมตาขึ้นมาเจอเขานั่งอยู่ตรงหน้าก็อยากจะถอยหลังหนีเอาเฉย ๆ

“ฉันบอกไม่ได้ยินหรือไง” ความเจ็บตรงบาดแผลหลายที่จากเมื่อวานก่อนโน้นมันยังไม่หายไปซะทีเดียว สภาพผมตอนแรกคิดว่าตัวเองไปฟัดกับหมามาไม่ผิด ดวงตากลมเลื่อนมองก้อนสำลีในมือหนาของเขาที่กำลังแต้มป้ายลงกับแผลช่วงหน้าท้องให้ผม

“พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้หนูตายไปเลย” เขาเป็นคนสร้างแผลพวกนี้ขึ้นมา แล้วตัวเองก็มานั่งทำแผลให้ผมอีกที เขาจะต้องสนใจทำไมในเมื่อสิ่งเดียวที่เขาต้องสนใจมีแค่การแก้แค้นของเขาต่อครอบครัวของผม

“..........” พี่ลมไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำแผลทั่วร่างกายให้ผมเหมือนเดิม เขาไม่ได้ทำแบบนี้เป็นรอบแรก เขาทำแบบนี้มาตลอดเพียงเพราะรอบที่ผ่านมาผมไม่ได้ตื่นขึ้นมาทักท้วงเท่านั้น

“พี่จะไปไหน” ก็เขาแต่งตัวดูดีมากเกินไปที่จะอยู่ที่นี่เฉย ๆ ความมือเบาของเขามันทำเอาบาดแผลที่ยังเจ็บอยู่ของผมไม่ได้เจ็บเพิ่มแต่อย่างใด

“ภูเก็ต”

“ไปทำไม”

“นี่เธอมีสิทธิ์ยุ่งเรื่องของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“..........” หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ถามอะไรเขาอีกเลยปล่อยให้เขาได้ทายาให้ต่อ เขาย้ำบอกอีกว่า เขาไม่อยู่ก็อย่าคิดว่าจะหนีออกไปได้เพราะว่าคนของเขาเฝ้าอยู่เต็มพื้นที่ไปหมดในตอนนี้

“ที่บ้านของหนูไม่ปล่อยพี่ไว้แน่ ๆ” ผมพูดออกไปทางขู่ แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉยเหมือนเดิม เหมือนสิ่งที่ผมพูดมันไม่เป็นความจริงและไม่มีท่าทีกลัวอะไรเลยด้วยซ้ำ พี่ลมทำแผลทุกที่ให้ผมจนครบก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว

“มันอาจจะมีสักทาง” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นจากที่นอนออกไปมองหน้าต่าง เป็นอย่างเขาบอก มีคนของเขาล้อมรอบอยู่เต็มไปหมดจริง ๆ ก่อนดวงตากลมจะเลื่อนมองไปเห็นกระจกสะท้อนใบหน้าของตัวเอง สภาพของผมแย่มากขนาดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย มันเหมือนผีเลย ไม่เหมือนคนแล้วตอนนี้

“..........” ผมพาตัวเองเดินกลับมานั่งที่เตียงนอนอีกครั้ง มันอยากจะกอดตัวเองเอาไว้แน่น ๆ ถ้าเกิดว่าป๊าและม๊าอยู่ตรงนี้ พวกเขาคงจะต้องเป็นอ้อมกอดที่อุ่นที่สุดของผมแน่ ๆ

“คิดถึง ฮ ฮึก” รู้ตัวอีกทีมันก็สายไปแล้วจริง ๆ นั่นแหละ

“ว่าไงนะเจอา” เสียงนิ่งเอ่ยถามปลายสายที่โทรเข้ามาหลังจากที่เจ้าตัวออกจากห้องนอนของตะวันมาได้ไม่นาน

(ทุกอย่างยังเรียบร้อยดีอยู่ครับ คุณลมตัวปลอมที่อยู่ภูเก็ตยังถูกพวกนั้นจับตาดูอยู่ ถ้าคุณลมไปถึงภูเก็ตตามกำหนดก็คงเปลี่ยนตัวกันได้อย่างไม่มีปัญหา)

เป็นอย่างที่เขาวางแผนทุกอย่างมา ลงทุนพลิกแผ่นดินหาคนหน้าเหมือนบวกให้ไปทำศัลยกรรมเพิ่ม ถ้าไม่นั่งมองดี ๆ ก็คงไม่เอะใจอะไรว่าเป็นคนละคนกัน

