Chapter 17
“ป๊าครับ สัญญาณติดตัวของตะวันที่อยู่อเมริกาตามหาของได้แล้วแต่ว่าไม่พบตัวครับ” เป็นเวลาเกือบสองวันแล้วที่ครอบครัวมาเฟียใหญ่ไม่สามารถติดต่อตะวันลูกชายคนเล็กของบ้านได้ ทุกคนต่างเป็นกังวลใจไปอย่างมาก ยิ่งได้ฟังรายงานล่าสุดจากซันแล้ว คนเป็นแม่อย่างต้นน้ำแทบจะเข่าทรุดลงไปในทันที
“ม๊าครับ! ไปพักผ่อนก่อนดีกว่าไหมครับ” ทุกคนที่บ้านต่างนอนไม่หลับกับการขาดการติดต่อของตะวัน โดยเฉพาะม๊าของบ้าน ที่ไม่แม้แต่จะนอนลงและทานอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่เย็นวันนั้น
“ซัน ม๊าเป็นห่วงน้อง ฮืออ ออ” น้ำตาหยดใสของม๊าต้นน้ำไหลรินออกมาอีกครั้งทั้งที่เพิ่งหยุดร้องไห้ไปได้ไม่นาน เรย์และแพทริคเดินเข้ามาปลอบภรรยาของพวกเขาพร้อมกันอย่างนึกเป็นห่วง
“น้องจะต้องไม่เป็นอะไรครับ ผมจะพาน้องกลับมาหาม๊าเอง” ซันรับปาก ตะวันจะต้องไม่เป็นอะไร ป๊าเรย์พยุงเอาร่างบางของต้นน้ำเดินมานั่งที่โซฟา พวกป๊าก็ไม่ได้วางใจเรื่องนี้ พวกเขาให้คนของตัวเองและพันธมิตรทั้งหมดออกตามหาตะวันแล้ว ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงรอเท่านั้น
“ป๊าครับ เราไม่มีอะไรที่ทำได้มากกว่าการรอแล้วเหรอ ม๊าเป็นห่วงลูก ฮ ฮึก” ม๊าต้นน้ำกระวนกระวายเป็นอย่างมากพลางจะลุกออกจากโซฟาอีกแล้ว ป๊าแพทริคเดินเข้ามาใกล้กดเอาร่างบางของภรรยาให้นั่งลงอีกครั้ง
“อย่าเพิ่งลุกเลย เธอกำลังมึนหัวอยู่ไม่ใช่เหรอ” นอกจากที่สามพ่อลูกในบ้านจะห่วงตะวันมากแล้วยังต้องเผื่อเวลามาห่วงแม่ของลูกด้วย พวกเขารู้นิสัยม๊าของบ้านดีที่สุด อีกคนจะเป็นห่วงทุกคนมาก ยิ่งกว่าชีวิตของตัวเองเสียอีก
“ตอนนี้เราก็ไม่ได้แค่รอ ป๊ากำลังทำทุกทางเพื่อหาคนมาเพิ่ม จะได้ตามหาลูกของเรา ส่วนแพทริคก็กำลังประสานงานกับต่างประเทศอยู่ ป๊าว่าม๊าขึ้นห้องไปพักผ่อนก่อนดีไหม เดี๋ยวป๊าไปส่ง” ป๊าเรย์พูด เมื่อคืนทั้งคืนตื่นมากี่รอบต้นน้ำก็ยังไม่นอนหลับ เอาแต่นอนร้องไห้ เขาเป็นห่วงอีกคนมากและกลัวว่าต้นน้ำจะเป็นอะไรเสียก่อนจะตามหาลูกเจอ
“แต่ว่า....”