“อีกสักพักผมก็จะเดินทางแล้วล่ะ” ลมพูดให้เจอาได้สบายใจขึ้น

(ครับ อย่าลืมแต่งชุดตามที่ผมส่งไปให้ด้วยนะครับคุณลม)

“รู้แล้ว ๆ ถ้าเรื่องนี้จบลงแล้ว ผมก็จะไม่รบกวนอะไรคุณอีกแล้วล่ะเจอา”

(ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับคุณลม ผมก็จะอยู่กับคุณจนกว่าชีวิตของผมจะตายไปนั่นแหละครับ) เพราะแบบนี้ ลมถึงรักเจอามากเหมือนกับพ่ออีกคนก็ไม่เกินจริง ทั้งคู่วางสายกันไปในที่สุด ลมเดินเข้ามาหาตะวันอีกครั้ง ตะวันจ้องมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัวว่าอีกคนจะเข้ามาทำอะไรตนอีก

“กลัวอะไรขนาดนั้น ฉันเป็นแฟนเธอนะ” เสียงนิ่งของเขาพูดบอกก่อนเจ้าตัวจะนั่งลงกับเก้าอี้ข้างหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่

“พี่น่ะมันเป็นแฟนลวงโลกมากกว่า ตอนนี้เราทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นแหละ” ตะวันพูดทั้งยังนั่งกอดเข่าของตัวเองอยู่บนเตียงใหญ่ คนตัวเล็กไม่แม้แต่จะอยากมองหน้าของเขาแล้วด้วยซ้ำในตอนนี้

“นี่ฉันกำลังโดนเธอบอกเลิกหรือเปล่า”

“เรามันเป็นแค่คนรู้จักกันตั้งแต่วันที่หนูรู้ความจริงแล้ว”

“งั้นก็แสดงว่าฉันจะทำอะไรก็ได้น่ะสิ”

“ทุกวันนี้พี่ก็ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” สำหรับตะวันแล้ว ตอนนี้ลมก็แค่คนที่เอาแต่ใจตัวเองคนหนึ่ง ลมพยักหน้าเนิบ ๆ พลางเลิกคิ้วรับรู้สิ่งที่ตะวันพูด คนตัวสูงลุกขึ้นยืนออกจากเก้าอี้ก่อนก้าวเดินออกจากห้องอีกรอบ

“ทำไม พูดความจริงแล้วรับไม่ได้เหรอ?” ร่างเล็กพูดตามหลัง

“ฉันไม่อยู่วันหนึ่ง ไม่ต้องคิดถึงผัวละกัน” เป็นคำหยาบคายที่ตะวันเบะปากให้เขาที่ยังหันหลังให้ ก่อนเจ้าตัวจะเดินออกไปทำธุระของตัวเองต่อ

เขาต้องกลับกรุงเทพแต่ก่อนกลับคงต้องเดินทางไปที่ภูเก็ตก่อน

-ณ สนามบินภูเก็ต-

“คุณลมทางนี้ครับ” ลูกน้องของเขาที่คอยอำนวยความสะดวกให้พูดบอกเมื่อเจ้านายของตัวเองเดินทางลงจากเครื่องบิน ถึงแม้ว่าลมจะปิดหน้าปิดตามาแต่เขาก็จำเจ้านายของตัวเองได้อยู่ดี

“ตัวปลอมอยู่ที่ไหน” ลมพูดถามพลางเดินตรงเข้าไปในตัวอาคารผู้โดยสาร

“ตอนนี้อยู่ในห้องน้ำแล้วครับ คนของฝั่งโน้นตามดูไม่ห่าง ผมเลยบอกให้ไปรอในห้องน้ำก่อน เพราะสถานการณ์มันเหมือนว่าไม่ได้จะตามดูอย่างเดียว” เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ผิด ทุกคนล้วนฉลาดเป็นกรดตามเขากันหมดแทบทุกคน ลมพยักหน้ารับก่อนเดินพาตัวเองเข้าห้องน้ำห้องที่ตัวปลอมรออยู่ เขาใช้จังหวะที่คนของอีกฝั่งเผลอเดินเข้าไปเพียงระยะเวลาไม่นาน

“คุณลม” ตัวปลอมที่คล้ายแค่หน้าเรียกเขา ลมมองคนตรงหน้าอย่างตกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าอีกคนจะคล้ายเขามากขนาดนี้