“ม๊าเชื่อป๊าเถอะครับ พวกเราทุกคนเป็นห่วงม๊าไม่แพ้น้องตอนนี้เลยนะ” ซันช่วยพูด ต้นน้ำยังลังเลแต่ก็ยอมถอยให้เพราะทั้งหมดจะได้เอาเวลาที่มีให้เขาไปช่วยตะวันก่อน เป็นป๊าเรย์ที่พยุงพาม๊าขึ้นชั้นบนเพื่อนอนพักผ่อน เขาอยู่ต่อกับม๊าที่ห้องก่อนสักพักให้อีกคนได้นอนหลับไป ไม่ได้นอนทั้งคืนอาการล้าเลยเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ม๊านอนหลับไปในที่สุดก่อนมือหนาที่ยกขึ้นลูบผมนุ่มจะปล่อยออกให้ม๊าได้นอนสบายมากขึ้นกว่าเดิม
“นอนหลับแล้วเหรอ?” ป๊าแพทริคพูดถามป๊าเรย์ที่เดินกลับลงมา สีหน้าของทั้งสามคนที่ยังอยู่ชั้นล่างมันไม่สู้ดีมากนักเพราะไม่รู้แม้แต่ชะตากรรมของตะวัน พวกเขาเดินไปเดินมารอข่าวจากลูกน้องและพันธมิตรแต่กลับไร้วี่แวว
......ครืด ครืด......เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในโทรศัพท์มือถือของซัน มือหนาล้วงเอามันขึ้นมาดูเผื่อเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับน้องชายฝาแฝด คิ้วหนาขมวดขึ้นเมื่อได้รับข้อความไม่ทราบที่มา เขาตัดสินใจกดอ่านมัน แต่สิ่งที่เห็นทำเอาร่างสูงของซันเกือบเซล้มไปพร้อมกับพูดอะไรไม่ออกมากนัก
“เป็นอะไรลูก” ป๊าแพทริคเห็นท่าทีของซันที่เปลี่ยนไปหลังจากดูหน้าจอสี่เหลี่ยม ซันรีบดึงสติของตัวเองออกมาละหน้าออกจากสิ่งที่มองค้าง
“ป๊าครับ” เสียงสั่นเทาของซันพร้อมกับสีหน้าของเจ้าตัวแล้วทั้งป๊าเรย์และป๊าแพทริคที่มองอยู่ต้องรีบเดินเข้าหาลูกชายคนโตในทันที ซันหันเอาโทรศัพท์ของตนไปทางป๊า ๆ ที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“ตะวัน!” ป๊าแพทริคพูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อภาพในจอมันโชว์ภาพของตะวันที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำเขียวและบาดแผลเต็มแผ่นหลัง นั่นคือลูกของพวกเขาและนั่นก็คือน้องของซันไม่ผิด รูปนั่นมันโชว์หน้าของตะวันอย่างชัดเจน
“ใครมันทำลูกกู!” ป๊าเรย์พูดด้วยความโกรธ ตะวันถูกมัดมือมัดเท้าตามภาพ ลูกของเขาได้รับความทรมานมากเกินไป ทุกคนเริ่มเสียขวัญเพราะไม่รู้ว่ารูปนั้นตะวันยังหายใจอยู่หรือเปล่า
“มีแค่นี้เหรอ?” ป๊าแพทริคถาม ซันพยักหน้ารับ มีแค่รูปภาพร่างเล็กของตะวันที่ถูกส่งมาเท่านั้น ก้อนเนื้อกลางอกมันสั่นระริกทิ้งคราบมาเฟียไปอย่างสิ้นเชิง
“โทรหาคนของเราให้บุกแก๊งที่เรามีปัญหากับมันอยู่ตอนนี้” ป๊าเรย์พูดบอกซัน ซันพยักหน้ารับก่อนเดินเลี่ยงหนีออกไปจัดการสิ่งที่ป๊าให้ทำ แก๊งที่มันกล้ามีปัญหากับเขาอยู่ตอนนี้ไม่ได้มีเยอะแยะถึงขั้นนับไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องความแค้นระหว่างตระกูล ยังไงพวกเขาก็ไม่ปล่อยไว้แน่ ๆ
“มึงไปขอข้อมูลจากนายน้อย หาตำแหน่งที่ตั้งของคนที่ส่งรูปมา ขอแบบด่วนที่สุด” เป็นป๊าแพทริคที่พูดขึ้นสั่งลูกน้องของตัวเอง มันก้มโค้งรับคำสั่งของเจ้านายก่อนเดินตามนายน้อยของบ้านไป
“เรื่องนี้จะให้ต้นน้ำรู้ไม่ได้เด็ดขาด” ป๊าแพทริคพยักหน้ารับรู้ ถึงยังไงต้นน้ำก็ยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้หรอก ขนาดพวกเขาทั้งสามที่แข็งแกร่งที่สุดในบ้านยังแทบล้มทั้งยืน
“ตามตัวไอ้ลมได้หรือยัง?”
“ประวัติขึ้นเครื่องเมื่อสามวันก่อนเดินทางจากดอนเมืองไปภูเก็ตครับท่าน” ลูกน้องของพวกเขาพูดขึ้นรายงาน แต่มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงเมื่อสองวันก่อนที่ตะวันจะหายตัวไป ตะวันไปหามันที่คอนโด ทั้งป๊าเรย์และป๊าแพทริคขมวดคิ้วขึ้นเป็นปม
“แล้วตอนนี้มันกลับมาหรือยัง”
“มีประวัติการซื้อตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพพรุ่งนี้ครับ”
“ส่งคนไปที่ภูเก็ตตามดูตัวมันด้วย” เป็นการออกคำสั่งรอบสุดท้ายของป๊าเรย์ต่อลูกน้อง พวกเขาจะต้องดักไปทุกทางก่อน ทำยังไงก็ได้ให้หาตัวของตะวันให้เร็วมากที่สุด
“ยังไม่รู้แน่ว่าใครมันกล้าทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เราก็ไว้ใจใครไม่ได้” แพทริคพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ป๊าเรย์พูด เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนพูดยังไงเขาเองก็คงจะพูดแบบเดียวกับป๊าเรย์
“ขอบคุณนะเจอาสำหรับเรื่องประวัติการเดินทางและช่วยส่งรูปต่อให้” ลมคุยโทรศัพท์กับเจอาหลังจากที่เขาโทรมารายงานว่าตอนนี้ครอบครัวของตะวันกำลังเริ่มตามประวัติการเดินทางของเขาบ้างแล้ว
เจอารู้ว่าครอบครัวมาเฟียครอบครัวนั้นมันฉลาดเป็นกรดมากขนาดไหน เรื่องการส่งรูปเขาเลยดักไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้มีใครต้องสืบต่อได้ว่ารูปที่ส่งไปมาจากไหน
(ระวังตัวด้วยนะครับคุณลม) เป็นคำพูดเดิม ๆ จากเจอา ลมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน ไม่อยากจะให้เจอาต้องเป็นห่วงมาก
ก่อนที่สายระหว่างพวกเขาจะตัดลงไปเมื่อพูดคุยธุระกันเสร็จ ลมวางโทรศัพท์ลงกับบาร์ทำอาหารก่อนเดินถือเอาจานข้าวเข้ามาให้ตะวันที่ยังนอนร้องไห้อยู่ในห้องติดต่อกันตลอดสองวันที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่
“กินข้าวซะ” เสียงนิ่งของลมพูดบอกก่อนวางจานข้าวลงกับโต๊ะหัวเตียง ตะวันยังนอนนิ่งไม่ตอบเขามีเพียงเสียงสะอื้นไห้ลอดออกมาให้ได้ยิน ดวงตาคมปรายมองถ้วยข้าวมื้อที่ผ่านมา มันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิด มีเพียงแผงยาคุมที่เขาซื้อมาให้ตะวันเท่านั้นที่อีกคนทานเข้าไปอย่างเป็นเวลา
“ถ้าเธอไม่กิน เธออาจจะตายก่อนเจอหน้าครอบครัว” ลมเดินไปทิ้งตัวหย่อนนั่งลงปลายเตียงไร้ความสนใจร่างเล็ก เขานั่งดูภาพวิดีโอการร่วมรักของตนที่ถ่ายไว้เมื่อคืน ที่มีอะไรกับตะวันอีกแล้ว ความจริงตั้งแต่มาที่นี่ก็ไม่เคยมีคืนไหนเลยนะที่เขาไม่ได้เอาอีกคน
“ก็ฆ่าหนูไปเลยสิ พี่อยากเห็นหนูตายไม่ใช่หรือไง” เสียงเค้นร้องไห้ของตะวันพูดบอก ร่างบางยังนอนขดอยู่เหมือนเดิม ตะวันเกลียดทุกอย่างที่เขาทำ เกลียดร่างกายตัวเองที่เขาสัมผัสเลยด้วยซ้ำ
“แน่นอน แต่มันต้องหลังจากที่ครอบครัวเหี้ย ๆ นั่นตรอมใจตายก่อนนะ” ลมยังไม่ได้ส่งคลิปร่วมรักระหว่างเขาและตะวันไปให้ครอบครัวของอีกคนได้ดู แต่ว่าก็ใช่ว่าจะไม่ส่งแต่แค่รอเวลาที่มันเหมาะสมกว่านี้ เพียงแค่รูปที่ส่งไปพวกนั้นก็คงจะเริ่มขาดใจตายกันแล้ว
“อย่าแตะต้องครอบครัวของหนูนะ!” ตะวันตะโกนขึ้นก่อนผงะหัวมาก่นด่าลมที่นั่งอยู่ปลายเตียง เขามันเลวแบบไม่มีที่ติจริง ๆ
“ครอบครัวเธอมันวิเศษมากหรือไงถึงแตะต้องไม่ได้ คิดว่าฉันอยากเอามือของฉันไปจับของสกปรกอย่างพวกมันมากหรือไง” ลมหัวเสียตะคอกใส่ตะวันจนลั่นห้องนอน เขาหงุดหงิดกับทุกครั้งที่ตะวันอวยครอบครัวของตัวเองดั่งสวรรค์ทั้งที่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย ที่ของคนเหี้ยมันก็มีแค่ในนรกเท่านั้นแหละ
“อึก! ปล่อยหนูนะ” ร่างบางของตะวันโดนรั้งให้ลุกขึ้นนั่งจากคนตัวโตกว่าที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนเสื้อผ้าตัวบางที่สวมอยู่จะถูกฉีกออกไปอย่างง่ายดายเหมือนทุกครั้งที่เขาต้องการจะระบายอารมณ์ของตัวเอง
มันเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แบบที่ตะวันจะต้องเจ็บปวดกับการกระทำ เจ็บปวดกับคำพูดของลมอยู่ซ้ำ ๆ และมันก็คงจะเป็นแบบนี้อีกนาน ถ้าไม่เป็นลมที่ถูกครอบครัวของเขาปลิดชีวิตก็คงเป็นตะวันที่ทรมานไปเองจนตาย