“ขอบใจนายมาก อีกหน่อยคงได้รบกวนนายอีกรอบ” แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะหน้าคล้ายกันมากขนาดไหนแต่ยังไงถ้าฟังเสียงก็แยกออกได้ง่าย ๆ อยู่ดี

“ผมยินดีครับ ถ้าคุณลมมีเรื่องอะไรให้ผมรับใช้อีกบอกผมได้เลย คุณลมมีบุญคุณกับผมและครอบครัวมาก ต่อให้เป็นชีวิต ผมก็แลกกับคุณได้” ลมเป็นคนช่วยเขาออกจากความตายได้หนึ่งรอบจากการถูกล่าฆ่าจากเจ้าหนี้สุดโหด ถ้าเขาจะต้องตายเพื่อลม เขาก็ไม่นึกเสียดายชีวิตแล้ว อย่างน้อยตอนนี้พ่อกับแม่และน้องก็อยู่ได้สบายใจกันทั้งหมด

“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย งานนี้จะไม่มีคนตายทั้งนั้น” ลมยกมือหนาขึ้นแตะไหล่ของลมตัวปลอม

“อยู่ในนี้สักพักหลังจากฉันออกไป ให้นายหลุดพ้นสายตาของพวกมันก่อนแล้วเดี๋ยวให้คนของฉันไปส่งที่บ้านแล้วกัน” ลมพูดบอกพลางรับของติดตัวบางอย่างจากลมตัวปลอมเข้ามาใส่แทน

“ครับคุณลม” ลมพยักหน้าก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องน้ำนั้นในทันที เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายจะต้องสงสัยว่าทำไมถึงเข้าห้องน้ำนานเกินไป เจ้าของความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรเดินออกจากห้องน้ำให้เป็นปกติที่สุดแต่สายตาคมกลับพยายามมองหาคนที่จ้องมองมาทางเขา

“สวัสดีครับคุณลม” เป็นอย่างที่ลูกน้องของเขาบอกจริง ๆ ว่าคนของอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแค่จะจับตามองเขา ชายชุดดำขนาดตัวพอ ๆ กันราวสองสามคนตรงหน้ายืนดักทางของลมอยู่

“มีอะไรกับผมหรือเปล่า” ลมถามเสียงนิ่งอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวอะไร

“ช่วยเปิดหน้าด้วยครับ” เขาใส่แมสอยู่ตั้งแต่ตัวปลอม อีกฝ่ายมันคงจะเริ่มรู้ทันแล้วว่าคนที่พวกมันตามอยู่อาจจะไม่ใช่ตัวจริง แต่มันดันรู้ตัวช้าไปกว่าเขาอยู่มาก

“ทำไมผมจะต้องทำตามด้วย ขอเหตุผลดี ๆ สักข้อ”

“เปิดเถอะครับ อย่าให้ผมต้องทำร้ายคุณที่นี่” ชายชุดดำทั้งสามเริ่มที่จะเดินเข้าล้อมเขาแล้ว ลมผายมือออกทั้งสองข้างเชิงยอมแพ้และจะทำตาม เขายกมือขึ้นเปิดแมสและถอดหมวกของตัวเองออกจากใบหน้าหล่อเหลาภายใต้สิ่งปกคลุมนั้น

“มีอะไรอีกไหม?” สีหน้าของชายพวกนั้นดูตกใจนิดหน่อยก่อนรีบต่อสายหาเจ้านายของมัน

“นายครับ เป็นคุณลมจริง ๆ ครับ” เขายืนฟังพวกนั้นพูดก็นึกตลกในใจถึงความโง่ของตระกูลมาเฟียที่ทุกคนต่างหวาดกลัวนักหนา ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นไม่นานชายพวกนั้นก็หันมาให้ความสนใจเขาอีกรอบ

“ถ้าเกิดไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ กำลังจะตกเครื่องแล้ว” ลมยังทำท่าเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม

“ผมรู้ว่าคุณกำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่ช่วยกลับพร้อมเราเถอะครับ มีคนอยากพบคุณ”

“ใคร?” ถึงจะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็แกล้งถามออกไปอย่างนั้น ลมเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากถ้าเรื่องของความเนียน คนพวกนั้นมันจะไม่มีวันรู้ว่าลูกชายสุดหวงของตัวเองตอนนี้เป็นตายร้ายดีมากแค่ไหนจากเขาอย่างแน่นอน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel